ข้อผิดพลาดทางพีชคณิต
ข้อผิดพลาดทางพีชคณิต (1)
ในหัวข้อนี้ก็จะสรุปข้อผิดพลาดทางพีชคณิตทั้งหมดที่ดิฉันเคยพบ ไม่ว่าจากที่ใดก็ตาม โดยได้รวบรวมบางส่วนจาก website ต่างๆด้วย ซึ่งจะให้เอกสารอ้างอิงทั้งหมดไว้ภายหลัง หากผู้อ่านเคยพบข้อผิดพลาดที่น่าสนใจอื่นๆ และคิดว่าสมควรที่จะกล่าวถึงกรุณาติดต่อมาที่ดิฉันได้นะคะ ยินดีรับฟังข้อแนะนำเสมอค่ะ เริ่มจากของที่ง่ายที่สุดก่อนนะคะ
1. การหารด้วยศูนย์
ทุกคนที่มีพิ้นคณิตศาสตร์อยู่บ้าง ควรรู้อยู่แล้วว่าถ้าเราเอาศูนย์ตั้งแล้วหารด้วยตัวเลขใดๆที่ไม่ใช่ศูนย์ แล้วจะได้ผลลัพธ์เป็นศูนย์เสมอ
ข้อความข้างต้นดูยุ่งๆ หากเราเขียนข้อความดังกล่าวข้างต้นโดยใช้สัญญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วยนิดหน่อย จะได้ข้อความง่ายๆ ดูสบายตาขึ้นแบบนี้
0/a = 0 ถ้า a เป็นตัวเลขอะไรก็ได้ที่ไม่เท่ากับ 0
ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหา เพราะดูเหมือนทุกคนจะรู้อยู่แล้ว แต่
a/0 ล่ะ ทุกคนคิดว่าเท่ากับเท่าไร
ตัวอย่างที่ประสบพบเจอมาก็มีตั้งแต่
a/0 =0 หรือ a/0 =a เลยทีเดียว
สำหรับผู้ที่ศึกษาคณิตศาสตร์ ให้จำไว้ว่า เราไม่นิยามการหารด้วยศูนย์ แต่สำหรับบุคคลคนทั่วไป ให้พิจารณาแบบนี้
กำหนดก่อนว่า a ไม่เท่ากับ 0
โดยปกติแล้วถ้าเรามี a/b=c เราจะได้ a=bc ใช่หรือไม่
หาก b=0 แปลว่า a/b = a/0 = c
สำหรับผู้ที่คิดว่า a/0 =0 นั้นจะได้ว่า c=0 ด้วย ซึ่งทำให้ a=bc=0 ขัดแย้งกับที่กำหนดไว้ว่า a ไม่เท่ากับ 0
สำหรับผู้ที่คิดว่า a/0 =a นั้นจะได้ว่า c=a ด้วย ซึ่งทำให้ a=bc=ba= 0 อยู่ดี ข้อความนี้ขัดแย้งกับที่กำหนดไว้ว่า a ไม่เท่ากับ 0 เช่นกัน
ถึงจุดนี้อาจมีผู้แย้งว่า อ้าวแล้วถ้า a=0 ล่ะ 0/0 ได้ศูนย์หรือเปล่า ก็ไหนตั้งแต่แรกกำหนดไว้ว่าถ้าเอาศูนย์ตั้งแล้วหารด้วยอะไรก็ตามควรเป็นศูนย์ใช่ไหม แต่ไม่ใช่ค่ะ เมื่อเรากำหนดตรงนั้น เราได้กำหนดไว้แล้วว่าไม่ให้หารด้วยศูนย์อีก เป็นอันหมดกัน เราไม่นิยามเลยว่าการเอาศูนย์ไปหารอะไรแล้วมันจะมีค่าเท่ากับอะไร เพราะมันมีข้อขัดแย้งอยู่ตลอดนี่ล่ะ
สำหรับผู้ที่ผ่านคณิตศาสตร์สมัยมัธยมมาแล้วอาจจะเจอตัวอย่างยอดฮิตต่อไปนี้
ขั้นที่ 1 สมมติให้
ขั้นที่ 2 นำ a ไปคูณทั้งสองข้าง จะได้
a^2=ab
