วันที่ 30 พฤษภาคม 2560

กิจกรรมครั้งที่ 17 : อ่านหนังสือไม่ทัน ทำไงดี !!?

 

 


 

ประกาศผล ทั้ง 10 ท่านแล้วนะครับ ส่งชื่อจริง ที่อยู่ พร้อม UserName และ Password ในเว็บมาที่ [email protected]

1.nantrachai
2.netilsm
3.newzkittikun
4.pokpak
5.wipada_aoy
6.jamesvance
7.JETSADA.cu
8.panuawat
9.pich
10.Nu_boss

หนังสือน่าจะได้รับภายในสับดาห์หน้านะครับ

ขอขอบคุณสำหรับ ทุกความคิดเห็น

 


 

กิจกรรมครั้งนี้ง่ายมาก  UniGang อยากให้น้องๆ

มาแชร์ประสบการณ์ผมคิดว่าหลายคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

 อิอิ จะว่าไปตอนนี้อาจจะเป็นอยู่ก็ได้นั่นก็คือ  อ่านหนังสือไม่ทัน  

เมื่อเราเจอสถานการณ์อ่านหนังสือไม่ทัน ( เพราะ.. ขี้เกียจอะป่าว อิอิ )

แต่เราจะมัวโทษตัวเองทำไม เรามาร่วมหาวิธีการไขกันดีกว่า

พี่ๆ น้อง ๆ มีวิธี เด็ด ๆ ดีดี ยัง มาแชร์กันนะครับ

 

สำหรับของรางวัลคือ   หนังสือ Problem Solving 101

จำนวน 10 เล่มนะครับ 


สำหรับผู้โชคดี พิเศษ ได้แก่

 namcool  เพราะ เป็นคน Comment เยอะที่สุดในเว็บไซต์ 

สำหรับของรางวัล อยากได้อะไรคุยกันทาง mail นะ [email protected]

 


 

 

ดูหน้าตาและรูปเล่มของหนังสือแล้วอย่าคิดว่ามันธรรมดาๆ นะคะ หนังสือเล่มนี้ถือเป็น International Best Seller  เลยทีเดียว แถมคนที่มาเขียนคำนิยมให้นี่ระดับโลกทั้งนั้น อย่างเช่น Seth Godin (ผู้แต่งหนังสือขายดีมากมาย อาทิเข่น TribesLinchpinPurple CowPoke The Box) และ Dan Ariely (ผู้แต่งหนังสือขายดีอย่างPredictably Irrational)

เดิมที Problem Solving 101 เป็นเสมือนไกด์ไลน์ให้กับเด็กชาวญี่ปุ่นฝึกคิดอย่างมีระบบ แต่ปรากฏว่ามันกลายเป็นหนังสือขายดีสำหรับผู้ใหญ่ไปด้วย Ken Watanabe  (ไม่ใช่คนที่เป็นดาราญี่ปุ่นนะคะ ดันชื่อซ้ำกันสะงั้น ^^”) ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวและเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการคิดต่างๆ จากประสบการณ์การทำงานที่ McKinsey กว่า 6 ปี

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือการหยิบยกเอาตัวอย่างที่เข้าใจง่ายนำมาถ่ายทอดให้เห็นภาพ อาทิเช่น Mushroom Lovers วงดนตรีที่ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงไม่มีคนมาชม concert , เรื่องราวของ John Octopus ที่ต้องการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่และเติมเต็มความฝันที่อยากเป็น CG animator เป็นต้น

ตัวอย่างเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ ผ่านกระบวนการคิดหาสาเหตุ และอธิบายการแก้ปัญหาโดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วย อย่าง Logic Tree, Yes/No Tree, Problem-Solving Design Plan, Hypothesis Pyramid และ การฝึกประเมินข้อดีข้อเสีย

บทความแนะนำหนังสือจาก  http://thumbsup.in.th/2012/01/problem-solving-101-book/

 


 

 

ทุบสถิติยอดขายในญี่ปุ่น 400,000 เล่มภายใน 6 เดือน

จากหนังสือที่เขียนเพื่อสอนวิธีแก้ปัญหาให้กับนักเรียน

...กลายเป็นหนังสือยอดฮิตที่ระบาดไปทั่วทุกวงการ!!

