วันที่ 27 มิถุนายน 2560

สัมภาษณ์ พีท เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ บุรุษที่ได้ A ล้วน จบด้วยเกรด 4.00 ! เค้าทำได้ไงมาฟัง

Unigang ขอนำบทความดีๆมาฝากน้อง  จัดทำโดย คุณ Winnerc แห่ง Glurr โดยเป็นบทสัมภาษณ์ พี่ พีท เศรษฐศาสตร์ จุฬา ผู้เรียนจบด้วยเกรด 4.00  เทพมาก จุฬาลงกรณ์ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาลัยที่เรียนยากกกกมาก มาฟังกันว่าพี่เค้าทำได้ไง
ทำได้ยังไงครับ เค้าทำได้ยังไง! 
จุฬาลงกรณ์ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาลัยที่เรียนยากกกกมาก
เราไปดูบทสัมภาษณ์ระหว่างผมและพีทกันดีกว่า ว่าเค้าเรียนยังไง
ถึงโหดได้ขนาดนี้นะครับผม
 
เนื่องจากพีทเป็นเพื่อนของผู้เขียนกระทู้ จึงสามารถเชื่อถือข้อมูลได้
ว่าแล้วไปลองอ่านเรื่องราวของเพื่อนผมคนเก่งกันดีกว่าครับ
 
1.แนะนำตัวเอง ขอรูปประกอบ ชื่อ คณะ บลาๆ
กวัดดีครับชื่อณัฐกิตติ์ กริตโยธิน ชื่อเล่นชื่อพีทครับ
ตอนนี้เรียนอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ กำลังจะจบในปีที่จะถึงนี้ครับผม
สัมภาษณ์ พีท อีคอน บุรุษที่ได้เอช้วนทุกเทอม จบด้วยเกรด 4.00!!!
 
2. ทำไมถึงเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์
 
ตอนสมัยช่วงขึ้นมัธยมปลายผมมีความคิดที่อยากจะสอบหมอ เลยเรียนต่อสายวิทย์-คณิต แต่เรียนไปเรียนมารู้สึกว่าไม่ชอบเนื้อหาที่เรียน ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คือทุกอย่างที่หมอต้องใช้นั้นไม่ชอบเลย มีวิชาที่รู้สึกไปรอดคือเลข แต่วิชาที่ชอบจริงๆ คือภาษาไทย กับสังคม ตอนนั้นก็เลยมานั่งไล่ดูว่าคณะไหนบ้างนะที่ใช้วิชาสามตัวนี้เป็นหลัก ก็ตัดคณะสายวิทย์ทิ้งไปจนหมด แล้วก็ไล่ทยอยตัดคณะสายสังคมที่ไม่ชอบไป ก็เลยเหลืออยู่แค่ไม่กี่คณะ มีบัญชี นิติ แล้วก็เศรษฐศาสตร์ครับ
 
ตอนอยู่มัธยมปลายเคยเรียนบัญชีมาแล้วรู้สึกไม่ใช่ทางเท่าไรก็เลยตัดไปอีก ส่วนนิติก็รู้สึกท่องเยอะเกินไป ไม่ใช่สไตล์ ก็ตัดทิ้งไปตามๆ กัน ไปๆ มาๆ ก็เลยมาลงเอยที่เศรษฐศาสตร์ เป็นคณะที่รู้สึกน่าจะเหมาะกับตัวเองที่สุดในตอนนั้น ประกอบกับมีรุ่นพี่ที่รู้จักเคยเรียนคณะนี้แล้วเรารู้สึกว่าเขาเจ๋งดี ดูมีความคิด ก็เลยเป็นแรงกระตุ้นเสริมที่ทำให้อยากเข้าคณะนี้
 
