วันที่ 22 กรกฎาคม 2560

"โปรแกรมเมอร์"ขาดตลาด เด็กจบใหม่เงินเดือนสูงมาก !!?

ด้วยความที่ตลาดขาดแคลนบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้แต่ละบริษัทที่อยากจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถ จึงให้ค่าตอบแทนสูงจริงไหม??... 

อาชีพ “โปรแกรมเมอร์” เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟแวร์ ปัจจุบันเป็นเรื่องน่าตกใจที่เด็กยุคใหม่เรียนจบคอมพิวเตอร์แต่ไม่ชอบเขียนโปรแกรม เพราะอาจมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านักเขียนโปรแกรมที่ต้องนั่งติดเก้าอี้ อยู่แต่หน้าจอคอมฯ จึงทำงานในบริษัทใหญ่ 2-3 ปี ก็เปลี่ยนงานกันแล้ว เพราะสาเหตุอะไร?? 

สาเหตุหลักมาจากการที่ “เด็กต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ” นั่นเอง ถามว่าเป็นไปได้ไหม?? แน่นอนว่าเด็กที่เรียนจบทางด้านคอมพิวเตอร์มาสามารถเป็นได้อยู่แล้ว เพราะมันเป็นพื้นฐานของทุกธุรกิจเลยก็ว่าได้ อยู่ที่ว่าใครจะอยากทำธุรกิจอะไร...

จากการสำรวจกลุ่มผู้จ้างงานต่างๆ และสำรวจบัณฑิตย์ของ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า บัณฑิตย์จบแล้วทำงานที่บริษัทต่างๆ 70-80 % อีกประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เรียนต่อต่างประเทศ ที่หลือประมาณ 7-8 เปอร์เซ็นต์ยังไม่รู้ตัวเองว่าจะเรียนต่อหรือทำงานหรืออยากทำงานอะไร ซึ่งความจริงถ้าไปทำบริษัทรับอยู่แล้ว แต่ยังเลือกอยู่...

ดร.ปวิตรา จิรวีรกุล รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและสร้างความผูกพันธ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า จริงๆ ในจำนวน 70-80 % มีทั้งทำงานบริษัท ประกอบธุรกิจส่วนตัว และเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่การทำงานในบริษัทถึงแม้จะเป็นบริษัทที่ใหญ่และมั่นคง บางครั้งเด็กคอมพิวเตอร์ก็ไม่ได้แคร์ที่จะทำไปตลอด กลับมีปรากฏการณ์ทำแป๊บๆ ไม่ถึง 2 ปีแล้วเปลี่ยนงาน 

เรียกได้ว่าการเปลี่ยนงานในสมัยนี้เป็นเรื่องง่ายมาก สวนกระแสจากเมื่อก่อนว่าการเปลี่ยนงาน คือ “เรื่องใหญ่” แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว นอกเหนือจากแนวคิดอยากเป็นเจ้าของธุรกิจแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น บริษัทใหญ่ๆ เรามองว่าดี แต่มีเรื่ออื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น สวัสดิการ เนื้องาน

เด็กคอมพิวเตอร์สมัยใหม่จะดูว่าบริษัทมั่นคงมากน้อยแค่ไหนเป็นอันดับแรก และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่จะทำให้เปลี่ยนงาน เพราะคิดว่าอยากเป็นนายตัวเอง และรู้สึกว่าการทำงานบริษัทหนึ่งพอได้เรียนรู้แล้วว่าบริษัทนี้ทำอย่างไรก็อยากจะไปเรียนรู้ที่บริษัทอื่นๆ เพิ่มเติมว่าที่อื่นทำอย่างไร จะรู้สึกว่าประสบการณ์ที่ได้รับเป็นการเติบโตของสายอาชีพของเขา ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนงานไปแล้วและได้ทำตำแหน่งเดิมก็ตาม เพราะประสบการณ์ที่ได้มันต่างกัน

