วันที่ 21 สิงหาคม 2560

เสียดายเวลาในมหาลัย มัวแต่ทำเรื่องไร้สาระ !!?

หลายคนอาจะคิดว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยต้องใช้คุ้ม ทั้งเรียนและกิจกรรม หนุ่นคนนี้แม้จบด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 แต่พอจบแล้วเพ่งจะมารู้สึกว่าที่ทำอยู่ตอนมหาวิทยาลัยนั้นยังไม่พอ จนทำให้รู้สึกเสียดายเวลาในอดีต !! ที่ตัวเองไม่เคยวางเป้าหมาย วางแผนการเงิน หัวแต่คิดแบบเด็กๆแค่ตั้งใจเรียนก็พอ !!

กินเหล้า เอาเงินไปเลี้ยงน้องสาย เอาเวลาไปเข้ารับน้อง ทำกิจกรรมมหาลัย งานชมรม งานสโม สภาฯ ทำกิจกรรม เข้าสังคม และแบ่งเวลาไปทำสิ่งที่ชอบบ้าง สิ่งที่ผมชอบคือการนั่งพูดคุยพบปะผู้คนที่มีความรู้ ศึกษาหาความรู้เรื่องที่อยากรู้ อ่านหนังสือที่อยากอ่าน พบเจอทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ และเรียนให้เต็มที่ งานพิเศษก็ทำบ้างเล็กๆน้อยๆ ช่วยอาจารย์ทำวิจัย เป็น TA บ้าง

(สรุปโดยคร่าวๆคือ มันออกจะ balance แบบกิจกรรม 25% นันทนาการเข้าสังคม 25% และทำในสิ่งที่ตนเองชอบ 25% และเรียน 25%) ตอนนั้นคิดเสมอว่าพยายามกับเรื่องเรียนให้เต็มที่ และแบ่งเวลาไปให้สิ่งอื่นบ้างก็พอ (ก็จบมาได้เกรดระดับเกียรตินิยมอันดับ 2)

แต่พอจบมาแล้วผมคิดว่า เฮ้ย ที่ทำตอนอยู่มหาลัยมันไม่พอ ผมมองเห็นเพื่อนต่างคณะ เขาวางแผนหาเงิน หาทางลงทุนกับเงินที่น้อยนิด หวังรวยกัน เขาวางแผนกันเป็นช็อตๆ 
(ไม่ใช่แค่ออกไปทำแค่งานพิเศษชั่วโมงละ 30-40 บาทงกๆคิดแค่จะออมเงินเช้าชามเย็นชามไปวันๆ แบบไม่หวังกำไรหรือหวังรวยในอนาคตอะครับ) คือเพื่อนหลายๆคนที่คิดแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกทึ่งในตัวพวกเขามาก คือ เขามีทั้ง vision  มีทั้งแผนการ และเป้าหมาย คิดถึงอนาคต วิเคราะห์ทุกอย่างซะเสร็จสรรพ

ผมรู้สึกเสียดายมากที่ไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อน มัวแต่คิดแบบเด็กๆว่า แค่ตั้งใจเรียนก็พอ แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก็พอ โดยไม่ได้คิดถึงแผนการทางการเงินในอนาคตอะไรแบบนี้ ไม่เคยศึกษาลู่ทางการหาเงิน การทำเงิน แทบไม่เคยใช้เวลาว่างในการศึกษาอะไรที่มันจำเป็นในโลกเศรษฐกิจมาก่อนเลย (ทำเหมือนกับเรื่องพวกนั้นมันอยู่ไกลตัว)

 

พี่ๆ หลายคนเข้ามาให้คำแนะนำดีๆ หลายคนเข้ามาเล่าประสบการณ์ชีวิต
เรื่องบางเรื่อง บางคนบอกเสียเวลา แต่อีกหลายคนบอกเสียดายไม่ได้ทำ !!

****************************

อย่าไปตามคนอื่นมากเกินไปครับ แต่ละคนมีพื้นฐานต่างกัน ความพร้อมต่างกัน เราเริ่มช้าแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สำเร็จ ประสบการณ์ที่เราได้มา เพื่อนฝูง connection ที่เรามีมันสามารถประยุกต์ได้หมด

ทำในสิ่งที่ชอบและถนัด ตัดสินใจให้เร็วอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง กล้ารับความเสี่ยงบ้าง ไม่ท้อถอย และทุ่มเทให้สิ่งที่ทำไม่ย่อท้อ
เราทำเหตุให้พร้อมวันนึงเมื่อปัจจัยพร้อม ความสำเร็จไม่หนีไปไหนจ้า

