วันที่ 30 พฤษภาคม 2560

“คณะประมง” ตำนานคู่ ม.เกษตรฯ

 

หนึ่งในคณะเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ “คณะประมง” ที่ก่อตั้งพร้อมกับการสถาปนามหาวิทยาลัย ในวันที่ 2 ก.พ. 2486 แม้ในภาพรวมของวงการศึกษาปัจจุบัน คณะประมงอาจไม่ใช่คณะอันดับต้นๆที่เด็กไทยเลือกเรียน แต่ทว่าคณะเก่าแก่นี้ ยังได้รับความนิยมไม่น้อยไปกว่าเดิม และยังคงความสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง
       

       “โรจนะ หล้าคำมี” นายกสโมสรคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เปิดเผยว่า ปัจจุบันคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ยังคงได้รับความนิยม ยืนยันได้จากการเปิดรับจำนวนนิสิตเพิ่มมากขึ้นทุกปี พร้อมทั้งในอนาคตจะมีการขยายไปยังวิทยาเขตกำแพงแสนอีกด้วย
       
       “หลักสูตรปัจจุบันของคณะ มีทั้งหมด 5 ภาควิชา ได้แก่ สาขาการจัดการประมง ซึ่งเรียนเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรแหล่งน้ำ จัดการทรัพยากรที่จับมาได้ คล้ายการเรียนบริหารกับเศรษฐศาสตร์ แต่ว่าด้วยเรื่องการประมง , สาขาชีววิทยาประมง เรียนเกี่ยวกับ ชีววิทยาที่ว่าด้วยการประมง ยังครอบคลุมรายละเอียดเรื่องพิษวิทยา ชายฝั่ง บนบก ที่เกี่ยวกับด้านชีววิทยา , สาขาผลิตภัณฑ์ประมง เรียนด้านแปรรูปสัตว์น้ำ การเก็บรักษาคุณภาพ คล้ายอุตสาหกรรมเกษตร แต่เป็นอุตสาหกรรมประมงแทน , สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เรียนเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยง การอนุบาลสัตว์น้ำ เหมือนเป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ทำงานด้านประมง ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม เรียนรู้ทั้งคุณภาพน้ำ โรคสัตว์น้ำ อาหารที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ และสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล เรียนเกี่ยวกับสมุทรศาสตร์ และการออกไปสำรวจทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยในปีการศึกษา 2553 ที่ผ่านมา คณะเริ่มต้นใช้รูปแบบใหม่ คือ นิสิตชั้นปีที่ 1 จะเรียนพื้นฐานร่วมกัน ก่อนจะแยกไปเรียนตามสาขาที่เลือกในชั้นปีที่ 2 ต่อไป”
 


โรจนะ หล้าคำมี
       
       โรจนะ กล่าวต่อไปว่า การที่คณะประมงยังได้รับความนิยม เพราะเป็นสาขาวิชาที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับอาหารกินที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะการที่ทรัพยากรทางทะเลน้อยลง แต่คนบริโภคมากขึ้น ดังนั้นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และวิทยาการด้านประมงจึงมีความสำคัญ
       
       นอกจากนี้ นายกสโมสรคณะประมง เล่าถึงชีวิตการเรียนที่ ม.เกษตรศาสตร์ ว่าไม่ได้มีเพียงวิชาการเชิงทฤษฎี แต่มีการเรียนนอกห้องเรียน หลักสูตรภาคบังคับ ฝึกงาน รวมถึงรอบๆคณะ หากนิสิตสนใจด้านไหน อาจารย์ก็พร้อมเสมอที่จะให้คำแนะนำ ให้ความรู้
       
       “นอกจากด้านวิชาการตลอด 3 ปีเศษที่ผ่านมา คณะประมงยังให้ผมได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคม การมีส่วนร่วมกับกิจกรรม เพราะชีวิตมหาวิทยาลัย คือ การใช้ชีวิตร่วมกัน คณะประมงก็เป็นคณะหนึ่งที่มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่เข้มแข็ง แม้น้องเข้ามาใหม่ๆ อาจมองว่าไม่จำเป็น แต่พี่ๆก็ต้องหากลยุทธ์ทำให้น้องมารวมกัน เพราะเราต้องทำงานด้วยกัน ต้องมีเพื่อน และมีทักษะการเข้าสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการไปทำงานจริงเมื่อสำเร็จการศึกษา”
 


