สมศ.แนะรัฐลดสัดส่วนผลิตอาชีวะ

สมศ.แนะรัฐถ่ายโอนความรับผิดชอบผลิตนักเรียนอาชีวะ  แบ่งเค้กให้เอกชน   70%  รัฐ  30%  ชี้หากไม่กล้าตัดสินใจ  มีหวังล้าหลังตามไม่ทันโลก

     ศ.ดร.สมหวัง  พิธิยานุวัฒน์  รักษาการ  ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา  (สมศ.)  กล่าวว่า  รัฐบาลมีนโยบายมาโดยตลอดว่าจะส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ ศึกษาด้านอาชีวศึกษามากขึ้น  แต่สถานการณ์ในปัจจุบันพบว่า  ไทยมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งสิ้น   805   แห่ง  เป็นของรัฐ  415  แห่ง  และของเอกชน  390   แห่ง  ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมากนัก  แต่เมื่อพิจารณาการกระจายของจำนวนนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาทั้งหมด  778,107  คน  พบว่า  อยู่ในสถานศึกษาของรัฐถึง  554,809  คน   และอยู่ในสถานศึกษาของเอกชนเพียง  223,298  คน  โดยรัฐยังคงรับผิดชอบถึง  70%  ส่วนที่เหลือ  30%  เป็นของเอกชน  ซึ่งชี้ให้เห็นว่านโยบาย  และการปฏิบัติ  ยังไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ดังนั้นหากต้องการให้บรรลุเป้าหมาย  รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญ  เข้มแข็ง  ปรับสัดส่วนการรับผิดชอบจัดการอาชีวศึกษาของรัฐให้อยู่ที่ประมาณ  30%  และเอกชน  70%

     "ขืนรัฐยังคงรับผิดชอบผลิตบุคลากรอาชีวะต่อไป  จะเป็นเรื่องยากมากที่จะปรับเทคโนโลยีให้ทันต่อโลก  เนื่องจากต้องใช้เงินในการพัฒนาและลงทุนค่อนข้างมาก"  ศ.ดร.สมหวังกล่าว

     ขณะเดียวกัน  ก็ควรเสริมความมั่นใจให้ผู้เรียนว่าหากเรียนสายอาชีพแล้วจะมีงานทำแน่นอน  ทั้งนี้  จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง  พบว่า  ผู้จบการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  (ปวส.)  เข้าสู่ตลาดแรงงานเพียง  39%  ส่วนที่เหลือ  61%  จะไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น  ซึ่งเป็นที่มาของการเปลี่ยนสาขาเรียน  และทำให้รัฐสูญเสียกำลังคนทางด้านอาชีวศึกษาไป  ดังนั้น  สมศ.ขอเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างกรอบคุณวุฒิทางวิชาชีพ  และค่าตอบแทนสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษา  หรือ  TVQ,  กำหนดนโยบายส่งเสริมความร่วมมือของสถานศึกษากับภาคการผลิตเพื่อให้เกิดการ ผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการพัฒนาบุคลากรผู้สอนอย่างจริง จัง  เนื่องจากปัจจุบันอาจารย์ส่วนใหญ่กว่า  73%  จะมีวุฒิระดับปริญญาตรี.

ไทยโพสต์

UniGang Talk

- รับสมัครติวเตอร์ ภาษาอังกฤษ และ คณิตศาสตร์ 
สอบรายละเอียด mynamekla@hotmail.com