อีกปัจจัยของการเปลี่ยนงานบ่อย คือบริษัทต่างๆ มีการชิงตัวกัน เช่น เวลานำงานไปเสนออีกบริษัทหนึ่งจะตามหัวหน้าไปด้วย พออีกบริษัทเห็นแววทำงานดี อาจจะมีการชิงตัวเกิดขึ้น จึงสรุปสาเหตุการเปลี่ยนงานบ่อยของเด็กคอมพิวเตอร์ได้ 3 ข้อหลักๆ คือ 1.ความมั่นคง 2.ต้องการเป็นเจ้านายตัวเอง และ 3.มีการชิงตัวกันของบริษัทต่างๆ

ถามว่าด้วยความที่ตลาดขาดแคลนบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์นี้ทำให้แต่ละบริษัทที่อยากจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถ จึงให้ค่าตอบแทนสูงจริงไหม?? แน่นอนว่าจริงๆ แล้วอาชีพนี้ค่าตอบแทนขั้นต่ำที่เพิ่งสำรวจจากบริษัทที่มาอออกบูธในงาน JOB FAIR ปีล่าสุด คือ 25,000 - 50,000 บาททีเดียว สำหรับบัณฑิตย์จบใหม่!!

แต่ถึงแม้ค่าตอบแทนสูงขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถเลือกสรรคนเก่งๆ เข้ามาทำงานได้ เพราะส่วนหนึ่งหลังจากได้ประสบการณ์จากหลายๆ ที่แล้ว และคิดว่าตัวเองมีความรู้พอที่จะต่อยอดได้ก็ไป หรือบางคนออกไปเรียนต่อต่างประเทศและกลับมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

บางกลุ่มจบใหม่ไม่ทำงานบริษัทก็รวมกลุ่มจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็นสตาร์ทอัพ เริ่มจากเป็นบริษัทเล็กๆ ก่อน และดูว่าเทรนด์ตลาดเป็นแบบไหนและจับธุรกิจอะไรได้ เพราะไอทีมันเป็นเหมือน “พื้นฐานของทุกธุรกิจ” อย่างเช่นกลุ่มผลิตแอพพลิเคชั่นก็ต้องดูว่าความต้องการของตลาดที่เข้ามาคืออะไร ต้องการให้มีฟังชันแบบไหนก็สามารถทำได้หมด

เรียกได้ว่า...ไม่ว่าธุรกิจไหนจะเข้ามาก็สามารถจับได้หมด เช่น เทรนด์ประกัน สามารถทำธุรกรรมการเงินทางออนไลน์ได้ จึงปรับทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ ดังนั้นชีวิตในปัจจุบันมันแทบจะทับซ้อนกับการใช้เทคโนโลยีอยู่แล้ว

“มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ถ้าเรามองลึกลงไปจากที่เราเป็นผู้ใช้ แต่ลองมาเป็นผู้ผลิตหรือผู้ที่มีสินค้าไปนำเสนอจะทำให้ต่อยอดไปได้เรื่อยๆ การเรียนสาขาคอมพิวเตอร์นี้ไม่จำเป็นว่าจบแล้วต้องทำงานบริษัท เราสามารถประยุกต์ทำธุรกิจส่วนตัวได้ ไอทีจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งส่งเสริมทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้”

แล้วคนที่ไม่ชอบเรียนคอมพิวเตอร์ เพราะคิดว่าเรียนยากล่ะ?? ความเชื่อนี้ก็ผิดอีก เพราะแค่เรารู้สึกว่าตัวเองชอบเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจริงๆ มันอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วแค่ศึกษาเพิ่มเติมดู ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการเปิดสอนหลักสูตรการเรียนการสอนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์หลายที่ แต่ถ้าจะเลือกเรียนจริงๆ แนะนำว่าเรียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือ English Program ก็จะดีมาก

เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการคิดค้นขึ้นมาจะอยู่ในงานวิจัยหรือสิ่งพิมพ์ภาษาอังกฤษ เราสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นและตามเทคโนโลยีได้ทันมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่การรับข้อมูลที่แปลเป็นภาษาไทยมาแล้วเพียงอย่างเดียว

ฉะนั้นเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว...ในยุคที่งานหายากแบบนี้ ใครพอจะมีความสนใจ “ด้านคอมพิวเตอร์” คงไม่ต้องคิดนาน “โอกาส” รออยู่ตรงหน้าแล้ว...เหลือแค่เดินเข้าไปหา!!
…...................................
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”...  
https://www.dailynews.co.th/article/556263

abac