วันที่ 21 สิงหาคม 2560

ท้อหนักมาก จบ ม.ดัง สายสังคม คณะที่จบมาหางานยาก !!

เมื่อเด็กจบใหม่ จากคณะสายสังคม ซึ่งหลักสูตร ออกจะไปทางแนวเป็ดเรียนทุกอย่าง !! นิติ รัฐศาสตร์ บริหาร IR เศรษฐศาสตร์ แต่ตอนไปสัมภาษณ์งาน เจอประโยคนี้ถึงกับท้อ  "ชื่อมหาลัยคุณดีนะ แต่คณะของคุณผมไม่รู้ว่าคุณเรียนเกี่ยวกับอะไรเห็นในทรานสคิปคุณเรียนมาทุกอย่างก็จริงแต่ผมไม่สามารถที่จะพิจารณาทำงานในองค์กรของผมได้"

 

ผมจบจากคณะหนึ่งในมหาลัยค่อนข้างมีชื่อเสียง เรียนสายสังคม แต่ลักษณะคณะที่ผมเรียนนั้น เหมือนเรียนทุกอย่างของสายสังคม เช่น รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ บริหาร เศรษฐศาสตร์ IR สังคมวิทยา ผมเรียนมาหมด แต่ได้วุฒิออกมา เป็น ศศ.บ. สังคมศาสตร์   เมื่อเทียบกับ คนที่เรียน นิติ รัฐศาสตร์ นั้น วุฒิที่ผมเรียนมานั้นแทบใช้ไม่ได้เลย เพราะ มันไม่ได้สายตรง มีครั้งหนึ่ง ผมไปสมัครสอบพนักงานราชการ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ซึ่งเค้าก็เปิดรับสายสังคมทั้งหมด  ผมได้ผ่านไปสอบสัมภาษณ์ กับ อีก2คน ซึ่งทั้งสองคนจบ รัฐศาสตร์ และ รัฐประศาสนศาสตร์ มา

 ด้วยผมถูกเรียกสัมภาษณ์เป็นคนสุดท้าย เค้าบอกว่า "ชื่อมหาลัยคุณดีนะ แต่คณะของคุณผมไม่รู้ว่าคุณเรียนเกี่ยวกับอะไรเห็นในทรานสคิปคุณเรียนมาทุกอย่างก็จริงแต่ผมไม่สามารถที่จะพิจารณาทำงานในองค์กรของผมได้ ซึ่งต่างจากสองคนแรกที่ ผมไม่ต้องถามก็รู้ว่าเค้าเรียนอะไรมา ซึ่งผมสามารถจินตนาการออกว่าเค้าจะไปอยู่จุดไหนในองค์กร ต่างจากคุณที่ผมไม่สามารถประเมินได้เลย ผมคิดว่าคุณควรไปเรียนตรี ม เปิดอีกใบเอาที่แบบชัดเจนไปเลยว่าสาขา นิติ รัฐศาสตร์ อะไรก็ได้ แล้วคุณก็เอาวุฒิ ป ตรี ใบนี้เก็บไว้ มันอาจจะมีประโยชน์ตอนคุณต่อ ปโทก็ได้ และไปเรียนอีกใบหนึ่งเชื่อผมเถอะนะ"

ผมได้ฟังจากที่เค้าพูดนั้นผมรู้สึกท้อแท้มาก ผมใช้เวลาเรียนตั้ง 4ปี เพื่ออะไรเหมือนผมต้องกลับไปเริ่มมันใหม่หมด คุณคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีครับ จะเรียนต่อตรีอีกใบเหมือนที่เค้าบอกหรือจะเดินหน้าต่อไปดี

 

มาดูความคิดเห็นยอดนิยมกันนะครับ
พอเห็นชื่อ หลักสูตรแล้วน่าจะรู้กันเลยว่า เจ้าของกระทู้จบจากที่ไหน >.<


 

มาต่อด้วยความคิดเห็นอื่นๆ กันครับ 
มีทั้งซ้ำเติม และ แนะแนวทาง ......