พิมพ์ชนก กับ ถิรา (แถวหน้า) และเพื่อนๆร่วมคณะ

       
       โรจนะ เล่าต่อไปว่า สำหรับรุ่นพี่บัณฑิตคณะประมงที่เรียนจบไปแล้ว ก็สามารถทำงานได้หลายสาย ทั้งด้านการตลาด การทำงานประจำฟาร์ม สายนักวิชาการ ข้าราชการ ทำงานธุรกิจส่วนตัว ทำโรงงานประมง หรือสายวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญ คือ สามารถหางานได้ไม่ยาก ดังเช่น ตัวของโรจนะเอง ที่มีบริษัทติดต่อเข้าทำงานด้านการตลาดปลาน้ำจืดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
       
       นายกสโมสรคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ สรุปทิ้งท้ายถึงความสำคัญของคณะว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการเกษตร รวมถึงการประมง และคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ก็เป็นหนึ่งในคณะแรกตั้ง จึงมีความสำคัญโดยตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย
       
       “ประเทศไทยเราเปรียบเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ดังคำที่ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ซึ่งผมคิดว่าคำคำนี้บ่งบอกถึงชีวิตของคนไทยได้ดี ดังนั้นคณะประมงซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรรอบตัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องรักษาและอนุรักษ์ไว้” โรจนะกล่าวทิ้งท้าย


บรรยากาศ ภายในคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์

 

       
       อีกด้านหนึ่งของคณะประมง เราอาจมองภาพพจน์ว่าเป็นสาขาวิชาที่ต้องใช้กำลังกายทำงานหนัก และเรียนหนัก แต่ในความเป็นจริงก็พบว่า มีผู้หญิงจำนวนมากที่เลือกเดินเส้นทางเรียนในสาขาประมง
       
       “พิมพ์ชนก คูณสันเทียะ” กับ “ถิรา นิมิตรโภคานันท์” สองสาวเฟรชชี่ปีหนึ่ง ที่ตัดสินใจสอบตรงเข้ามาเรียนคณะประมงโดยเฉพาะ เผยถึงเหตุผลที่เลือกเข้ามาเรียนในคณะนี้ว่า ชอบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทะเล และปลา จึงอยากมีความรู้ด้านนี้มากขึ้น โดยไม่หวั่นว่า จะต้องทำงานหนัก หรือให้เรื่องเพศมาเป็นอุปสรรคในการเรียน
       
       “คณะประมง เป็นสาขาวิชาที่เรียนจบแล้ว มีโอกาสหางานทำได้ไม่ยาก เพราะเป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่ การที่พวกเราเลือกสอบตรงกันเข้ามา ความลำบากจึงเป็นสิ่งที่เป็นเหตุผลสุดท้าย จะยากลำบากแค่ไหนก็ไม่กลัว เพราะเรียนอะไร ก็ต้องเจอกับความลำบากอยู่แล้ว แต่หากเราได้ทำในสิ่งที่ชอบย่อมดีกว่า ถึงแม้จะเหนื่อย ก็อดทนได้ จะให้ไปเลือกในสิ่งที่ไม่ชอบแล้วฝืนเรียนก็คงไม่ใช่” สองสาว กล่าวอย่างมั่นใจ

 


       
       สองสาวน้องใหม่ คณะประมง เสริมถึงบรรยากาศการเรียน และสังคมในคณะประมงว่า รุ่นพี่รุ่นน้องสนิทสนมนับถือกัน ทำให้เรารู้จักเพื่อนและรุ่นพี่ทั้งคณะ พี่สายรหัสก็เอาใจใส่น้องๆดีมาก เมื่อสนิทกันมาก ก็สามารถพูดคุย ช่วยเหลือกันได้มากขึ้น
       
       ส่วนความใฝ่ฝันในอนาคต ของนิสิตทั้งคู่ คือ อยากเรียนสาขาวิชาเพาะเลี้ยง โดยให้เหตุผลในเรื่องของตลาดงาน ความมั่นคงในอาชีพ เนื่องจากเครือข่ายเพาะเลี้ยงนั้นกว้างขวาง มีทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสามารถทำงานได้หลากหลาย และเป็นการเรียนรู้ที่ได้ปฏิบัติเข้าถึง รวมถึงหากหางานไม่ได้จริงๆ การที่มีวิชาติดตัวไป หากมีทุน ก็ย่อมประกอบธุรกิจของตัวเองได้

 

Credit  http://manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9530000179276

 

abac