ความแตกต่างระหว่างอัจฉริยบุคคลกับคนธรรมดาคือ เมื่อเผชิญกับปัญหา พวกเขาไม่เคยท้อถอย ไม่ว่าปัญหานั้นจะยากเพียงใดก็ตาม ลองนึกภาพดูว่าโลกนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บิลล์ เกตส์ หรือโทมัส เอดิสัน เจอปัญหาแล้วท้อถอยถอดใจ!

เมื่อเผชิญกับปัญหายาก ๆ คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกเครียดจนคิ้วขมวด เพราะไม่รู้จะแก้อย่างไร

ทั้ง ๆ ที่ศักยภาพในการแก้ปัญหานั้นมีอยู่ในสมองของเราทุกคน...เพียงแต่เรายังไม่รู้วิธีการปลดปล่อยมันออกมาเท่านั้น

หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อปัญหาให้เป็นไปในทางบวก ปลดล็อกศักยภาพในการแก้ปัญหาที่แฝงเร้นอยู่ในตัวพวกเราทุกคน พร้อมทั้งแนะนำเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้คลี่คลายปัญหาได้อย่าง่ายดายในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว

เมื่อฝึกปรือจนช่ำชองแล้ว คุณจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องเหนื่อยใจเหมือนในอดีต เพราะสมองจะทำหน้าที่เหล่านั้นแทนคุณโดยอัตโนมัติ!

ข้อมูลเพิ่มเติม

1.หนังสือขายดีถล่มทลายทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยแรกเริ่มตั้งเป้าไปที่การสอนเด็กนักเรียนให้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ แต่กลับได้รับความนิยมอย่างสูงในแวดวงธุรกิจและการศึกษา ทุบสถิติทำยอดขาย 400,000 เล่มภายในไม่ถึง 6 เดือน
2.นำเสนอเรื่อง “วิธีการแก้ปัญหา” ที่คนส่วนใหญ่คิดกันว่ายุ่งยากซับซ้อน ให้อยู่ในรูปของเรื่องราวที่น่าสนใจและอ่านเข้าใจง่าย ประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตจริง (ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว) พร้อมภาพประกอบน่ารัก ๆ ซึ่งจะช่วยดึงกลุ่มผู้อ่านให้กว้างขึ้นจนครอบคลุมเพศทุกวัย
3.หนังสือขายดีติดอันดับ Top 3 จากบูธวีเลิร์นในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ผ่านมา

คำแนะนำจาก   http://www.phanpha.com/

65768

เข้าชม

64

ตอบกลับ

กิจกรรมครั้งที่ 17 : อ่านหนังสือไม่ทัน ทำไงดี !!?

โพสต์เมื่อ 07/01/2555 19:16 | 1
เมื่ออ่านหนังสือไม่ทัน....

1. หาที่ๆทำให้ใจรู้สึกสงบ อาจเป็นห้องพระ ระเบียงบ้าน หรือหน้าคอมพิวเตอร์ของตัวเองก็ได้(ผมเป็นหนึ่งในนั้น *-*)
2. นั่งสมาธิสัก 5 - 10 นาที จะทำให้มีสติดีขึ้น
3. หยิบหนังสือวิชาที่เราจะสอบมาอ่าน โดยเริ่มอ่านเรื่องที่ถนัดอย่างรวดเร็วเพราะเรามีพื้นฐานอยู่แล้ว จากนั้นจึงอ่านเรื่องที่ไม่เข้าใจต่อ
ปล. ถ้าอ่านเรื่องที่ไม่เข้าใจแล้วยังงงอยู่ แนะนำว่าให้เปิดอ่านผ่านสื่ออื่น เช่น Internet, DVD เป็นต้น
4. เมื่อเริ่มรู้สึกร้อนๆบริเวณหัวให้หยุดอ่าน แล้วไปนั่งสมาธิต่อ

