วันที่ 29 เมษายน 2560

อยากเป็น"ทูต" ต้องเตรียมตัวอย่างไร เรียนคณะอะไร !?

การตามฝันสู่การเป็นนักการทูต น้องๆหลายคนอาจจะยังสงสัย เป็นนักการทูต จริงๆแล้วต้องเรียนคณะอะไร จำเป็นไหมต้องจบรัฐสาสตร์ จบสาขาอื่่นจะมาสมัครได้ไหม แล้วการสอบนักการทูต ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง  ใครสนใจอยากเป็นนักการทูตเข้ามาอ่านได้เลยจ้า

ข้อมูลจาก คุณ Troides magellanus ได้แนะนำน้องๆ ที่อยากเป็นนักการทูต ใน PANTIP 

โดยทั่วๆไป มักจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วนักการทูตต้องเรียนจบอะไรมาถึงจะเป็นได้
คนส่วนมากจะคิดว่าต้องจบเฉพาะแต่ รัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เท่านั้น
แน่นอนว่าว่า รัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะตรงสายที่สุด
แต่จริงๆแล้ว การเป็น นักการทูต สามารถรับบัณฑิตได้จากหลายสาขาวิชาครับ


ทูต คือ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทวิชาการ ตำแหน่งหนึ่ง
เรียกว่า นักการทูต (ปฏิบัติการ, ชำนาญการ, ชำนาญการพิเศษ)
การจะเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญได้

ก็ต้องสอบแข่งขันเข้ามาตามขั้นตอน คือ
1. ภาค ก. ความรู้ความสามารทั่วไป
2. ภาค ข. ความรู้เฉพาะตำแหน่ง
3. ภาค ค. ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)
คนธรรมดาๆ ทุกคนมีสิทธิเป็นข้าราชการได้เท่าเทียมกัน
หากคุณสมบัติพื้นฐานครบถ้วน เช่น วุฒิการศึกษา อายุ สัญชาติ เป็นต้น

ตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขันปี 2558
     นักการทูตปฏิบัติการ ต้องมีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
     ปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน หรือ
     ปริญญาโทหรือคุณอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน
     ในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือ หลายสาขาวิชา ดังต่อไปนี้
     สาขาวิชารัฐศาสตร์
     สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
     สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ
     สาขาวิชาบริหารธุรกิจ
     สาขาวิชาการจัดการ
     สาขาวิชานิติศาสตร์
     สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
     สาขาวิชาการบัญชี
     สาขาวิชาภาษา วรรณคดี
     สาขาวิชาศึกษาศาสตร์
     สาขาวิชาศิลปะ วัฒนธรรม
     สาขาวิชาประวัติศาสตร์ โบราณคดี
     สาขาวิชาปรัชญา ศาสนา เทววิทยา
     สาขาวิชาสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์
     สาขาวิชานิเทศศาสตร์

     http://job.mfa.go.th/201502/mfa201502.pdf
     อันนี้เป็นประกาศรับสมัครสอบปี 2558 ลองไปอ่านทำความเข้าใจดูครับ

แต่ล่าสุด ปี 2559 (ประกาศลงวันที่ 29/8/59)
     กระทรวงการต่างประเทศ
     ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
     ในตำแหน่ง นักการทูตปฏิบัติการ
     รับวุฒิ ป.ตรี ทุกสาขา ครับ
     http://job.mfa.go.th/
     https://www.thai.com/thaiupload/mfa201609/mfa201609_1.pdf
     http://www.thaijobsgov.com (สำรอง)

ในส่วนการเตรียมตัวสอบข้อเขียน ประกาศรับสมัครฯ จะระบุขอบเขตเนื้อหาวิชาที่ใช้สอบมาให้แล้ว
ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันนักการทูตปฏิบัติการ ปี 2558 ระบุหลักสูตรการสอบแข่งขันไว้ดังนี้

