วันที่ 20 สิงหาคม 2560

ผอ.คนดังลำปาง รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พบแค่รับฝากลูก-ซัมเมอร์ได้เดือนเป็นล้าน

  ลำปาง - กรรมการสอบวินัยฯ เชิญ “ผอ.อนุบาลลำปาง” รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลังถูกร้องใช้เงินโรงเรียนมีเงื่อนงำ 4 ปี กว่า 40 ล้าน พร้อมเดินหน้าสอบตามกรอบ 60 วัน คาดมุ่งตรวจเส้นทางเงินต้องสงสัย พบหนึ่งในแหล่งเงินใหญ่ ร.ร. เปิดรับฝากเด็กตอนเย็น-ซัมเมอร์ ได้เดือนละเป็นล้าน สวนทางคำสั่ง สพฐ.
       
       ความคืบหน้ากรณี นายประยูร เรียนปิงวัง ผอ.โรงเรียนอนุบาลลำปาง ถูกอดีตเลขาส่วนตัว คือ นางสุรณี กัลยารัตนกุล หรือครูต้อย ออกมาร้องเรียนว่า ผอ.เก็บเงินนักเรียนในส่วนต่างๆแล้วนำไปใช้ส่วนตัว และคนใกล้ชิด ห้วง 4 ปี (57-60) มากกว่า 42 ล้านบาท และทิ้งหนี้สินไว้ให้กับตนอีกกว่า 10 ล้านบาท
       
       จนกระทั่งมีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง และชี้มูลการกระทำความผิด ส่งผลให้ต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและ กศจ.มีคำสั่งย้าย ผอ.ไปทำงานที่ สพป.ลำปาง เขต 1 และให้นายสมยศ ยะม่อนแก้ว รอง ผอ.ร.ร.อนุบาลลำปาง รักษาราชการแทนนั้น
       
       แหล่งข่าวแจ้งว่า ล่าสุดวันนี้(24 ก.ค.) คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้ไปพบนายประยูร เรียนปิงวัง ผอ.ร.ร.อนุบาลลำปาง เพื่อให้เจ้าตัวรับทราบข้อกล่าวหาที่ครูต้อย ได้ร้องเรียนไว้ โดยนายประยูร ได้ประสานให้ทนายความเข้าร่วมรับฟังด้วย


       
    
       
       แหล่งข่าวระบุว่า กรรมการสอบวินัยฯ จะต้องตามเส้นทางการเงินที่ครูต้อย ได้บันทึกไว้ว่า ผอ.คนดังกล่าว ได้สั่งจ่ายเงินไปใช้ในส่วนไหนอย่างไรบ้าง ก็ต้องติดตามเส้นทางเงินทั้งหมด ซึ่งตามกรอบการทำงานของกรรมการจะต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
       
 
       อย่างไรก็ตามจากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลลำปาง ยังพบว่า ก่อนหน้านี้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร กลุ่มวิจัยเสริมสร้างพัฒนาวินัย และวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ ร้องเรียน สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ โดยนายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการ ปฎิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ สพฐ.ได้ออกหนังสือที่ ศธ 04009/2969 ลงวันที่ 4 ธ.ค.58 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสังกัด เรื่อง ให้กำชับโรงเรียนในสังกัดเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินในการสอนพิเศษ
       
       โดยเนื้อหาในหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วยปรากฎว่า มีเรื่องการร้องเรียนเกี่ยวกับโรงเรียนในสังกัดของ สพฐ.เป็นจำนวนมาก ว่าได้จัดให้มีการสอนพิเศษ การสอนกวดวิชา สอนทำการบ้าน ในทุกระดับชั้น ในรูปแบบที่โรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการเอง หรือยินยอมให้องค์กรอื่นๆ เช่น สมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครองและครู ชมรมเครือข่ายผู้ปกครอง เป็นผู้ดำเนินการ แล้วเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครอง โดยโรงเรียนเก็บเงินเอง หรือเป็นเงินบริจาคให้องค์กรดังกล่าวเป็นผู้จัดเก็บเงิน ซึ่งมีข้าราชการครูในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการ โดยการสมัครของนักเรียนเองแต่ให้ข้าราชการครูมากดดันบังคับนักเรียน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก
       