ทำวนไปวนมาอย่างงี้ จะทำให้จำได้เพิ่มขึ้นครับ
โพสต์เมื่อ 08/01/2555 16:59 | 0
1.อ่านหนังสือสรุป ถ้าไม่เข้าใจเนื้อหาก็อ่านในหนังสือเรียนเพิ่มเติม
2.ทำโจทย์และแบบฝึกหัดให้เยอะๆ จะได้รู้แนว
3.หาเทคนิควิธีคิดลัดจากหนังสือต่างๆ
4.เพิ่มการทำแบบจับเวลา
5.ว่างๆก็ให้เพื่อนที่ติดแล้วช่วยติวให้
hot
โพสต์เมื่อ 08/01/2555 17:11 | 0
อ่านไม่ทันๆๆๆ เคยเปนค่ะ
สิ่งที่เราทำก้ คือ ดู สถิติ ของข้อสอบ เรื่องที่ชอบออกบ่อยๆ ออกเยอะๆ
ก้จะไปทำ แผนผังความคิดเรื่องนั้น ก้จะทำให้เราเหนภาพรวมของเรื่องนั้น ชัดขึ้นค่ะ

แต่ถ้าไม่ทันจริงๆ แล้ว มีวิธีที่ดีกว่านั้นน ค่ะ

คือ ทำ ทำ ทำ ใจ ไง ไหนๆก้อ่านไม่ทัน ปล่อยว่างดีกว่า อิอิ
โพสต์เมื่อ 08/01/2555 18:41 | 0
อ่านไม่ทัน นั่งทำแต่ข้อสอบคะ ไม่อ่านมันแล้วทำข้อสอบเก่าๆอย่างเดียว ช่วยได้เยอะ ถึงจะไม่ค่อยถูกแต่พออ่านเฉลยแล้วก็เข้าใจ^^
โพสต์เมื่อ 08/01/2555 21:24 | 1

1นั่งทำใจสักแปปนึง แล้วบอกกับตัวเองว่า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
ไม่มีคำว่าสายกับคนที่คิดจะเริ่มต้น
อย่างเรา(หรือเปล่า 55)

2เริ่มจัดตารางอ่านอย่างรอบคอบได้แล้วและครอบคลุมทุกๆวิชาโดยเฉพาะสรุปเนื้อหาสำคัญๆของวิชานั้นๆ

3แบ่งตารางการอ่านให้อ่านทุกๆวิชาอย่างละเท่าๆกันหรืออาจจะเพิ่มเวลา
สำหรับวิชาที่เราไม่ค่อยถนัด


4อาจจะไปติวกับเพื่อนๆบ้างเพื่อแชร์เนื้อหาของข้อสอบให้กัน

5ต้องมีวินัยกับตัวเอง ต้องทำสิ่งที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ให้สำเร็จให้ได้

6ดูทีวีให้น้อยลงบ้าง เล่นเน็ตให้น้อยลงบ้าง อ่านหนังสือให้เยอะขึ้นบ้าง 55(บอกตัวเอง)
 
***อย่าตามใจตัวเองมากเกินไปเพราะเวลามันเดินเร็วเวลาที่เราเหลือที่จะอ่านหนังสือนั้นมีไม่มากแล้วจร้าๆๆๆ
   ยอมลำบากตอนนี้เพื่ออนาคตที่สดใสในวันหน้าเน้อๆๆ!!
 
สู้ๆๆๆ ^ ^//

โพสต์เมื่อ 08/01/2555 23:18 | 0
วิธีนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ ซึ่งเล่นทำเกือบตกไฟนอลมาแล้ว 55555

1. สิ่งที่ต้องทำก่อนสิ่งอื่นใดก็คือ ทำใจค่ะ เพราะเราใจเย็น หรือผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ 2 ปีก่อนสอบก็ชิลๆ 1 เทอมก่อนสอบยังไหว 1 เดือนก่อนสอบยังพอมีเวลา 1อาทิตย์ยังนั่งหน้าเฟสบุ๊ค แล้วทีนี้ 1 วันก่อนสอบจะเหลือมั๊ย??? ขนาด 2 ปียังอ่านไม่ทัน แล้ว 1 วันจะทันหรือ?? แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่าได้อ่านก่อนสอบ เจ็บนี้ต้องจำเป็นบทเรียนค่ะ