3. ได้เอช้วนสี่ปี คิดยังไง มีวิธีการจัดการยังไงให้ได้ผลการเรียนแบบนี้
ถามว่าคิดยังไงกับการได้เอช้วนสี่ปี ตอบแบบไม่ต้องคิดไรมากก็คือดีใจมากครับผม
การได้เกรดแบบนี้ในมหาวิทยาลัยแสดงว่าเราต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นมากจริงๆ ชีวิตมหาวิทยาลัยก็เหมือนนกน้อยที่เพิ่งออกจากรัง ไม่อยู่ในกรอบ กฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับเท่าสมัยมัธยม มันเลยเป็นเรื่องท้าทายมากๆ ก็ว่าได้ที่จะควบคุมและหักห้ามใจตัวเองไปให้หลงเดินไปทางโน้นทางนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นก็ภาคภูมิใจนะที่เอาชนะใจตัวเองได้ ส่วนเรื่องมีวิธีการเรียนยังไง ไม่มีเป็นพิเศษนะ เพียงแต่ทุกครั้งที่เราจะทำอะไร เราจะคำนึงตลอดว่าเราคือนิสิต หน้าที่หลักคือการเรียน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องคำนึงอย่างแรกคือการเรียน จะทำอะไรก็ทำไปเถอะตราบใดที่ยังจัดการตัวเองได้ ข้อคิดอีกอย่างหนึ่งที่เราได้เรียนมาระหว่างมหาวิทยาลัยก็คือ การเรียนในห้องเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่าขาด อย่าโดด อย่าสาย ต่อให้เราตั้งใจว่าจะกลับมาอ่านมาทบทวนในอนาคต แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เราทำแบบนั้นได้? เพราะฉะนั้นเรียนให้รู้เรื่องไปตั้งแต่แรกเลยก็ดีกว่าอยู่แล้วเนอะ
 
4.นอกจากเรียนได้ทำกิจกรรมอื่นหรือไม่ เนิร์ดรึป่าว หรือทำกิจกรรมด้วย
 
จริงๆ ผมเป็นคนมี 2 ภาคนะ ภาคที่เป็นเด็กเรียน เป็นภาคที่จะเรียกว่าเนิร์ดก็คงได้ ก็เป็นภาคที่สุดโต่งในเรื่องการเรียนแบบสุดๆ เป็นภาคที่คนอื่นชอบคาดหวังว่าเราจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในบทเรียน ฮ่าๆ ส่วนอีกภาคหนึ่งจะเป็นบทบาทของเด็กกิจกรรม เป็นภาคที่เรียกได้ว่าเป็นอีกครึ่งหนึ่งในชีวิตมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ เห็นอย่างนี้ก็ทำกิจกรรมมาไม่น้อยนะ ตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 เลย ล่าสุดที่เพิ่งจบไปก็เป็นบทบาทของนายกสโมสรนิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ คาดไม่ถึงใช่ไหมล่ะว่าจะทำอะไรแบบนี้กับเขาด้วย
 
สัมภาษณ์ พีท อีคอน บุรุษที่ได้เอช้วนทุกเทอม จบด้วยเกรด 4.00!!!
(อันที่จริงผมกับพีทก็รู้จักกันตอนทำจุฬาวิชาการ 2555 นั่นแหละครับ นานมาก)
 