ขั้นที่ 3 นำ b^2 ไปลบออกทั้งสองข้าง จะได้
a^2-b^2 = ab-b^2
ขั้นที่ 4 แยกตัวประกอบทั้งสองข้าง จะได้
(a-b)(a+b)=(a-b)b
ขั้นที่ 5 อ่ะฮ่า มี (a-b) เป็นตัวประกอบร่วมนี่นา นำ (a-b) มาหารตลอดทั้งสองข้าง จะได้
a+b=b
ขั้นที่ 6 แต่จากที่กำหนดตั้งแต่ขั้นที่ 1 ที่ว่า a=b จึงทำให้ a+b = a+a =2a นำ 2a ไปแทนในสมการในขั้นที่ 5 จะได้
2a=a
ขั้นที่ 7 นำ a ไปหารตลอดจะได้
2=1
ซึ่ง 2 ย่อมไม่เท่ากับ 1 แสดงว่าเราต้องทำอะไรผิดแน่นอน ตอนนี้รู้แล้วสิว่าทำผิดตรงไหน ก็ผิดที่ขั้นตอนที่ 5 นั่นแหละ เพราะเรานำ (a-b) ไปหารตลอดตรงนั้น แต่เนื่องจาก a=b ตามที่กำหนดไว้ในขั้นที่ 1 จึงได้ว่า (a-b)=0 ก็เท่ากับว่าเรานำศูนย์ไปหารตลอดนั่นเอง
การนำศูนย์ไปหารเป็นสิ่งเดียวที่ผิดในกระบวนการคิดตั้งแต่ขั้นที่ 1-7 ข้างต้น แต่ก็ทำให้นำไปสู่สิ่งที่ผิดได้ จึงควรจำไว้เป็นอย่างยิ่งว่าห้ามนำศูนย์ไปหารโดยเด็ดขาดค่ะ
สำหรับผู้ที่อ่านข้างบนทั้งหมดแล้วไม่รู้เรื่องเลย ในขั้นแรกให้ลองแทนตัวอักษร a และ b ด้วยเลข 1 ทั้งคู่เลยค่ะ ถ้ายังไม่รู้เรื่องอีกก็ถามมาได้เลยค่ะ
a=b
2. การลืมวงเล็บ ใส่วงเล็บผิดที่ ฯลฯ (1)
หัวข้อนี้ดูท่าจะยาวเพราะมีผิดพลาดกันหลากหลายแบบ หลายอารมณ์เหลือเกิน เพียงแต่โดยรวมๆแล้วจะยุ่งอยู่กับวงเล็บเท่านั้นเอง ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาเขียนนานหน่อยเท่านั้น (เพราะมันเยอะจริงๆ) การใส่วงเล็บให้ถูกที่เป็นหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เพราะมันอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จึงต้องใส่ใจและรอบคอบตรงจุดนี้ เนื่องจากมันไม่ได้อาศัยความรู้ความเข้าใจที่ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด
อันแรกที่ดูเหมือนไม่น่าผิดแต่ก็ผิด คือการลืมยกกำลังสองของทุกตัวที่อยู่ในวงเล็บ เช่น
อยากหา (2x)2 ที่เห็นบ่อยๆคือการยกกำลังสองเข้าไปในวงเล็บแต่ลืมยกกำลังทั้งสองตัวแล้วเขียนเป็นแบบนี้
(2x)2 = 2x2
ซึ่งผิดอย่างเห็นได้ชัด ของที่ควรทำคือต้องยกกำลังทั้งสองตัว แบบนี้
(2x)2 = 22x2= 4 x2
สิ่งที่เห็นบ่อยอีกแบบคือการยกกำลังของเลขติดลบ เช่น
(-2)2=-22 =-4
ซึ่งผิดเหมือนกับตัวอย่างก่อนหน้านี้ เนื่องจากยกกำลังแต่ตัวหลัง ซึ่งติดกับเลขยกกำลังแต่ไม่สนใจเลขลบด้านหน้าในกรณีนี้ของที่ควรทำควรจะเป็นดังนี้