2. ตั้งสติ อย่าเพิ่งลนลาน จัดลำดับความสำคัญของแต่ละวิชาที่สอบ สอบวิชาไหนก่อนหลัง แต่ละวิชาเรื่องไหนออกเน้นๆ ตอนนี้เราต้องโฟกัสเฉพาะส่วนที่สำคัญๆจริง ต้องตัดให้เหลือน้อยพอที่สมองและเวลาตอนนี้จะเอื้ออำนวยให้ยัดเยียดเข้าไป แนะนำว่าควรจะมองไปที่ส่วนที่เราถนัดที่สุดก่อนแล้วรองๆลงไป เพราะยังไงถึงเราจะอ่านครอบคลุม แต่เราไม่เป๊ะ ไม่มีประสบการณ์ บางทีที่ท่องๆๆ สูตรนั่นนี่เข้าไป อาจเขียนได้แต่สูตร แล้วไปต่อไม่ถูก หรืออ่านไม่รู้ว่าต้องใช้สูตรไหนด้วยซ้ำ เอาตรงนี้ให้เป๊ะก่อนแล้วค่อยตามเก็บที่เหลือทีหลังถ้ามีเวลา

3.พยายามหาตัวช่วยที่ดีที่่สุดตอนนี้ นั่นก็คือ รุ่นพี่ที่เคยสอบค่ะ ถามให้ได้มากที่สุดเพราะอย่างน้อยเราก็ยังพอจับทางวิชานี้ อาจารย์ท่านนี้ได้ และอีกตัวช่วยหนึ่งที่สำคัญสุดๆก็คือ ข้อสอบเก่า ทำๆๆๆ ทำให้ได้มากที่สุด นอกจากจะช่วยเรื่องประสบการณ์ของเราแล้ว เรายังพอจะเก็งข้อสอบได้ด้วยตัวเอง ว่าข้อสอบเรื่องนี้ชอบออกตรงจุดนี้ ถ้าออกสอบจริงก็ล่ะก็ กินเรียบ!!!

4. แนะนำเป็นพิเศษสำหรับวิชาท่องจำ เช่น ชีวะ สังคม ไทย วิธีที่ทำให้จำได้เร็วก็คือ ขณะที่อ่านต้องใช้ประสาทหลายๆส่วนค่ะ เช่น ปกติเราอ่านในใจ ให้ลองเปลี่ยนมาอ่านออกเสียง หรืออ่านไปด้วยเขียนไปด้วยจะทำให้จำได้ดีขึ้นค่ะ หรืออีกวิธีก็คืออ่านให้เข้าใจก่อนแล้วลงมือเขียนโน้ตย่อหรือ Mind Map จากความเข้าใจจริงของเรา


5. วิธียอดฮิตเลยก็คือ ติวกับเพื่อนค่ะ นัดกันว่าฉันถนัดวิชานี้ เธอถนัดวิชานี้ ต่างคนต่างไปเตี๊ยมมาให้เป๊ะ แล้วลงมือเป็นติวเตอร์จำเป็นเลยค่ะ

6. ฟิตหนังสืออย่างเดียวไม่พอ อย่างลืมฟิตร่างกายด้วยนะคะ ทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารย่อยยาก อาจทำเราง่วงด้วยค่ะ ช่วงสอบแนะนำให้ทานไข่ เพราะเค้าวิจัยกันมาแล้วว่า ไข่ไก่ 1 ฟองเนี่ย มีวิตามินแล้วสารอาหารมากกว่าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายหลายๆยี่ห้อค่ะ อีกอย่างที่อยากให้มีไว้ข้างกายเสมอเวลาอ่านหนังสือ ก็คือ น้ำที่อุณหภูมิห้อง และน้ำผลไม้ค่ะ น้ำเปล่าใสๆที่แหละ ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้ร่างกาย ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้นค่ะ ส่วนน้ำผลไม้ก็หาชนิดที่มีวิตามิน A,C สูงๆค่ะ บำรุงสายตาแล้วก็สดชื่น ... อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ถึงจะอ่านเยอะ แต่นอนน้อย พอเจอข้อสอบจริงๆ เบลอซะ ที่อ่านมาหายหมด ไม่ดีแน่..