****************************

ผมก็เสียดาย เวลาในมหาลัย  ถ้ากลับไปได้ อยากใช้ชีวิตตอนนั้นให้เต็มที่ ให้สนุก  ให้คุ้มค่ากว่านั้นแท้ๆ ให้สมกับัยที่มีพลัง  มีเพื่อนห้อมล้อม  ไม่ต้องคิดมากมายอย่างวันนี้  ทุกวันนี้ มีเงิน มีเวลา  แต่วันเวลาเก่าๆมันย้อนคืนมาไม่ได้

****************************

ผมว่า คุณเป็นคนเก่งมากคนหนึ่งเลยแหละ  ผมเอาแต่เรียนอย่างเดียว นอนวันละไม่กี่ชั่วโมง ไม่มีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมอะไรกับใครที่ไหน  เกรดตอนจบ ได้ท้ายๆ ของชั้น (คะแนนรวม หวิดๆโดนไล่ออก มีหลายเทอม)   อ.พิเศษที่สอนผมเขาบอกว่า เรียนมหาวิทยาลัย ง่ายกว่า สมัยตอนเรียนมัธยม  เรื่องนี้โกหกทั้งเพ

ทำงานปีแรก ก็ตกในสภาพ เงินเดือนไม่พอใช้จ่าย ต้องประหยัดสุดขีด ต้องฝึกฝนตนเอง จากเดิมทำบัญชี ลงรายรับ รายจ่าย ก็เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น การบริหารการเงิน ฝึกแนวคิดแบบพอเพียง รู้จักประมาณตน ฯลฯ เลยเอาตัวรอดมาได้ จนถึงวันนี้

****************************

-  ของ จขกท.ยังดี  ยังมีสาระ (นี่ขนาดบ่นว่าตัวเองไร้สาระนะ)

-  ของผมปีหนึ่ง  เล่นโป้งแปะกันเกือบทั้งปี  มีเพลา ๆ ลงบ้างช่วงใกล้สอบ,  ปีสองย้ายวิทยาเขต ก็มีที่ให้เตะบอลรูหนูทุกวัน  บางวันหาลูกบอลไม่ได้ ก็เล่นวิ่งไล่เอาขี้มูกป้ายกันแทน,  ปีสามปีสี่ย้ายวิทยาเขตอีกครั้ง  ค่อยดูเหมือนนักศึกษาหน่อย คือไม่ออกไปวิ่งไล่กันข้างนอกละ (สถานที่เรียนแคบมาก) เลยนั่งแซว อาจารย์ผู้สอนเกือบทุกวิชา  

-  จบออกมาเอ๋อ ๆ ต๊อง ๆ กันทั้งกลุ่ม

****************************

ชีวิตในมหาลัยน่าจะเป็นช่วงที่สนุกที่สุดสำหรับผม
กิจกรรมเยอะจนไม่ได้เรียน วันๆขลุกอยู่แต่ในชมรม
จบมาคะแนนไม่ค่อยดี แต่ได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
ตัวนี้แหละครับทำให้การงานผมไปได้ดีมากๆ

****************************

เสียดายอะไรอะคะ เท่าที่อ่านมาก็ดีแล้ว 
คนเรามันควรทำอะไรให้สมวัย นี่เรียนจบ ก็รีบคิดเรื่องความมั่นคง ก็ดีแล้ว ตอนเรียนอยู่ ก็ตั้งใจเรียนไป ทำกิจกรรมบ้าง สนุกกับการใช้ชีวิตบ้าง บางคนจริงจังกับชีวิตมากเกินไป จนย้อนเวลากลับไปหาความสุขในชีวิตไปทัน ก็มีเยอะแยะไป เอาแบบที่ทำแล้วสบายใจ ไม่เดือดร้อนใคร และมีอนาคตที่ดีก็พอ : )

****************************

"ทำกิจกรรมมหาลัย งานชมรม งานสโม สภาฯ ทำกิจกรรม เข้าสังคม และแบ่งเวลาไปทำสิ่งที่ชอบบ้าง สิ่งที่ผมชอบคือการนั่งพูดคุย
พบปะผู้คนที่มีความรู้ ศึกษาหาความรู้เรื่องที่อยากรู้ อ่านหนังสือที่อยากอ่าน พบเจอทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ
และเรียนให้เต็มที่ งานพิเศษก็ทำบ้างเล็กๆน้อยๆ ช่วยอาจารย์ทำวิจัย เป็น TA บ้าง"

