วันที่ 20 สิงหาคม 2560

เข้ามหาวิทยาลัยปี 1 จะขอรถพ่อ โดนชาวเน็ต ตักเตือนหนัก จนเผยรายได้ !!

งานนี้เป็นเรื่อง เมื่อน้องใหม่ปี 1 เพ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยติด
เห็นคนอื่นเขาขับรถกันเยอะ เลยมีความคิดว่าจะขอรถจากพ่อ  หรือผมขอมากเกิน !!?  

มันเป็นเรื่องปกติไหมครับ ถ้าผมสอบติดที่ที่อยากเข้า 
เเล้วจะขอรถจากพ่อ หรือ ว่าผมขอมากเกิน หรือว่าขอเป็นอย่างอื่นเเทน
(บ้านผมกลางๆ ไม่รวย ไม่จน) 
ผมเห็นวัยรุ่นมหาลัยเขาขับกันเยอะอยู่เลยคิดว่าน่านะปกติ

หลักจากที่เจ้าของกระทู้ โดนถล่มไปเกือบร้อยความเห็น เลยมาให้ข้อมูล เพิ่มเติมว่า

เหมือนผมจะโดนตักเตือนเยอะเลย:p เอางี้ละกันพ่อผมรายได้อย่างต่ำ 7หลักต่อเดือน(เเม่บอก)(พ่อผมคิดรายได้เป็นปี หาร12 ก็ประมาณ8หลักต่อเดือน) ผมเลยคิดว่าถ้าผมซื้อรถมันไม่น่าเป็นปัญหา เเต่พ่อผมเหมือนจะคิดเยอะ(พ่อผมประหยัดสุดๆ เสื้อผ้าไม่เคยซื้อใส่ตัวเดิมๆตลอด)เเละอาจจะไม่ให้ ผมเลย งง ว่าทำไมคนอื่นได้เเต่ผมอาจจะไม่ได้.  ที่ผมมาถามเพราะว่าผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็มีรถ เเต่ฟังจากหลายๆเม้นเหมือนจะเป็นเรื่องไม่ปกติ

เจ้าของกระทุ้ก็มีความมุมานะมาก มาไล่ตอบคำถาม


มาฟังความคิดเห็นของพี่ๆท่านอื่นๆ กันครับ

***********************

บ้านรวย มีเงินเก็บหลายสิบล้าน
พ่อมีอาชีพมั่นคงเงินเดือนสูง ก็ว่ากันไป

แต่เป็นผม(ผช) ... ไม่ขอครับ

**********************

ฐานะปานกลาง แค่หาเงินมาจ่ายค่าเทอมคุณ ค่าใช้จ่ายในบ้าน คุณก็น่าจะคิดเองได้นะว่ามันหนักแค่ไหน จะไปเพิ่มภาระให้กับพ่อแม่คุณอีกเหรอ บ้านคนอื่นนี่ไม่มีเงิน ต้องไปทำงานหาเงินเรียนเองนะ แถมข้ออ้างว่าคนอื่นเขายังมีรถเลยนี่มันโคตรจะความคิดเด็กจริงๆ 

คนที่ทำงานหาเงินซื้อเอง จะรู้สึกถึงความลำบากเลยกว่าจะผ่อนหมด แทบกระอัก

**********************

ผมเป็นพ่อ  ที่ลูกกำลังจะจบมหาวิทยาลัย
ตอนลูกผมสอบเข้าได้ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น
โดยสภาพที่ตั้งมหาวิทยาลัย  ต้องมีรถ
ผมซื้อ มอเตอร์ไซค์ให้ครับ เป็นยามาฮานูโวอิลิแกนซ์
จนลูกเรียนปีสี่  ผมเห็นว่าโตพอแล้ว ผมจึงให้รถยนต์เก๋งที่บ้านเอาไว้ใช้
ฐานะครอบครัวปานกลางลูกผมเรียนแพทย์
เหตุผลคือปีสี่เริ่มมีการขึ้นเวรกลางคืน

**********************

คุณสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้...พ่อแม่ดีใจ แต่มันก็ดีสำหรับตัวคุณเอง ยังไงๆ ภาระในการส่งเสียให้คุณเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังเป็นพ่อแม่คุณ ไม่คิดบ้างว่าตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ พ่อแม่คุณส่งเสียเลี้ยงดูคุณมาตลอด จนระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งก็นับว่าคุณเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลายๆ บ้าน ลูกที่โตขนาดนี้ต้องดิ้นรนทำงานพิเศษเพื่อส่งตัวเองเรียน บางกรณีไม่ใช่เพราะที่บ้านส่งไม่ไหว แต่เพราะเจ้าตัวคิดได้ เห็นแล้วว่าเป็นภาระพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก นี่ก็โตพอจะดิ้นรนหาเงินเรียนเองได้แล้ว ไม่อยากเป็นภาระให้พ่อแม่อีกต่อไป ก็ไปดิ้นรนหางานพิเศษทำ