7. อีกหนึ่งวิธีที่อยากให้ลอง ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นเหมือนเรามั๊ย คืออ่านหนังสือหรือทำการบ้านพวกคำนวณเงียบๆ ไม่ได้ จะไม่มีสมาธิ ต้องหาเพลงมาเปิดกวนความเงียบ จะมีสมาธิขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ ^^"      ก็ลองมองหาเพลงบรรเลงเบาๆ สบายๆมาเปิดฟังค่ะ ช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย แนะนำของ Mozart ค่ะ เพราะฟังอยู่ แต่ว่าบางคนอาจต้องการความเงียบขณะอ่านก็แนะนำให้นั่งสมาธิก่อนอ่านค่ะ ถ้านั่งก่อนนอน ตื่นนอนใหม่ๆ ได้ยิ่งดีค่ะ

8. ข้อนี้แถมให้สำหรับคนที่กำลังอ่านหนังสือสอบ ... เท่าที่คุยกับเพื่อนหลายๆคน แต่ละคนจะมีเวลาที่ตัวเองมีสมาธินิ่งๆต่างกันค่ะ บางคนอ่านตอนกลางวันไม่ได้เลย พอกลางคืนนี่ตาสว่าง สมองแล่น จำเปีะๆ บางคนตอนเช้าไปอย่างสบายๆ กลางคืนแค่เปิดหน้าสารบัญก็สลบคาหน้าแล้วก็มี ให้ลองสังเกตตัวเองค่ะ แต่คนที่อ่านตอนกลางคืนจะมีปัญหานิดนึงตรงที่ว่า เวลาที่เราสอบเป็นตอนกลางวันนี้สิค่ะ เล่นทำเอาบางคนตันกันเลยทีเดียว แก้ได้โดยก่อนสอบประมาณ 2 อาทิตย์เป็นอย่างน้อยค่ะ ปรับเวลานอนและเวลาอ่านหนังสือของตัวเองให้ได้

หลายๆวิธีที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ก็หวังจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังสอบ ใกล้สอบ หรือเตรียมตัวสอบนะคะ ...

..อย่าลืมว่า แม้เสี้ยววินาทีของนักวิ่งโอลิมปิกยังมีค่า
1 วันสำหรับนักเรียน นักศึกษาอย่างเราก็สำคัญมากเช่นกัน
อย่าไปเสียเวลากับ BB Facebook Twitter ดูหนัง shopping กรี๊ดดารา
มันมีค่าไม่เท่าเศษเสี้ยวความภูมิใจของเรา พ่อแม่ และคนรอบข้างของเราได้เลย เวลาไม่เคยคอยใครนะคะ ใช้เวลาทุกชั่วโมง ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด สู้! นะคะ เพื่ออนาคตของเรา ^^
โพสต์เมื่อ 09/01/2555 15:28 | 0
อ่านหนังสือไม่ทันหรอง่ายนิดเดียว
1 ตั้งสติ ทำใจให้ชิลๆ
2 วิชาที่จำมากๆ เช่น ชีวะ หรือ Eng ให้นำมาแต่งเป็นกลอนหรือเพลงง่ายๆที่เราจำได้  เน้นเนื้อหาสำคัญ
3 จดเพลงหรือกลอนของเราในกระดาษแผ่นเล็กๆหยิบมาอ่านเวลาว่างๆ  เช่น พักเที่ยง  หรือก่อนคาบเรียน
4 วิชาที่ใช้ความเข้าใจ เช่นคณิต  ฟิสิก ต้องรวบรวมโจทย์ที่สำคัญ ทำโจทย์ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
5 คืนก่อนสอบ ห้ามฝืนอ่านหนังสือ ห้ามนอนดึกเด็ดขาด ทำใจให้สบาย happy
โพสต์เมื่อ 09/01/2555 20:12 | 0
ถ้าอ่านหนังสือไม่ทัน !!
อย่างแรก

1.ต้องนั่งสมาธิ เพราะจิตอยู่ในภาวะวิตกกังวล
เมื่อเริ่มมีสมาธิ สติก็มา
2.หยิบวิชาที่้ชอบ มาเปิดดูเร็วๆสักรอบ(ไม่ต้องอ่านนะ) เรียกว่าเป็นการสร้างกำลังใจ
3.ลงมืออ่านคร่าวๆ แล้ว
4.สร้าง Map (แล้วแต่จะโยง) จากนั้นก็
5.ทำความเข้าใจ ทำอย่างนี้ไล่ตามวิชาที่ชอบ

