วันที่ 24 สิงหาคม 2560

แฉทุนโอดอสใช้เส้นสายสมัครเข้าโครงการ สงสัยเด็กได้รับประโยชน์จริงหรือ !?

สรุปปัญหาโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน หลัง รมว.ศึกษาธิการ สงสัยเด็กได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ ส่วนทุนโอดอส รุ่น 5 จะเดินหน้าต่อหรือไม่ รอบอร์ดใหญ่ตัดสิน.

วันนี้ (14 มี.ค.) ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองหลักเกณฑ์โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (โอดอส) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้สรุปปัญหาของการดำเนินการโครงการที่ผ่านมา ตามนโยบายของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้กลับไปทบทวนว่า เด็กที่เข้าร่วมโครงการได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะโครงการนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงตกประมาณคนละ 1 ล้านบาทต่อปี และจากการทบทวนพบปัญหาของการดำเนินโครงการทุนโอดอส คือ เด็กที่สมัครขอรับทุนเป็นเด็กที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดแต่มาเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในเมือง จึงไม่ใช่เด็กต่างจังหวัดจริง ๆ และกระบวนการคัดกรองโดยเฉพาะหลักเกณฑ์ที่ระบุว่า ครอบครัวต้องมีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี ก็อาจมีการแต่งตัวเลข อีกทั้งเมื่อเด็กรับทุนแล้วไม่กลับมาใช้ทุนก็มี นอกจากนี้เมื่อเดินทางไปเรียนต่างประเทศแล้วไม่สามารถปรับตัวได้ทำให้เกิดความเครียด บางคนถึงกับเป็นโรคซึมเศร้า และยังพบด้วยว่ามีเด็กโอดอสเสียชีวิตจากความเครียดแล้วหลายราย

“หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้เป็นโครงการประชานิยมเกินไป และยังมีการใช้เส้นสาย ซึ่งถือว่าไม่มีความเป็นธรรม จึงลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้ อย่างไรก็ตามจากสภาพปัญหาที่พบ ทำให้ต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับทุนโอดอสใหม่ เพื่อใช้กับโครงการรุ่นที่ 5 โดยจะระบุชัดเจนว่า สายสามัญเด็กต้องมีภูมิลำเนา หรือเรียนอยู่ในอำเภอนั้น อย่างน้อย 3 ปี ครอบครัวมีรายได้น้อยกว่า 2.5 แสนบาทต่อปี มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 3.00 ขึ้นไป ให้คณะกรรมการสถานศึกษาคัดกรองเบื้องต้น โดยไม่ต้องสอบแข่งขันแต่จะพิจารณาจากคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ส่วนสายอาชีวศึกษาก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสายสามัญ แต่ต้องเรียนในจังหวัดนั้น และพิจาณาคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา(วีเน็ต)”ดร.ชัยยศกล่าวและว่า ทั้งนี้จะมีการนำหลักเกณฑ์ที่มีการปรับปรุงดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ที่มี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน ส่วนจะเดินหน้าโครงการทุนโอดอส รุ่นที่ 5 ต่อหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ดชุดใหญ่นี้..

Credit  dailynews