วันที่ 27 เมษายน 2560

ไขปริศนา ทำไมเราจึงไม่เห็น “ลูกนกพิราบ” มาอยู่ในเมืองเลย!?

เราทุกคนคงจะเคยเห็นนกที่บินมาเกาะตามหน้าต่างหรือตามเสาไฟมามากมายหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งนกตัวใหญ่ตัวเล็กหรือแม้แต่ลูกนกตามรังของพวกมัน แต่จะมีนกอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่เราจะไม่ค่อย (หรือไม่มีวัน) ได้เห็นพวกมันในขณะที่ยังเป็นลูกนกเลย นั่นคือนกพิราบนั่นเอง

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคุณถึงไม่เคยได้เห็นพวกลูกนกพิราบกันเลย? ไม่ใช่แค่คุณหรอกนะ ความจริงแล้วมีการศึกษาพฤติกรรมของพวกมันมานาน กระทั่งเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็พยายามหาคำตอบเรื่องนี้ ทำไมเราเห็นลูกนกอื่นๆ บินมากินอาหารกับฝูง แต่ทำไมเราไม่เห็นลูกนกพิราบ และพวกเขาก็พบว่าลูกนกพิราบก็อยู่ที่รังยังไงล่ะ…

#ความจริงมันเป็นอย่างงั้นเองแต่ที่เราไม่เห็นก็เพราะพวกนกพิราบมักจะไปทำรังในที่ลับหูลับตาคนมากๆ แตกต่างจากพวกนกทั่วไปที่อาจจะมาทำรังตรงหน้าต่างบ้านคุณ แต่นกพิราบนั้นจะชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะฉะนั้นเราเลยจะหารังของมันเจอในที่ลึกลับ เช่นตามอาคารร้าง บ้านร้าง หลังคา หรือตามใต้สะพานที่คนไม่สามารถเข้าถึงพวกมันได้

นกพิราบคือพ่อแม่จอมโอ๋ลูก

ตรงข้ามกับนกสายพันธุ์อื่นที่อยากจะให้ลูกบินโดยเร็วที่สุด เพราะการที่บินได้หมายถึงพวกมันหมดภาระการเป็นพ่อแม่แล้ว จะได้ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างกระตู้วู้ว ราวกับเป็นนกวัยรุ่นอีกครั้ง

พวกพิราบนั้นทำหน้าที่เป็นพ่อเป็นแม่ได้ดีมาก พวกมันจะไม่พยายามบังคับหรือเตะลูกๆ ของพวกมันออกมาจากรังเพื่อบังคับให้ลูกๆ บิน ส่วนบางสายพันธุ์จะใช้วิธีบังคับออกจากรัง เพื่อให้พวกลูกๆ บินได้ซะที (พิราบมันอินดี้นั่นเอง) พวกมันจะคอยประคบประหงมลูกๆ โดยการหาอาหารมาให้และให้ลูกๆ อยู่ในรังอย่างน้อย 40 วัน ถือเป็นระยะเวลาที่นานพอควร ซึ่งในเวลาประมาณนี้เหล่าลูกนกพิราบก็จะเติบโตจนกลายเป็นพิราบโตเต็มวัยที่จะบินได้ด้วยตัวเอง

นี่คือคำตอบง่ายๆ ของคำถามที่ว่าลูกนกพิราบหายไปไหน ก็คือพวกมันโดนพ่อแม่โอ๋ไม่ให้ออกจากรังนั่นแหละ

แล้วเรามีโอกาสเห็นลูกนกพิราบบ้างหรือไม่!?

ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสไม่มากนัก แต่ก็พอจะมีวิธีดูได้ว่าตัวไหนเป็นวัยรุ่นหรือว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยการสังเกตที่ขนรอบๆ คอของมัน ผู้ที่ศึกษาเรื่องนกพิราบระบุว่า ถ้าตัวไหนมีขนสีเขียวๆ และม่วงๆ นั่นแปลว่าตัวนั้นโตเต็มวัยแล้ว แต่ถ้าตัวไหนไม่มีก็แปลว่ามันอาจจะยังเป็นวัยรุ่นอยู่นั่นเอง…

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่เคยเจอลูกนกพิราบ ในชีวิตประจำวันเลยนั่นเอง

ที่มา livescience , brightside , bbc  เรียบเรียงภาษาไทย Catdumb 

abac