กิจกรรมบางอย่างมันอาจไม่ทำให้เราเรียนเก่งขึ้น แต่มันช่วยเรื่องประสบการณ์ ทักษะการเข้าสังคม ฯลฯ ที่ไม่ได้จากการเรียนวิชาการนะครับ ซึ่งสิ่งที่ได้จากกิจกรรมเหล่านี้อาจช่วยในเรื่องของการหางาน ทำงาน ในอนาคต 
แต่ทุกอย่างมันก็ต้องตั้งอยู่บนความพอดีนะครับ

****************************

ทำสโม ทำกิจกรรม วงเหล้า ออกค่ายอาสา รับน้อง ทำกิจกรรมทุก ๆ อย่าง ทำให้ได้ได้รู้จักเพื่อน ๆ มากมาย ยิ่งรู้จักคนเยอะ และเค้ารู้ว่าคุณสามารถทำอะไรได้ พวกเค้าเหล่านั้นคือคอนเนคชั่นของคุณในอนาคตครับ

ทุกวันนี้เพื่อน ๆ ที่ผมได้จากการทำกิจกรรม คือช่องทางหารายได้เสริมที่มีราคาเกินครึ่งรายได้หลักในแต่ละเดือน

จริง ๆ มันก็ไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมหรอกครับ อยู่ที่ตัวคุณมากกว่า แต่ละคนคิดเริมต้นได้เร็วหรือช้าไม่เท่ากัน สมมุติถึงแม้คุณจะอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เล่นหุ้น แต่คุณไม่สนใจเรื่องหุ้นคุณก็ไม่มีวันหารายได้จากหุ้นหรอกครับ

****************************

ผมเสียดายช่วงมัธยมมากกว่าครับ มันเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของหลายคนเลย แต่ผมก็พลาดช่วงเวลานั้นไป เรียนเสร็จก็กลับบ้าน ไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับเพื่อน ไปกินอะไรกับเพื่อนสักเท่าไหร่ ผมว่าความรู้บางทีหาตอนไหนก็หาเจอครับ แต่มิตรภาพความรู้สึกดีๆมันมีแค่เป็นช่วงเวลาเท่านั้นครับ เสียดายสุดเลยๆ อยากกลับไปขอโทษเพื่อนมากเลย

****************************

ไม่เละเทะตอนมหาลัยแล้วจะไปเละตอนไหน ตอนมหาลัยเนี่ยแหละใช้ให้คุ้มเอาให้สุด เข้าสายมืดเป็นก็ต้องออกให้เป็นด้วยนะ
หมดช่วงนี้ไปแล้วค่อยจริงจัง ยังไม่สาย เรียนจบมาแล้วก็ตั้งใจ ไล่ให้ทันพวกที่มันเรียนจริงจังด้วยหละ อย่าให้มันว่าเราได้

****************************

เสียดายเหมือนกันค่ะ รู้สึกเลือกทางเดินผิด ตอนมหาลัยน่าจะฝึกทำสิ่งที่ควรฝึกให้ได้ดี น่าจะกระตือรือร้นทำโปรแกรมหลายโปรแกรมให้เก่งๆเพราะโปรแกรมพวกนั้นทำเงินได้เยอะมากๆ จบมาก็เลือก บ.ที่ไม่ค่อยดี ไม่ได้ฝึกตัวเอง ไม่มีคอนเนคชั่นใดๆ เลยย้ายมาทำธุรกิจส่วนตัว ตั้งแต่ยังเด็กๆ แรกๆก็ดีมากๆ เราคิดว่าดีกว่าเพื่อนแล้ว เรามั่นคง เราหาเงินได้เยอะ เราก็พยายามหาอย่างอื่นทำจากสิ่งที่ชอบมันสร้างรายได้ดี กลายเป็นมี2-3งานที่ได้เงินโดยเราไม่เหนื่อย


!! แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อ2-3ปีที่แล้ว พ่อซึ่งเป็นคนซัพพอร์ตตลอดมาจะเสียไปด้วยโรคมะเร็ง พร้อมเศรษฐกิจซบเซาากู้ไม่ขึ้นขนาดนี้เสียดายความรู้ในมหาลัย กับเวลาตอนนั้น ถ้าเราเลือกหาบ.ใหญ่อยู่ซัก4-5 ป่านนี้เราอาจรับฟรีแลนซ์ในสายงานเราได้จ๊อบนึงก็อยู่ได้หลายเดือนละกลับกลายเป็นเราเลือกธุรกิจแทน ความรู้ที่เคยมีมันก็ค่อยๆลดไป จะมาเริ่มใหม่ตอนนี้ อายุ 28-29 ก็สายไปแล้ว

****************************

 

abac