   1. การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (200 คะแนน สอบข้อเขียนปรนัย)
      1.1 วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป 100 คะแนน เป็นข้อสอบภาษาไทย
             เพื่อทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในมิติต่างๆ
             ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม กฎหมาย ฯลฯ ทั้งของประเทศไทย และของโลก
      1.2 วิชาการใช้ภาษาอังกฤษ 100 คะแนน เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษ
             เพื่อทดสอบทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น ไวยากรณ์ และการอ่านจับใจความ เป็นต้น
   2. การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (200 คะแนน สอบข้อเขียนอัตนัย)
      2.1 วิชาความรู้ภาษาต่างประเทศ 100 คะแนน
             2.1.1 เรียงความเป็นภาษาต่างประเทศ (สามารถเลือกตอบเป็น ภาษา รัสเซีย จีน อังกฤษ
                     ฝรั่งเศส สเปน อารบิก โปรตุเกส ญี่ปุ่น เยอรมัน บาฮาชา พม่า เขมร หรือ เวียดนาม)
             2.1.2 ย่อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษ
             2.1.3 แปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
             2.1.4 แปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
      2.2 วิชาความรู้สำหรับนักการทูต 100 คะแนน มีข้อสอบ 4 ข้อ บังคับทำ 1 ข้อ และให้เลือกทำ 2 ใน 3 ข้อ
             สามารถเลือกตอบเป็น ภาษาไทย รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อารบิก โปรตุเกส ญี่ปุ่น เยอรมัน บาฮาชา พม่า เขมร หรือ เวียดนาม)
             2.2.1 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (บังคับทำ)
             2.2.2 องค์การระหว่างประเทศ (เลือกทำ)
             2.2.3 เศรษฐกิจระหว่างประเทศ (เลือกทำ)
             2.2.4 กฎหมายระหว่างประเทศ (เลือกทำ)

จะสังเกตได้ว่า การสอบนักการทูตปฏิบัติการ
สิ่งที่ควรเน้นหนักมี 2 ประการ คือ
1. ทักษะภาษาอังกฤษ เพราะเป็นพื้นฐานในการทำข้อสอบ และ
2. ความรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะเป็นเนื้อหาที่ออกข้อสอบ ครับ
หากจะเตรียมตัว ก็เตรียมทักษะในข้อ 1. และ ความรู้ในข้อ 2. ให้มากๆนะครับ


ข้อแนะนำ
ไม่ต้องกังวล ว่า นามสกุลไม่ได้ดัง เส้นไม่ใหญ่ ไม่มีทุนทรัพย์ในการไปเรียนต่อนอก
ทูต คือ ข้าราชการ ประเภทหนึ่ง ต้องมีการสอบแข่งขันเข้าตามกระบวนการ
สามารถเป็นได้แน่นอนถ้าสอบผ่าน ไอ้เรื่องเส้นน่ะ อย่าไปฟังคนอื่นมาก
ตำแหน่งประเภทนี้ ระดับนี้ ไอ้พวกเส้นล้วนๆ ไม่มีความสามารถ ฝากเข้ามาเลยแบบไม่ต้องสอบน่ะ ไม่มีหรอกครับ
อีกอย่างนึง คนเก่งกว่าเราก็อยากเป็นทูตเยอะแยะ
ถ้าเราอ่อนหัด ไม่พัฒนาตัวเอง ก็ไม่มีวันได้เป็นหรอกครับ
รู้ว่าอ่อนอะไร ก็ไปฝึกหัดมา
รู้ว่าเกรดไม่ดี ก็ขยันให้มากๆ

อยากเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ดังๆ ก็ต้องขยัน ต้องเก่ง ต้องพยายาม ครับ
ส่วนที่เขาว่าต้องมีช้งมีเชื้อ ต้องตระกูลดี อะไรนั่น มั่วทั้งเพ
ประกาศรับสมัครสอบเขาระบุไว้ไม๊ว่าต้องมีเชื้อใคร ต้องตระกูลอะไร
ไอ้ที่ดูเหมือนมีแต่ลูกคนใหญ่คนโตได้เป็น เพราะพวกนี้มีพื้นฐานมีโอกาสดีกว่าคนธรรมดา
เช่น เรียน ม. Topๆ, บางคนจบนอก, พื้นฐานภาษาดีมากๆ, พ่อแม่ตระเตรียมลูกมาดี ฯลฯ ครับ
ไม่ได้เกี่ยวกับเส้น หรือ ตระกูลอะไรเลย
คนธรรมดาเป็นนักการทูตได้แน่นอน ถ้าสอบผ่าน
ทั้งนี้เรื่องสถาบัน ก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องจบจากที่ใด เพราะฉะนั้น เรียนที่ไหนก็ได้ให้จบครับ