(-2)2=(-2)*(-2) = 4
ทั้งนี้การลืมยกกำลังรวมไปถึง
การลืมถอดรากที่สองของเลขทุกตัวที่อยู่ในเครื่องหมายราก ด้วย เช่น
(2x)1/2 = 2x1/2
ซึ่งผิดเช่นกัน ต้องไม่ลืมที่จะถอดรากของทั้งสองตัวในวงเล็บ นั่นคือ
(2x)1/2=21/2x1/2
ต่อไปเป็นการลืมใส่ีวงเล็บในการลบ เช่นเราต้องการลบ
x2-5x+3 จาก x3+x2+5x+3 สิ่งที่ควรเขียนคือ
x3+x2+5x+3 - (x2-5x+3) = x3+x2+5x+3 - x2+5x-3= x3+10x
โปรดสังเกตวงเล็บที่ใส่ไว้ซึ่งไม่ี่ควรลืม เนื่องจากหากลืมใส่วงเล็บสิ่งที่จะได้คือ
x3+x2+5x+3 - x2-5x+3= x3+6
ซึ่งจะเห็นว่าไม่ตรงกับความเป็นจริงอย่างมาก
สำหรับการลืมวงเล็บนั้นยังมีอีกมาก บางส่วนจะถูกจัดให้เป็นความผิดพลาดทางแคลคูลัส จึงขอยกไปกล่าวถึงในส่วนของแคลคูลัสต่อไป
3. การกระจายเข้าไปในวงเล็บแบบผิดๆ หรือการคูณเข้าในวงเล็บแบบไม่ถูกต้อง (2)
อันนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของการยุ่งกับวงเล็บแบบผิดๆด้วยเช่นกัน แต่ขอแยกออกมาต่างหากดีกว่า จะได้เห็นกันชัดๆ
เช่นว่าการกระจาย 4(x2-3) แทนที่จะคูณเข้าไปในวงเล็บทั้งสองพจน์ แบบนี้
4(x2-3)=4x2 -12
กลับกลายเป็น
4(x2-3)=4x2 -3
(ลืมคูณพจน์หลังด้วย 4) เป็นต้น
แล้วยังมีการพยายามทำของง่ายให้เป็นของยาก ซึ่งดูๆแล้วคิดว่าจะพยายามทำให้ตนเองคิดเลขน้อยลง แต่ดูแล้วสับสนและไม่แปลกใจที่ทำผิดเลย
แบบที่ 1
4(x2-3)2 = (4x2 -12)2 = 16x4 - 96x2 + 144
สังเกตมั้ยว่าทำอะไรผิด แบบนี้เป็นการคูณเข้าไปในวงเล็บที่มีการยกกำลัง จริงๆแล้วที่ถูกจะต้องทำการยกกำลังก่อนจึงจะคูณกระจายเข้าไปในวงเล็บ นี่เรียกว่าแปลกน้อยแล้วนะคะ ต้องเจออีกสองแบบที่จะนำเสนอต่อไปนี้แล้วจะเข้าใจว่าดิฉันทำไมจึงว่าคนทำเกิดความสับสนในตนเองขึ้นมา
แบบที่ 2
4(x2-3)2 = (4x2 -36)2 = 16x4 - 288x2 + 1296
อันนี้คิดว่านำเข้าไปในวงเล็บแล้วเกิดรู้สึกว่าจะต้องยกกำลังสองของที่อยู่ในวงเล็บ ก็ยกกำลังมันดื้อๆกระมัง ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าคนทำคิดอะไรอยู่ คนอ่านก็งงได้อย่างเดียวค่ะงานนี้ แบบสุดท้ายนี่เห็นชัดกว่าคะ ว่าสับสนในกระบวนวิธีจริงๆไม่ได้มั่วสนิทเหมือนแบบที่สอง
แบบที่ 3
4(x2-3)2 = (16x2 -48)2 = 256x4 - 1536x2 + 2304