 

สมัครที่นี่ไม่ได้ ก็ไปที่ใหม่ดิคุณ ท้อได้แต่อย่ายอมแพ้ครับ
อย่ายอมแพ้เพียงเพราะคนๆเดียวที่ใช้คำพูดมาตัดสินคุณ
เค้ายังไม่รู้เลยว่าคุณมีความสามารถแค่ไหน อย่าคิดถึงมันมาก สู้ๆครับ
ผมเชื่อว่ายังมีที่ที่ต้องการคุณอยู่ครับ แค่คุณต้องหามันให้เจอ

*******************************

นี่ล่ะหนา ตอนก่อนจะเรียนไม่คิด รู้มั้ยค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเรียน ลองคิดดูนะ
คุณหมดไปเป็นล้านแล้ว จบมาทำไรได้ ถามจริงความรู้มีป่าว หรือตอนเรียนก็เรียนไปงั้นๆ

นี่ถ้าไม่เรียนแล้วมาทำงาน ก็คงเป็นเถ้าแก่ไปแล้ว เสียดายคนรุ่นใหม่คิดไม่เป็น

*******************************

สมัครสอบภาค ก แล้วไปสอบงานราชการจริงๆ ดีกว่าครับ พวกงานพนักงานราชการ มันจะมีความเป็น subjective ของหน่วยงานราชการอยู่ แต่ถ้าสมัครงานข้าราชการ จะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ ก.พ. เป็นผู้กำหนดอย่างเคร่งครัด จะมาใช้อารมณ์ ความรู้สึกตัดสินไม่ได้

*******************************

อ้อ แล้วไม่ต้องเก็บเอาคำพูดของกรรมการสัมภาษณ์มาคิดมากนะครับ จากประสบการณ์ของผม คนที่ทำงานในหน่วยงานราชการไม่ใช่คนที่ฉลาดอะไรมากนัก เพราะงานราชการมันคือการทำตามขั้นตอน ระเบียบแบบแผนที่วางไว้อยู่แล้ว พอคนพวกนี้เจอของใหม่ ของไม่คุ้นเคย พวกเขาก็จะหลุดอะไรที่ไม่ค่อยฉลาดออกมา

*******************************

ถ้าจะให้หางานง่ายๆ ก็ต้องเลือกเรียนสาขาที่เขาเปิดรับบ่อยๆด้วยครับ ไม่ใช่ตามใจฉัน ถ้าตามใจก็ต้องวางแผนให้ดีว่าจบมาจะไปทำอะไรอย่างไร เพราะถ้าจบสาขาที่เขารับน้อยหรือไม่ค่อยเปิดรับก็หางานลำบากอยู่ ข้างบ้านจบ ป.ตรีด้านศิลปะมายังหางานทำไม่ได้เลย  และยิ่งราชการนี่ต้องตรงสายที่เขาเปิดรับเลย ถามว่างานที่เข้าไปคุณต้องทำด้านนั้นไหมตอบเลยว่าไม่ครับ เขารับให้ตรงตามระเบียบที่เขากำหนดแค่นั้นแหละ เข้าไปคุณอาจจะไปทำในตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่สายของคุณด้วยซ้ำ ถ้าเขาเห็นว่าคุณทำได้และทำได้ดีอ่ะนะ  และที่คุณเจอที่ว่าเรียนหลายๆด้านและโดนบอกว่าคุณเรียนมาทุกด้านแต่ไม่รู้จะไปด้านไหนแน่ๆสักด้าน  เคสนี้ผมเคยเห็นคนโดนปฎิเสธมาเหมือนกัน สมัครวุฒิ ปวส. แต่ตอนสัมภาษณ์ดันไปบอกกรรมการว่าเขาจบ ปวส.มาหลายใบ หลายสาขา ทำได้ทุกตำแหน่งที่เปิดรับ สรุปไม่ได้งานครับ เพราะคนพิจารณาบอกว่าเขาน่าจะเยอะ ไม่ทางไหนหลักๆสักทาง คนที่ได้คือคนที่เรียนสายหลักวิชาเฉพาะด้านครับ  

ทั้งนี้ก็ลองสมัครหลายๆที่ครับ  สู้ๆ ต้องได้งานสักที่นั่นแหละครับ

*******************************

เอ่อม ผมจบ ม. เกษตรศาสตร์ ศศ.บ. สังคมศาสตร์ วุฒิเดียวกะ จขกท. เป๊ะ ๆ เกรดก็ไม่ได้สวยงาม ผมยังหางานทำได้เลยครับ เพื่อน ๆ ผมที่จบรุ่นเดียวกันออกมาทั้งคณะ แทบทุกคนมีงานทำ มีไม่กี่คนที่ไปเรียนต่อ แต่พวกเขาเหล่านั้นก็หางานได้ครับ

ผมว่า กรณี จขกท. นี่ มันต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ 

1. กรรมการ สัมภาษณ์ ไม่อยากได้คุณจริง ๆ 
2. คุณไม่ได้แสดงความสามารถใด ๆ ออกมาอย่างเต็มที่ 