ลองคิดดูดีๆ ครับ จวบจนตอนนี้ภาระทุกอย่างในการให้คุณได้กิน ได้อยู่ ได้เรียน พ่อแม่หามาให้ทุกอย่าง กะแค่คุณเข้ามหาวิทยาลัยได้ พ่อแม่คุณต้องดีใจขนาดเอาภาระเรื่องรถมาเพิ่มเพื่อคุณอีก ลองคิดให้มากๆ ครับ รถคันนึง ขนาดคนเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานแล้ว รถคันนึงยังเป็นภาระที่หนักพอสมควร ไหนจะค่ารถ ไหนจะค่าน้ำมัน ไหนจะค่าดูแลรักษา ประกัน แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุอีกล่ะ ฯลฯ

หวังว่าการศึกษามาถึงระดับจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจะช่วยให้คุณคิดได้นะครับ ว่าอะไรควรไม่ควร

โชคดีกับการตัดสินใจของคุณครับ

**********************

ถ้ามอไซด์อ่ะ ปกติ แต่ถ้ารถยนต์ไม่ปกติ ต้องมีฐานะพอควร 
ถ้าขอแล้วที่บ้านน้องไม่เดือดร้อน ก็แล้วไป
แต่ถ้าเป็นน้องนุ้งตัวเองจะบอกว่า  หาเงินผ่อนได้ค่อยซื้อ  
ค่าเรียน ค่ากินค่าอยู่ก็หนักพอตัวแล้ว ยังจะให้ผ่อนรถให้อีกเหรอ

**********************

จะมากไปไม่มากไป เกินตัวหรือไม่อยู่ที่รายรับและภาระทางบ้านท่านอะครับ อย่างผมก็เป็นคนนึงที่ได้รถมาใช้ตั้งแต่ปี1 ฐานะก็ปานกลางนี่แหละแต่ผมเป็นลูกคนเดียว แล้วรถที่ได้เป็นคันเก่าของที่บ้านนะครับส่วนที่บ้านก็ออกใหม่ ตอนรับมารถอายุประมาณ7ปีทุกวันนี้ผมก็ยังใช้คันเดิมอยู่ปัจจุบันก็สัก13ปีได้แล้วครับรถคันนี้ บ้านผมอาจจะโชคดีอีกตรงที่ว่าพ่อกับแม่ทำงานที่เดียวกันที่บ้านเหลือรถไว้ใช้คันเดียวก็ไม่มีปัญหา แต่ผมไม่ได้ขอนะที่บ้านให้มาเองขอซื้อมอไซด์แล้วไม่ยอม

**********************

เรียนให้จบก่อนแล้วค่อยขอ
มีรถตอนเรียนมันไม่ได้จบแค่เงินที่ซื้อรถ
ไหนจะค่าน้ำมัน  ค่าต่อทะเบียน  ค่าประกัน
ค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง  ค่าของตกแต่งรถ
มันต้องไปลงที่พ่อทั้งนั้น  
เพราะคุณยังไม่มีรายได้ที่จะสามารถมาจ่ายค่าเหล่านี้ได้
ซึ่งปีๆนึงก็หลายหมื่นบาทอยู่

**********************

การสอบเข้า มหาวิทยาลัยได้  เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้น  ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะมั่นคงตามที่ฝัน  มีรถก็มีเพื่อนมีแฟน  สิ่งเหล่านี้จะยั่วยวน ชักชวนให้คุณเสียเวลา และทรัพย์อยู่กับมัน  แล้วเวลาเรียนละจะไปอยู่ตรงไหน  อนาคตเริ่มต้นเมื่อคุณเริ่มทำงาน  เริ่มหาเงินด้วยตัวคุณเองแล้วจะรู้ว่า  เงินแต่ละบาทที่จะได้มามันไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนที่คุณจะเอ่ยปากขอ  อดใจไว้ก่อน เมื่อเรียนจบ มีงานทำแล้วซื้อตอนนั่นรุ่นใหม่กว่า เทคโนโลยีใหม่กว่า และก็ภูมิใจมากกว่า  ระยะเวลาในมหาวิทยาลัยยังต้องใช้เงินอีกมากพอควร  นึกถึงคนที่หาเงินมาให้คุณด้วย

**********************

คุณคิดแต่เรื่องความสะดวกสำหรับคุณ (และไว้รับเพื่อนๆ) อย่างเดียว
คุณยังไม่ได้ศึกษาเลยว่า จะมีปัญหาอะไรตามมาทีหลัง ลองศึกษาหาข้อมูล
แล้วประเมินดูว่า ใครจะเป็นคนรับปัญหา และค่าใช้จ่ายเหล่านั้น

การมีรถส่วนตัวขับใน กทม. ไม่ได้ทำให้ไปไหนมาไหนสะดวกขึ้นมากหรอก
เพราะเวลาจราจรติดขัด คุณต้องอยู่ในรถเป็นชั่วโมง ทำให้หงุดหงิด ไปไหนไม่ทัน
และพอมีรถ คุณก็หาเรื่องที่จะไปไหนต่อไหนได้สารพัด โดยไม่สนใจเรื่องรถติด
ลองศึกษารอบด้านดีๆครับ ถ้าคุณไปขอ คนเป็นพ่อแม่ รักลูก ก็คงต้องตามใจลูก
ยอมดาวน์ ยอมผ่อนให้ลูก ผมว่า คุณลองเรียนไปสัก 2-3 ปีก่อน แล้วค่อยกลับมา
คิดเรื่องนี้ใหม่ก็ยังไม่สายครับ

**********************

 

Credit  pantip

abac