5. โดนอาจารย์หรือเพื่อนในคณะแซวบ้างไหม รู้ปะว่าตอนนี้เป็นกระแส
 
จริงๆ กระแสเราในคณะนี่ก็มีมาก่อนหน้านี้ละ คือทุกคนจะลุ้นมากว่าเทอมสุดนี้เราจะรอดหรือไม่รอด ขนาดอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยยังเดินเข้ามาถามว่า “นี่เธอได้ A มาตลอดใช่ไหม แล้วงานที่ส่งมานี่อยากได้เกรดอะไร B หรือ B+ ดีล่ะ” ตอนนั้นเหมือนขำ แต่ก็ขำได้ไม่ค่อยเต็มปาก สุดท้ายตัวนั้นก็ได้ A ไปนั่นแหละ แต่มีความพีคคือวันที่เกรดออกครั้งแรก เหลืออีกวิชาหนึ่งที่ขึ้นตัว X เป็นวิชาที่อาจารย์ประจำวิชาขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินในการตัดเกรด เราก็...เอาแล้วไง รู้สึกมีลางสังหรณ์จะไม่รอด เพื่อนเราก็แสนดีทักมาว่า “เออ แกก็แคปเกรดตอนนั้นลงเฟสไปเลยสิ พิมพ์ว่า...วิชาสุดท้าย จะ 4.00 หรือ 3.99 ก็ขึ้นอยู่กับอาจารย์นี่แหละครับ...จากนั้นก็แทคเฟสอาจารย์ไป สวยๆ” ตอนนั้นนึกสนุกเกือบอยากทำนะ แต่สุดท้ายก็ไม่เอาดีกว่า รอรับสภาพนี่แหละ สุดท้ายก็ออกมาตามที่เห็นนั่นแหละครับ.. ส่วนกระแสตอนนี้ ก็มีทั้งแสดงความยินดี จิกกัด ด่ากราดด้วยความหมั่นไส้ ก็ถือว่าสนุกสนาน เป็นสีสันกันไปครัย 555+
 
6. คิดว่าเกี่ยวกับความชอบในศาสตร์รึป่าว ถึงทำได้ดี
 
คิดว่าก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ถามว่าเราชอบเศรษฐศาสตร์ที่สุดไหม จริงๆ แล้วก็ไม่นะ ชอบภาษาไทยมากกว่าด้วยซ้ำ ฮ่าๆ แต่รู้เลยว่าถ้าเราเรียนด้วยความชอบที่มากกว่านี้ เราคงไปได้ไกลในสายนี้มากๆ คิดว่าความชอบมันคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราเรียนด้วยความรู้สึกที่เป็นสุขมากกว่าเหน็ดเหนื่อย ถ้าเกิดเราเรียนด้วยความรู้สึกสนุกสนาน แน่นอนว่ามันย่อมทำให้การเรียนราบรื่นขึ้นอยู่แล้ว แต่โดยส่วนตัวยังเชื่อมั่นในพลังของความมุ่งมั่นตั้งใจว่าเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างที่หนุนไปกับความชอบ ทำให้เราไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ได้
สัมภาษณ์ พีท อีคอน บุรุษที่ได้เอช้วนทุกเทอม จบด้วยเกรด 4.00!!!
 
7. อนาคตจะทำอะไร จบแล้ว?
 
แน่นอนว่าทำงานต่อ แต่ก่อนทำงานเราอยากพักผ่อนก่อน ก่อนที่เวลาทำงานเราจะไม่เหลือเวลานั้นแล้ว ฮ่าๆ แต่คงไม่พักอยู่เฉยๆ คงใช้เวลาส่วนนั้นฝึกทักษะต่างๆ ที่เราสนใจด้วย อยากลองเล่นกีฬาแบบจริงจัง อยากลองเรียนทำอาหาร มีหลายอย่างเลยที่อยากทำก่อนจะลงแรงทำงานเต็มที่ เพราะฉะนั้นก็เลยอยากให้เวลาตัวเองเพื่อทำอะไรใหม่ๆ รวมถึงทบทวนตัวเองด้วยครับ ตอนนี้เลยยังตอบไม่ได้หรอกว่าจะไปทำงานอะไร ในสายงานไหน คงต้องรอตัดสินใจในอนาคตอีกทีหนึ่ง
 
สัมภาษณ์ พีท อีคอน บุรุษที่ได้เอช้วนทุกเทอม จบด้วยเกรด 4.00!!!
 