ผมแนะนำว่า อย่าโทษที่ "หลักสูตร" ที่ตัวเองเรียนมาครับ เพราะก่อนหน้าที่คุณจะจบออกมา มีคนมากมายเรียนจบก่อนคุณมาแล้วซะอีก เพราะงั้น โทษตัวเองก่อนที่จะโทษอย่างอื่นนะครับ

*******************************

รู้กว้างอะดีครับ แต่ในความกว้างคุณต้องมีอะไรเด่นซักอย่าง แล้วใช้อย่างอื่นช่วยเสริม
เช่น คนปกติเค้าเรียน A มา จบมาความรู้เกี่ยวกับ A  8/10
คุณเรียน A B C D E ทุกอย่างคุณมีความรู้ 3/10 แบบนี้ใครจะเลือกก็ตัดสินใจยากครับ
ที่ควรจะเป็นคือ คุณรู้ A 7/10 อย่างอื่น 2/10 

แต่พอทำงานจริงคุณใช้อย่าอื่นเสริมด้วย ทำให้งาน A คุณกลายเป็น 9 ต้องแบบนี้

ผมก็เรียนภาควิชาเป็ดเหมือนกัน แต่สายอื่น ตอนเรียนอาจารย์บอกเลย ความรู้คุณสู้ที่อื่นไม่ได้หลอก
ตอนนั้นก็อึ้ง เอาจริงๆ คงไม่มีใครจะคิดว่าอาจารย์จากที่นี่จะพูดแบบนี้ออกมา
แล้วอาจารย์ก็อธิบายต่อว่า ที่อื่น 4 ปีเค้าเรียนกันอย่างเดียว ที่นี่เรียนกัน 5-6 อย่าง ไปสู้ตรงๆมันไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ถ้าคุณผสมความรู้เป็น คุณจะทำ 1 โดยมี 2 ร่วมด้วย แล้วเอาเข้าไปอยู่ในสถาณะการณ์ 3 ได้
คนที่เรียนมาอย่างเดียวไม่มีทางทำอย่างนี้ได้
ผมก็เลือกที่ชอบแค่ 1-2 อย่าง ใช้อย่างอื่นเสริม แน่นอนว่าทำงานได้ดีไม่แพ้พวกเรียนอย่างเดียว

กรณีคุณ ถ้านำเสนอตัวเองไม่ได้ ว่าเด่นด้านไหน คุณก็ต้องหาทำงานในสายที่ใกล้เคียงไปก่อน จนมีผลงาน
คนสัมภาษณ์เค้าถึงจะนึกออกว่าเอาคุณไปใส่ตรงไหนดี

*******************************

เป็นเรื่องธรรมดา สัมภาษณ์งานมีคำตอบ 2 อย่างคือ ได้กับไม่ได้ วันนี้เราไม่ได้ ก็เป็นเรื่องปกติ เดินหน้าหาใหม่ อย่าเพิ่งไปท้อว่าที่เราไม่ได้เพราะสิ่งที่เราเรียนมา มันเป็นเพราะที่ที่เราสมัครไปนั้นเขาต้องการคนเรียนจบทางนั้นมาโดยตรง แค่ตอนประกาศทำทีว่ารับสายสังคมทั้งหมด ยังมีที่อื่นที่เปิดโอกาสให้เราอีกเยอะ สมัครไปเลย ลองหลายๆที่ คำตอบคือได้กับไม่ได้ เป็นเรื่องปกติ

*******************************

เราเข้าใจสิ่งที่ จขกท.กำลังเผชิญอยู่นะคะ เราอยู่ปี3 กำลังจะจบเหมือนกัน คณะที่เราเรียนก็ค่อนข้างอธิบายยากเช่นกัน ทุกวันนี้เราเฝ้าถามตัวเองเหมือนกันว่าจริงๆเเล้วเราเรียนอะไรอยู่

*******************************

เราก็จบคณะเป็ดนะคะ แต่เรารู้ตัวว่าเป็ดตอนเรียนเลยพยายามทำให้ตัวเองเป็นเป็ดที่แข็งแรง จะรู้พื้นๆแค่ที่อาจารย์สอนไม่ได้ พยายามใส่ใจกับมัน พยายามสร้างผลงานตอนเรียน (งานส่งอาจารย์ชิ้นไหนดี เราเก็บเป็นพอร์ต ใช้ตอนสัมภาษณ์หมด) ผลคือก็ได้งานที่ไม่ตรงสายเท่าไหร่ แต่ความเป็ดที่เรียนมาเราได้ใช้ทั้งหมด งานบางอย่างฝ่ายอื่นทำไม่ทัน เราก็สามารถทำแทนได้ แทนที่จะมองว่าเป็ดมันไม่ดี ก็มองว่าเรามีความสามารถหลายอย่าง ทำให้สามารถปรับตัวได้ง่าย ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับตัวเองแหละค่ะ