แบบนี้เห็นชัดว่าคนทำคิดว่าจะต้องยกกำลังสองก่อนจึงจะสามารถนำเข้ามาคูณในวงเล็บ จริงๆแล้วเขาเข่าใจสับสนแบบกลับตาลปัตร คือถ้าอยากจะทำแบบนี้ จริงๆควรทำแบบนี้มากกว่า
4(x2-3)2 = (2x2 -6)2 = 4x4 - 24x2 + 36
คือถ้าจะใส่เข้าไปในวงเล็บที่มีการยกกำลังสอง คงต้องถอดรากที่สองออกก่อน เพื่อให้เมื่อยกกำลังสองแล้วจะได้ออกมาเท่าเดิม หรือจะให้ดี ทำแบบที่ง่ายที่สุด
4(x2-3)2 = 4(x4 -6x2 + 9) = 4x4 - 24x2 + 36
คือยกกำลังสองเสียก่อนแล้วค่อยคูณกระจายเข้าไปธรรมด๊าธรรมดา อย่าลืมคูณทุกๆพจน์ที่มีอยู่ในวงเล็บล่ะคะ แค่นี้ก็ทำถูกแล้ว เห็นมั้ยว่าคณิตศาสตร์ง่ายนิดเดียวจริงๆ (โฆษณาอีกแล้ว)
4. การกระจายเข้าไปในวงเล็บแบบผิดๆ (3)
สืบเนื่องมาจากกระจายเข้าไปในวงเล็บแบบผิดๆที่เพิ่งเขียนเสร็จไป ก็นึกได้ว่ายังมีอีก ตอนแรกว่าจะเขียนต่อในตอนที่แล้วก็ติว่ามันจะยาวไปก็เลยแยกออกมาเป็นอีกหนึ่งหัวข้อค่ะ คือเนื่องจากเราชินกับการกระจายเข้าไปในวงเล็บแบบต่างๆมากเกินไป เราก็ติดไปกระจายกับของที่ทำไม่ได้เป็นจำนวนมาก (บางส่วนที่จะไปพบในแคลคูลัสจะขอไม่กล่าวถึงในที่นี้นะคะ) เช่น
แบบที่ 1 การกระจายกำลังสองเข้าไปในวงเล็บ
(x+y)2 = x2 + y2
นี่แบบนี้เลย คงไม่ต้องบอกว่าผิดยังไงและที่ถูกควรจะเป็นอะไรนะจ๊ะ คิดเข้าข้างจำเลยก็คิดว่าคงกระจายเข้าไปในวงเล็บมันไปหน่อย
ถ้ายังยืนยันว่าฉันไม่ผิด ก็ลองให้ x=y=1 ดู จะเห็นได้ชัดว่า
(1+1)2 = 4 ไม่เท่ากับ 12 +12 ซึ่งเท่ากับ 2 จ้ะ
ทีนี้เชื่อหรือยังว่า ผิด! กระจายกำลังสองเข้าไปในวงเล็บไม่ได้
ทั้งนี้รวมไปถึงการยกกำลังอันดับอื่นๆด้วย กระจายเข้าไปในวงเล็บเฉยๆไม่ได้เป็นอันขาด 
แบบที่ 2 การกระจายรากที่สองเข้าไปในวงเล็บ
(x+y) (1/2) = x(1/2) + y(1/2)
อันนี้คงไม่อธิบายซ้ำ แถมอีกหน่อยว่าถอดรากอันดับที่เท่าไหร่ก็กระจายไม่ได้โดยเด็ดขาดเช่นกันคะ 
แบบที่ 3 การแยกเศษส่วนออกเป็น 2 ชิ้นหน้าตาเฉย
อันนี้ขอบอกว่าเห็นบ่อยมากในระดับอุดมศึกษานี่ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ทำแบบนี้เลยค่ะ
(a+b)/(c+d) = a/c+b/d
อันนี้ผู้สอนคงได้แต่อึ้ง เศร้าและหดหู่ใจทำอะไรไม่ถูก พอเราโวยวายก็รู้สึกว่าจะไม่มีใครยอมรับแต่โดยดี แล้วใครเขียนมาในข้อสอบถ้าไม่ใช่พวกเธอ ฮึ? 