8. ฝากอะไรกับเด็กกิจกรรม และเด็กบ้าเรียน เกี่ยวกับชีวิตมหาลัย
 
4 ปีในมหาลัยมันสั้นนะทุกคน... เออ ได้ยินบ่อยแล้วใช่ไหม ก็ตามนั้นแหละ คิดว่ามันจบในคำพูดนี้จริงๆ เวลา 4 ปีนี้เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นในชีวิต ผ่านมาแล้วผ่านเลย เพราะคงไม่กลับมาเรียนอีก 4 ปีกันอีกแล้วใช่ไหมล่ะ? เพราะฉะนั้นจะเรียนกันล้างผลาญ ทำกิจกรรมล้านแปด ทำไปเถอะ ขอแค่เวลาจบแล้วไม่มานั่งเสียใจย้อนหลังว่าน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราเคยผ่านความรู้สึกนั้นมาตอนมัธยมปลาย ก็เลยไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งตอนนี้คือมันใช้คำว่า Complete ได้จริงๆ ไม่เสียดาย ไม่เสียใจอะไร รู้สึกว่านี่สิถึงจะสมเป็น 4 ปีที่มีแค่ครั้งเดียวของเรา!
 
9. ฝากกับรุ่นน้องอีคอนหน่อย?
 
สำหรับน้องที่กำลังอยู่ คงไม่มีอะไรพูดถึงมาก เชื่อว่าทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าคณะนี้เป็นยังไง ช่วงเวลา 4 ปีที่มีค่าของพี่มันเกิดขึ้นเพราะทุกๆ คนในคณะนี้นะ ขอบคุณที่ช่วยสร้างความทรงจำที่ดีที่สุดขึ้นมาให้พี่ เชื่อว่าจะคิดถึงน้องทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเสมอ ส่วนน้องๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาในคณะนี้ ชีวิตของน้องกำลังจะเริ่มต้นเท่านั้น น้องสามารถเลือกได้ว่าจะทำให้คณะนี้เป็นแค่ทางผ่านไปสู่การทำงานหลังเรียนจบ หรือจะร่วมสร้างสายสัมพันธ์ที่ไม่รู้ลืมขึ้นมา พี่ไม่บอกว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะมันขึ้นกับมุมมองแต่ละคน น้องมีสิทธิ์เลือกที่จะทำ แต่ก็อย่าลืมคิดถึงผลลัพธ์ของมันด้วย ขอให้น้องเลือกหนทางที่ตัวเองจะไม่เสียใจภายหลังเท่านั้นพอ พี่ขออวยพรให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตในคณะนี้นะครับ :)
สัมภาษณ์ พีท อีคอน บุรุษที่ได้เอช้วนทุกเทอม จบด้วยเกรด 4.00!!!
 
10. จุฬาลงกรณ์ในมุมมองคุณ
 
จุฬาลงกรณ์คงจะเป็นสถาบันที่ให้ความรู้ธรรมดาจริงๆ ถ้าเกิดว่าที่นี่มีแค่ตึก อาคาร และอาจารย์ที่สอนหนังสือ แต่เพราะมันมีรุ่นพี่ รุ่นน้องและเพื่อนๆ ทุกคนสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมา มันเลยมีคุณค่าและความหมายในตัวของมันเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นคงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่สำหรับเราที่นี่คือสถานที่ที่ได้มากกว่าความรู้ ให้มากกว่ากว่าประสบการณ์ชีวิต เพราะมันคือสถานที่ซึ่งสร้างส่วนหนึ่งของเราขึ้นมา และทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ 
 
สัมภาษณ์ พีท อีคอน บุรุษที่ได้เอช้วนทุกเทอม จบด้วยเกรด 4.00!!!
จบละครับท่านผู้อ่าน สุดยอดไหมครับ ทั้งกิจกรรมดี เรียนเด่นแบบนี้ มันยอดคนเกินไป
ผมเองก็อยากเอามาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆอ่าน เพราะอาจจะเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยต่อไป

 

Credit  Winnerc

abac