*******************************

^^ ดีครับ น้องเป็ด พี่ก็จบคณะเป็ดเช่นกัน
ตอนเรียน จนกระทั่งเรียนจบ เวลาใครถามว่าเรียนคณะอะไร มีแต่คน อุทานว่า "ห๊ะ" นั่นละครับ รีบชาร์จสะตอนนี้ อย่ารอให้เขาถามแต่จงพรีเซนตัวเองให้ดี   น้องจบใหม่ประสบการณ์สัมภาษณ์อาจยังไม่มาก ฝึกเยอะๆครับ อย่าหยุดนิ่ง แม้ตอนยี้น้องจะได้งานเอกชนที่หนึ่งแล้วก็ตาม พี่จะบอกว่าโอกาสมันมีมาเสมอ จงเตรียมตัวให้พร้อม เอาคำแนะนำของกรรมการสัมภาษณ์ท่านนั้นไว้เป็นประสบการณ์ แต่อย่าเอาคำพูดเหล่านั้นมาบั่นทอนตนเอง เพราะมันก็แค่คำ ตี(ฆ่า)คน ของเขาเท่านั้นเอง 

  เป็นกำลังใจให้ครับ พี่จบคณะเป็ดมา ตอนนี้เป็นวิทยากร กลายเป็นวิชาชีพใหม่   คุณไม่จำเป็นต้องจบตรงสายในบางสายงาน เพราะเมื่อคุณเข้ามาทำงาน มันอยู่ที่คุณจะสร้างคุณค่าให้กับตัวเองได้มากแค่ไหน สู้ๆนะน้อง คณะเราทำงานไม่กี่ปีก้เงินเดือน 30k up ได้นะ จับจังหวะชีวิตให้ดีครับ

*******************************

จริงๆ พี่สาวผมก็จบคณะเป็ดที่เรียกว่า เศรษฐศาสตร์เหมือนกัน

ถึงวันนี้ เปลี่ยนสายงานไปแล้ว เข้าสู้สายงานที่สาม
ทุกสายงานทำได้ดีทั้งหมดครับ เงินเดือนจะแตะหกหลักแล้ว 

สิ่งที่แน่นอนเลย คือ ความมั่นใจ การมองไปข้างหน้าและ
มองโลกในแง่ดี   นอกไปจากนั้นก็ความพยายามตามควร

*******************************

ท้ายสุดเจ้าของกระทู้ก็เข้ามาอัพเดทข้อมูล 

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะครับ ตอนนั้นผ่านสัมภาษณ์ 3 คน เค้าเลือกเข้าทำงานแค่คนเดียว ผมยอมรับอาจจะพรีเซนตัวเองไม่ดีพอและยังอาจจะไม่ตอบโจทย์เค้าก็ได้  บ่ายวันนี้ผมได้ข่าวดีได้งานทำบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งผมไปสอบสัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมได้ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ซึ่งเจ้าของบริษัทลงมาสัมภาษณ์เองเลย ผมก็พรีเซนตัวเองถนัดเรื่องแผนงาน นโยบายต่างๆในการนำศาสตร์ทางสังคมมาบูรณาการเพื่อใช้ในองค์กร

เช่น วัฒนธรรมองค์กรต่างๆ ผมชักแม่น้ำสุดๆจนตอนนี้เค้าก็รับผมเข้าทำงานเริ่มเดือนหน้านี้ละครับ แถมเจ้าของบริษัทเค้าบอกว่า" ไม่ต้องบอกว่าจบจากไหน แค่คุณมีวิสัยทัศน์ในการนำพาบริษัทของเราไปได้ไกลผมก็ยินดีที่จะรับคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับเราครับ ยินดีด้วยครับ" ซึ่งวันนั้นมีคนสัมภาษณ์ เกือบ 20 คน ผมเป็น 1 ใน 5 ที่เค้ารับผมดีใจมากครับ เป้าต่อไปผมจะ เรียน ป โท รัฐประศาสนศาสตร์ หรือ บริหารรัฐกิจ และอาจจะเรียนตรี นิติ อีกใบไว้ประกอบกับสายงานในอนาคตครับ

 

Credit   pantip

 

abac