วันที่ 28 มิถุนายน 2560

หญิงสาวผู้ไม่ยอมแพ้ แม้ตัวเองเป็นอัมพาต แต่สู้จนคว้าปริญญาได้ด้วยการ “กะพริบตา”

ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น… คำคมนี้ยังคงเป็นคติประจำใจของใครหลายๆ คนเสมอ โดยเฉพาะนักล่าฝันทั้งหลาย และหลายครั้งพวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่ามันได้ผลจริงๆ Dawn Faizey Webster วัย 40 ปี ป่วยเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ และขยับแขนไม่ได้ แต่เธอสามารถคว้าใบปริญญามาได้ด้วยการเรียนผ่านการกะพริบตาเท่านั้น

 

Webster ต้องกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่อายุ 30 ปี หลังจากคลอดลูกชาย Alexander เพียงไม่นาน จนทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล คุณหมอบอกว่า Webster ต้องคลอดลูกแบบฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการคลอดก่อนกำหนด แต่หลังจากคลอดเสร็จคุณหมอพบว่าเธอมีความดันโลหิตสูงผิดปกติ

ใขณะที่เธอเองก็ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติแต่อย่างใด และยังบอกอีกว่าเธอสบายดี คุณหมอก็เลยอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ปรากฏว่าความดันของเธอยังสูงต่อเนื่อง จนกระทั่ง 2 สัปดาห์ต่อมาเธอก็กลายเป็นอัมพาต

 

ภาพนี้ถ่ายหลังจากที่เธอคลอดลูกชาย Alexander
และภาพ Webster ตอนอายุ 27 ปี

 

ตั้งแต่เป็นอัมพาต แม้สุขภาพของเธอจะแข็งแรงดี แต่เธอไม่สามารถสื่อสารได้ ทำได้เพียงขยับหัวเล็กน้อย กะพริบตา และกระตุกเบาๆ เธอได้เล่าผ่านคอมพิวเตอร์ว่า “ตอนนั้นฉันเอาแต่จ้องมองเพดาน มีญาติๆ มาเยี่ยมฉัน ฉันฟังพวกเขาคุยกันเกี่ยวกับฉัน ในใจของฉันมันก็ร้องไห้ออกมา แต่ทว่าน้ำตากลับไม่ไหลออกมาเลย”

สภาพตอนนั้นของ Webster ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ พวกเขาคิดว่าเธอคงต้องนอนอยู่บนเตียงแบบนั้นไปตลอดชีวิต เปล่าเลย… เธอเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งมาก แม้จะเป็นอัมพาต แต่เธอก็พยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ โดยการใช้ประโยชน์จากร่างกายในส่วนที่ยังทำงานปกติ นั่นก็คือสมองและหัวจิตหัวใจอันเข้มแข็ง

เธอฝึกฝนเพื่อไปให้ถึงฝันจนสามา่รถพิมพ์ดีดได้ด้วยความเร็ว 50 คำต่อชั่วโมง โดยไม่ใช่มือเลย แต่ใช้ศีรษะในการเลื่อนเม้าส์ เนื่องจากที่พิงหัวของเธอนั้นถูกออกแบบมาเป็นพิเศษที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และเลือกตัวอักษรด้วยการกะพริบตา

เธอเปิดใจกับ  MailOnline ว่า “ตอนที่ฉันเรียนจบปริญญาตรี ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากเลยค่ะ มันคุ้มค่าจริงๆ ที่ฉันอดทนและพยายามมาตลอด 6 ปี” เธอยังบอกอีกว่า “แม้อัมพาตจะเป็นอุปสรรคต่อชีวิตของฉัน แต่ฉันไม่คิดจะยอมแพ้ ฉันได้พยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ได้ ในที่สุดฉันก็ทำได้” 

และที่สำคัญไปกว่านั้นคือต้องขอบคุณครอบครัวของหญิงสาวที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ให้เธอได้ทำตามความฝันจนประสบความสำเร็จในวันนี้ตอนนี้เธอมีเป้าหมายที่จะเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ศิลปะและคงต้องย้ำกันอีกครั้งว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงๆ

Credit catdumb

abac