       สพฐ.จึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้กำชับ สอดส่อง ดูแล พร้อมแจ้งกำชับให้โรงเรียนในสังกัด มิให้มีพฤติกรรมตามที่มีการร้องเรียนกล่าวหา หากพบว่าโรงเรียนในสังกัดโรงเรียนใดมีพฤติกรรมดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณีข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วรายงานผลตามขั้นตอนของกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบด้วย
       
       ต่อมาวันที่ 25 มี.ค.59 นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการ ปฎิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ออกหนังสือที่ ศธ 04009/820 ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสังกัด เรื่องทบทวนมาตรการในการเรียกเก็บเงินในการสอนพิเศษ อีกครั้ง
       
       โดยระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง สพฐ.(หนังสือที่ ศธ 04009/2969 ลงวันที่ 4 ธ.ค.58) ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในทางปฎิบัติ มีบางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้สั่งห้ามไม่ให้มีการสอนโดยเด็ดขาด สพฐ. จึงขอทบทวนเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องนี้ว่า สพฐ. มิได้สั่งห้ามสอนพิเศษในรูปแบบต่างๆ เพียงแต่ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้กำชับ สอดส่อง ดูแล มิให้โรงเรียนในสังกัดมีพฤติกรรมในการเรียกเก็บเงินจากการสอนดังกล่าว  และหากโรงเรียนยังมีนักเรียนที่ผู้ปกครองยังไม่ได้มารับกลับบ้าน ก็ขอให้โรงเรียนยังคงต้องดูแลและจัดกิจกรรมต่างๆให้นักเรียนกระทำตามควรแก่กรณีจนกว่าผู้ปกครองจะมารับนักเรียน
       
       แต่ในส่วนของโรงเรียนอนุบาลลำปาง พบว่า มีการเชิญชวนให้ผู้ปกครองนำเด็กนักเรียนเข้าร่วมโครงการ “ฝากลูกไว้กับครู” ในช่วงเวลาหลังเลิกเรียนมาตลอด ซึ่งปรากฎรายรับในบัญชีของ ครูต้อย อดีตเลขาส่วนตัวนายประยูร เรียนปิงวัง ที่บันทึกไว้ว่า รับเงินโครงการ / โครงการฝากลูก ตั้งแต่ปี 57-60 ที่ได้บันทึกไว้มียอดรับสูงบางเดือนมากกว่า 700,000 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าสอนพิเศษช่วงซัมเมอร์อีกสองเดือน ที่มียอดแต่ละเดือนกว่า 300,000 บาทด้วย
       
       ล่าสุดยังพบว่า นายสมพร วะเท ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอนุบาลลำปาง(เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) ออกหนังสือที่ ศธ 04131.0175/434 ลงวันที่ 25 พ.ค.2560 ถึงผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1-6 เรือง การเปิดโครงการ “ฝากลูกไว้กับครู” ปี 2560
       
       โดยระบุว่า ด้วยโรงเรียนอนุบาลลำปาง(เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) จะทำการเปิดสเริมพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนในโครงการ“ฝากลูกไว้กับครู” ประจำปีการศึกษา 2560 ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 มิ.ย.60 เป็นต้นไป ทำการสอนในเวลา 16.00-17.00 น. ทุกวันทำการ วิชาที่เปิดสอน ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ค่าลงทะเบียนเรียนคนละ 500 บาท/เดือน ผู้ปกครองติดต่อสมัครเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ พร้อมลงทะเบียนเรียนได้ที่ครูประจำชั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทางโรงเรียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงได้รับความร่วมมือจากท่านด้วยดี 

 

Credit    Manager 

abac