วันที่ 20 สิงหาคม 2560

ขีดเส้น 2 เดือนมหา’ลัยตัดสินใจเลือกเรียนครู 4 ปีหรือ 5 ปี หากตกลงไม่ได้ใช้ทั้งสองแบบ !!

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่างกรอบมาตรฐานวิชาชีพครูใหม่ ตามที่คุรุสภาเสนอ ซึ่ง จะอิงสมรรถนะ ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงในส่วนของสภาวิชาชีพครู และหลังจากนี้คุรุสภาจะนำร่างกรอบมาตรฐานวิชาชีพฯ ดังกล่าว ไปประชาพิจารณ์ ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ส่วนหลักสูตรครูควรจะเป็นหลักสูตร 4 ปี หรือ 5 ปีนั้น ทางคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์จะต้องไปตกลงกัน ไม่ใช่หน้าที่ของคุรุสภา เพราะคุรุสภามีหน้าที่กำหนดปลายทางว่า เป้าหมายคืออะไร หากตกลงกันไม่ได้ก็อาจมีทั้งหลักสูตร4 ปีและ 5 ปี เรื่องนี้จะต้องให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน เพื่อจะได้จัดทำรายละเอียดต่าง ๆ และแจ้งให้เด็กทราบประกอบการตัดสินใจในการเลือกเรียน ซึ่งจะเริ่มรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2561

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มอบหมายให้สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (สพค.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) เปิดให้ครูเลือกเข้ารับการอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันคุรุพัฒนา โดยมีการจัดงบประมาณในการอบรม หรือ คูปองให้ครูคนละ 10,000 บาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมามีครูสมัครลงทะเบียนเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมากและเกิดปัญหา การลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ ไม่พร้อมรองรับความต้องการของครู และปัญหาอื่น ๆ ตลอดจนมีกระแสข่าวเกี่ยวกับเรื่องบริษัทจัดอบรม มีการทอนเงินให้แก่ใครก็ไม่ทราบนั้น สพค. ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนทราบเป็นระยะ โดยในส่วนของระบบลงทะเบียนรองรับนั้น ทางสพค.ได้มีการแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ที่รองรับการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว โดยจากข้อมูลมีการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆ เกือบ 6 แสนครั้ง ทั้งนี้สำหรับปีงบประมาณ 2560 ศธ.ได้จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายให้สพฐ.ใช้ในการอบรมแล้ว ประมาณ 1,500 ล้านบาท รวมถึงยังอนุมัติงบประมาณในการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรองรับความต้องการของครูอย่างเต็มที่

“สำหรับเรื่องเงินทอนนั้น หากเป็นความจริง ก็หลอกทั้งเรา คือสถาบันคุรุพัฒนาและหลอกทั้งครู ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นข้อมูลที่ดี เพราะแสดงว่า ครูไม่เห็นด้วยกับเรื่องเงินทอน ซึ่งบริษัทจะโดนสถาบันคุรุพัฒนาขึ้นแบล็คลิส หรือขึ้นบัญชีดำและถอนชื่อออกจากการจัดอบรม อีกทั้งยังจะถูกแจ้งความดำเนินคดี ในฐานะให้ข้อมูลเท็จ หากมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินการทางวินัยด้วย”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

Credit  มติชน

abac