จึงขอจบการบรรยายวันนี้แต่เพียงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะที่ทนอ่านมาเป็นเวลานาน ไว้เจอกันใหม่ในโอกาสหน้านะคะ วันนี้พอแค่นี้ ขอพักให้หายละเหี่ยใจก่อน
5. การถอดรากที่สอง
อันนี้เจอในข้อสอบกลางภาคฤดูร้อนนี้เองค่ะ พอดีได้สอนวิชาแคลคูลัสแล้วพบว่า ปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กนักศึกษาไม่สามารถเรียนแคลคูลัสได้ นอกเหนือไปจากความไม่ใส่ใจและอื่นๆแล้ว คือปัญหาทางพีชคณิตพื้นฐานอีกด้วย
เมื่อเด็กต้องการหาปริพันธ์ (integral นั่นแหละ) ก็หวังจะให้ง่ายไว้ก่อน ขอเขียน \int แทนเครื่องหมายอินทิเกรทหรือถั่วงอกที่เรียกๆกันนะคะ
เราให้หา
(อันนี้โดนดัดแปลงให้ง่ายขึ้นนิดหน่อยเพราะที่ทำจริงๆเป็นปริพันธ์บนพิกัดเชิงขั้ว)
\int (4-r2)1/2 r dr
เด็กนักศึกษาแสนรักของเดี๊ยนก็เขียนว่า
\int (4-r2)1/2 r dr
= \int (2-r) r dr
= \int (2r-r2) dr
= (2r2)/2-(r3)/3 + c
เย้ เก่งมาก ถอดรากทีละตัวเลยเหรอหนู ทำไมอินทิเกรทด้วยการแทนค่ามันยากขนาดที่จะต้องถอดรากทีละตัวแล้วอินทิเกรทฟังก์ชันพหุนามเลยเหรอจ๊ะหนูจ๋า
สอนจนเหนื่อยนะว่าอุตส่าห์มี r อยู่นอกสแควร์รูทน่ะดีแค่ไหน ให้สมมติ
u = 4-r2
ซะสำหรับคนที่ยังไม่คล่อง แล้วหา du = -2rdr ใช่มั้ยล่ะ จึงได้ว่า rdr = du/(-2) จากอินทิเกรทที่ดูเหมือนจะยุ่งยากด้านบนก็จะกลายเป็น
\int u1/2 du / (-2)
= \int u1/2/(-2) du
= -1/2 u3/2 /(3/2) + c
= -1/3 u3/2 + c
เสร็จแล้วก็แทนค่า u = 4-r2 กลับลงไปแค่นั้นเอง จะได้
\int (4-r2)1/2 r dr
= -1/3 (4-r2)3/2 + c
มันยากตรงไหนนะ ปัญหาอยู่ที่ไม่แม่นพีชคณิตตั้งแต่ต้น แล้วก็มั่ว
สรุปการถอดราก(อีกที) จะมาถอดทีละตัวไม่ได้นะคะ ถ้าไม่เข้าใจจากหัวข้อก่อนหน้านี้ เรื่องกระจายวงเล็บแบบผิดๆ ก็ให้คิดง่ายๆแบบนี้ ถ้่าถอดได้จะเกิดอะไรขึ้น
(4-1)1/2 =(4)1/2 -(1)1/2 =2-1 =1
แต่ (4-1)1/2 = (3)1/2 ดังนั้น 1= (3)1/2
จริงหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่จริงก็เลิกทำได้แล้ว
ยังมีพวก log(x+y) ln(x+y) อีกที่เด็กมีความสับสนสูง คงจะจำนิยามอะไรไม่ได้เลย
ไหนใครว่า log(x+y) = log(x)+log(y) ยกมือขึ้น
โอเคเลย มีเยอะเชียว อิอิ เอาไว้คราวหน้าอารมณ์ดีจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ
6. การกระจายเข้าไปในวงเล็บแบบผิดๆ (4)