แถมท้ายด้วยเรื่องเล่าคนธรรมดาคนนึงที่อยากเป็นนักการทูต

เราเคยรู้จักคนนึงตอนเค้า เค้าอยากทำงานที่''UN" มันเป็นฝันที่ยิ่งใหญ่ มุ่งมั่นและมีพลัง
บ้านของเธอก็เป็นพ่อค้านะ  เธอต้องช่วยทางบ้านทำงาน ดูแลร้านบ้าง  
แต่เป็นคนที่เรียนเก่ง นิสัยดี ร่าเริง จริงใจ มีจิตอาสา รักเพื่อนพ้อง

สมัยมัธยมเธอก็เรียนโรงเรียนหญิงล้วน สายวิทย์คณิต
เธอคนนั้นสมัยมัธยมก็น่าจะสอบทุนไป AFS ไปต่างประเทศเพื่อเสริมทักษะภาษาอังกฤษ 
มหาวิทยาลัยก็น่าจะเรียนรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แถมจบมาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
แต่ไม่ใช่แค่เรียนเก่งอย่างเดียว สมัยเรียนเธอยังทำกิจกรรมแบบว่าเยอะมาก ทั้งค่ายอาสา อะไรสารพัด
ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยก็น่าจะลงเรียนภาษาที่สาม น่าจะเป็นภาษาญี่ปุ่น ช่วงปีต้นๆสมัยปีหนึ่งเลยด้วยซํ้า
เธอบอกว่าจากการเรียนภาษาจีนวัยเด็ก ทำให้ต่อยอดภาษาญี่ปุ่นได้ดีมาก 


ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยก็มีไปต่างประเทศบ้างเพื่อฝึกประสบการณ์เช่น Work&Travel
เรียนจบปริญญาตรีจบมาก็ทำงานที่สายการบินเพื่อฝึกประสบการณ์ระหว่างรอการสอบเข้า กระทรวงต่างประเทศ
การเรียนภาษาที่สามน่าจะต่อยอดให้เข้าสายการบินได้ไม่ยากเพราะมีตัวเลือกให้ไปสมัครหลายที่ 
ทั้งสายการบินประเทศเจ้าของประเทศญี่ปุ่น เช่นแจล หรือนิปปอน  
สุดท้ายพออยู่สายการบินต่างชาติสักพักนึงค่อยย้ายกลับมาสายการบินประเทศเราแทน

สุดท้ายก็ได้เป็นนักการฑูต ได้เดิมตามฝัน

แต่สิ่งที่สำคัญคือความขยัน พยายาม ความอดทนมุมานะ หนักแน่นและมีเป้าหมายชัดเจน 
ทั้งในการตั้งหมายการพัฒนาตัวเองทำการบ้าน อ่านหนังสือ ท่อง พยายามนึกและจำทบทวน 

คนพวกนี้เค้าใช้เวลาอย่างคุ้มค่า อย่างถึงที่สุดแม้เป็นเวลาเดินทางขึ้นรถเมล์
หรือเวลาการรอคอยสั้นๆ เค้าก็จะนำสมุดจดบันทึกขึ้นมาดูทบทวน บางทีก็ท่อง นึกในสิ่งที่ต้องเรียน
บางทีก็ถามคนใกล้ๆตัว ว่าสิ่งที่เรียนมา เช่นประโยคพูดภาษา... ใช่แบบนี้ไหม


ส่วนความพยายามอื่นๆเท่าที่เห็นก็น่าจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อม
ตัวเองให้พัฒนาตัวเองไปอีกขั้น ตั้งแต่ให้คนใกล้ชิด ชวนคุยเป็นภาษาอังกฤษ
การดูสื่อ เป็นภาษาอังกฤษ(แม้จะที่บ้าน)  การฝึกจินตานาการและจำลองสถานการณ์จริง

(เราเอาเรื่องของคนอื่นมาเล่าโดยไม่ขออนุญาต แต่นึกแล้วก็ประทับใจแทนเจ้าตัวที่สร้างตัวอย่างแรงบันดาลใจชีวิตด้านดีมากๆ)


Credit  https://pantip.com/topic/36029054

abac