     ปล.ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจให้สบาย ๆ ๆ อย่าเครียดนะ เพราะทุกครั้งที่สอบ เราไม่ต้องใช้การท่องจำเสมอไป แต่มันอยู่ที่ความเข้าใจ และประสบการณ์ในการทำข้อสอบ (อย่าบอกว่าไม่เคยลงสนามสอบนะ เพราะมันคือคำโกหก ดีๆนี่เอง) :P


ขอให้โชค A กับการสอบครั้งต่อไปนะคะ ทุกคน ^..^
โพสต์เมื่อ 10/01/2555 21:06 | 0

ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันจริงๆ ผมแนะนำว่าให้ลองหาซื้อเก็งเนื้อหาที่สรุปแบบรวบยอดเช่นถ้าคณิตก็เป็นหนังสือสรุปสูตรและเทคนิกคืออ่านหัวใจของแต่ละบทนั่นเองแล้วลองทำโจทย์อาจจะเป็นแบบ basic พื้นฐานก่อนมิฉะนั้นใจจะห่อเหี่ยวเสียก่อน และสำหรับวิชาที่ต้องจำเนื้อหาเช่น ไทย สังคม ชีวะ ก็แนะนำให้อ่านแบบรวบยอดเหมือนกันแล้วลองเสนอแบบแผนผังความคิดดู (สำหรับผมได้ผลจริงๆ) ปล.พร้อมปากกาสีสวยๆด้วยนะคับจะเพิ่มความจำดียิ่งขึ้น และการอ่านอย่าอ่านแบบเร่งว่าต้องได้ทั้งหมดเพียงแต่ว่าได้แค่ไหนเอาแค่นั้น แต่ที่ว่าที่ได้นั้นต้องเต็มที่ที่สุดก็แล้วกัน แนะนำก่อนสอบว่าพักผ่อนให้เต็บที่ไม่ต้องไปคิดอะไรคิดแต่เพียงทำวันนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่าในวันหน้า และเวลาทำข้อสอบก็อย่าคาดหวังจนต้องตั้งสติไม่ได้ ทำไปเรื่อยๆข้อไหนไม่ได้ก็ผ่านไปก่อน ข้อไหนได้ก็หยุดคิด ผมคิดว่าคนที่อดทนจะเป็นพลังสู่ฝั่งฝันได้คับ

โพสต์เมื่อ 12/01/2555 22:14 | 0
1.อ่านมากกว่านอน กิน และเล่น
2.ทำใจให้สบาย ปล่อยวาง
เคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่ถ้าอ่านไม่ทัน ก็จะพยายามจำในสิ่งที่เคยอ่านให้ได้ แต่ถ้าไม่ทันจิงๆๆก็จะนั่งเอาข้อสอบเก่าๆมาเขียนเฉลยแล้วดูเปอร์เซนต์ว่าตอบข้อไหนเยอะสุดเอาไปเป็นเทคนิคในการเดาได้
ดื่มนมแล้วไปนอนพักผ่อนฝันถึงข้อสอบที่เคยอ่านมา จำได้แน่ ขอแนะนำ
โพสต์เมื่อ 13/01/2555 17:12 | 0
อยากอ่านมั่งจัง หนังสือพวกนี้เนี่ย จะช่วยได้รึเปล่าน๊า
โพสต์เมื่อ 25/01/2555 15:10 | 0
เมื่ออ่านหนังสือไม่ทัน
ไม่ต้องกังวน
ปล่อยวางซะเถอะ
ทำยังไงมันก็ไม่ทัน
ทำใจดีกว่า
ที่สำคัญทำสมาธิก่อนสอบ
โพสต์เมื่อ 20/01/2556 21:14 | 0
1.ทำจิตใจให้สงบ  สบายอย่ากังวล
2.คนเราทุกคนมีเพื่อน เพื่อนทุกคนสามารถช่วยเราได้ คุยลองให้เพื่อนพูดเนื้อหาที่จะสอบให้ฟัง  อาจอัดเสียงไว้ก้ได้
3.นำสิ่งที่ได้จากเพื่อนมาสรุปตามความคิดตัวเองอีกครั้ง
 ปล.สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือการอ่านหนังสือตั้งแต่เนิ่นๆreading
โพสต์เมื่อ 14/01/2557 19:33 | 0
hi
abac