ต้องเขียนอีกจนได้เพราะข้อสอบปลายภาควิชาแคลคูลัสเจอเยอะเลย นิยามของ log คืออะไรเอ่ย กล่าวอย่างง่ายๆก็คือฟังก์ชันที่ส่ง x ไป y โดยที่ x= (ฐานของ log) ยกกำลัง y
ฟังดูเหมือนยากนะคะ ยกตัวอย่าง log ฐานสิบก็แล้วกัน
y= log x แปลว่า x=10y
ดังนั้น log (x+y) แปลว่าอะไร สมมติให้ log (x+y) = z
ก็จะได้ x+y=10z
ปัญหาอยู่ที่ log x + log y มีค่าเท่ากับเท่าไร เท่ากับ z หรือไม่ สมมติให้ log x = a และ log y = b แปลว่า
x=10b y=10a
จะได้ xy = 10a 10b= 10(a+b)
จึงทำให้ log (xy) = a+b = log x+ log y แทนที่จะเป็น log(x+y) = log(x)+log(y)
จริงๆแล้วไม่ยากเลยที่จะจำว่า log(x+y) ไม่เท่ากับ log(x)+log(y)
เพราะอย่างน้อยน่าจะรู้ว่า logb1 = 0 (ไม่ว่าจะเป็นลอการิทึมฐานใดก็แล้วแต่)
อ้าวทำไมล่ะ
ก็จากนิยามของ log ที่ว่า y= logbx แปลว่า x=by น่ะสิ
เราเห็นชัดว่า 1=b0
สำหรับ b ใดๆที่ไม่เท่ากับศูนย์
ก็แล้วไงล่ะ
ก็ถ้า log(x+y)=log x+ log y เราก็จะได้ว่า logba สำหรับ a ที่เป็นจำนวนเต็มบวกใดๆมีค่าเป็นศูนย์ ก็เพราะเราสามารถแตกให้เป็นพจน์ย่อยๆที่แต่ละพจน์มีค่าเท่ากับศูนย์ได้ เช่น
log 2 = log 1 + log 1 = 0 + 0 = 0
log 3 = log 2 + log 1 = log 1 + log 1 + log 1 = 0 + 0 + 0 = 0
ฯลฯ
คราวนี้เชื่อหรือยังว่า log(x+y) ไม่ควรมีค่าเท่า log x+ log y หากไม่มั่นใจอะไร ไม่ควรมั่ว ตั้งสติให้ดีๆ แล้วนึกถึงนิยามของมันก็จะช่วยในการจำเยอะเลย การสักแต่ว่าท่องไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย นิยามไม่ใช่ของน่าเบื่อน่ากลัว นิยามเป็นแค่การตั้งชื่อเท่านั้น เหมือนที่พ่อแม่เราตั้งชื่อเรานั่นแหละ คิดซะแบบนี้อาจทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ค่ะ อย่างที่บอกเป็นครั้งที่ร้อยว่าคณิตศาสตร์ไม่ยากเลยค่ะ
Credit by พี่หมูน้อย
|
ข้อผิดพลาดทางพีชคณิต |
|
|
โพสต์เมื่อ
23/05/2553 23:02
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
23/05/2553 23:06
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
24/05/2553 12:28
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
25/05/2553 03:25
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
04/06/2553 17:17
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
16/01/2554 11:58
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
17/01/2554 21:52
|
0
|
|
|
|
โพสต์เมื่อ
07/05/2554 15:35
|
0
|
|