วันที่ 25 มิถุนายน 2560

ก้าวสู่ยุค”ทีวีดิจิทัล”ดันตลาดแรงงานอุตสาหกรรมสื่อพุ่ง”หมื่นตำแหน่ง”

ก้าวสู่ยุค”ทีวีดิจิทัล”ดันตลาดแรงงานอุตสาหกรรมสื่อพุ่ง”หมื่นตำแหน่ง” บูมธุรกิจเกี่ยวเนื่องโฆษณา เอเยนซี พีอาร์ขยายตัว ด้านผู้ประกอบการทีวี-คอนเทนท์ โปรวายเดอร์แห่ชิงบุคลากร จัดเวิร์กชอปเจาะดึงนักศึกษาร่วมงาน

หลังการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง ในปลายปีที่ผ่านมา โดย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทั้ง 24 ช่อง เริ่มออกอากาศกระบวนการทดลองออกอากาศในราวเดือน เม.ย.นี้ และออกอากาศอย่างเป็นทางการในเดือน มิ.ย.

ปัจจุบันถือเป็นช่วงเตรียมความพร้อมของแต่ละสถานี รวมทั้งผู้ผลิตคอนเทนท์ ในการสรรหาบุคลากรเข้ามาร่วมงาน โดยเฉพาะในสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ รวมทั้งการรับแรงงานเพิ่มเติมในกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่มีการขยายงานรองรับการผลิตรายการทางช่องทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น

นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น กล่าวว่า การเกิดขึ้นของ “ทีวีดิจิทัล” ในปีนี้ นอกจากมีผู้ประกอบการเจ้าของสถานีทีวีเพิ่มขึ้นจากการชนะประมูลในปลายปีที่ผ่านมาแล้ว ถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมสื่อที่ส่งผลให้เกิดธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีกจำนวนมาก ทั้งผู้ผลิตรายการอิสระ เอเยนซี่ ธุรกิจพีอาร์ขนาดเล็ก เพื่อรองรับการผลิตรายการให้กับ 24 ช่องใหม่ที่ต้องการคอนเทนท์จำนวนมาก

จากเดิมฟรีทีวี อนาล็อก มีเพียง 6 ช่อง ทำให้พื้นที่และเวลาการออกอากาศมีจำกัด ดังนั้นผู้ผลิตรายการขนาดกลางและเล็กแทบไม่มีโอกาสนำเสนอรายการทางช่องฟรีทีวี แต่นับจากนี้ “ทุกราย” จะมีโอกาสและมีพื้นที่ในทีวีดิจิทัลมากขึ้น เอเยนซี่และพีอาร์อิสระขนาดเล็กจะขยายตัวมากขึ้นจากความต้องการของผู้ใช้บริการในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล

“ทีวีดิจิทัลที่กำลังจะเริ่มออกอากาศในเร็วๆ นี้ เรียกว่าเป็นการเขย่าทั้งอุตสาหกรรมสื่อในทุกสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มบุคลากรทั่วไปและระดับผู้บริหาร เชื่อว่าสร้างตำแหน่งงานใหม่นับ 10,000 ตำแหน่ง จากจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว” นายสุทธิชัย กล่าว

อุตสาหกรรมสื่อในยุคทีวีดิจิทัล เป็นปัจจัยสำคัญกระตุ้นการเติบโตในหลายธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างอุตสาหกรรมโฆษณาทางทีวีที่มีโอกาสเติบโตเป็นมูลค่าระดับ “แสนล้านบาท” ภายใน 2-3 ปี จากปัจจุบันมีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี

อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ได้มีโอกาสใช้พื้นที่โฆษณาทางสื่อทีวีจากราคาโฆษณาที่ลดลง เดิมผู้ใช้พื้นที่โฆษณาฟรีทีวีจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ราว 100 บริษัทเท่านั้น

 

นิเทศฯคึกคักรับ”ทีวีดิจิทัล”

นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยสู่ระบบดิจิทัลในปีนี้ กระตุ้นความสนใจและตื่นตัวให้นักศึกษาสนใจติดต่อ สอบถาม และขอคำปรึกษาสำหรับการเรียนในคณะนิเทศศาสตร์จำนวนมาก

การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลช่องใหม่ประเภทช่องบริการธุรกิจ 24 ช่องที่จะเริ่มทดลองออกอากาศในเดือน เม.ย.นี้ ส่งผลให้นักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนมีงานรองรับมากขึ้น เห็นได้จากบริษัทผู้ผลิตคอนเทนท์หลายรายเข้ามาติดต่อกับมหาวิทยาลัยโดยตรง เพื่อเปิดรับสมัครงานและจองตัวนักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปร่วมงานด้วย

“เดิมมีฟรีทีวี 6 ช่อง จำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอีก 4 เท่า ทำให้เจ้าของสถานีและคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้น จากเดิมนักศึกษานิเทศก์ ต้องวิ่งเข้าหางาน แต่ขณะนี้กลายเป็นฝ่ายมีโอกาสเลือกงานมากขึ้น” นายมานะ กล่าว

โดยช่วง 1-2 ปีจากนี้ จะเห็นภาพชัดเจนว่าตลาดงานด้านสื่อสารมวลชนเพิ่มขึ้นในอัตราเท่าใด ส่วนการขยายตัวในด้านจำนวนผู้เรียนนิเทศฯของมหาวิทยาลัยนั้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เพราะสาขาวิชาดังกล่าวเปิดสอนอย่างแพร่หลายในสถาบันต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน และสถาบันต่างๆ

 

เพิ่มหลักสูตรสื่อคอนเวอร์เจนซ์

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้เตรียมความพร้อมหลักสูตรการสอนรองรับสื่อยุคดิจิทัลมากว่า 2 ปี โดยปรับเปลี่ยนและพัฒนาหลักสูตรใหม่ เพิ่มสาขาวิชาเอก อย่างวารสารศาสตร์ คอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งสอนทักษะการทำข่าว ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ วิทยุโทรทัศน์ ครอบคลุมหลายแพลตฟอร์ม แตกต่างจากหลักสูตรแบบเดิมที่มุ่งเน้นความรู้ด้านสื่อสิ่งพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์ โดยในปีหน้าจะเปิดสาขาวิชาภาพยนตร์ดิจิทัลเพิ่ม 1 สาขา จากปัจจุบันมี 5 สาขา แบ่งเป็น สาขาวารสารศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์, วิทยุโทรทัศน์, โฆษณา, ประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารการตลาดข้ามวัฒนธรรม

สำหรับการปรับหลักสูตรการสอนดังกล่าว มาจากการสำรวจความคิดเห็นและเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการเจ้าของสถานีโทรทัศน์และผู้ผลิตรายการ รวมถึงเทียบเคียงจากหลักสูตรการสอนและกรณีศึกษาของอุตสาหกรรมสื่อทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเชิญนักวิชาการและนักวิชาชีพมาช่วยเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้และพัฒนาหลักสูตรต่อไป

 

ทีวีดิจิทัลแข่งชิง”คนข่าว”

นายมานะ กล่าวอีกว่า การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล 24 ช่องใหม่ ส่งผลให้เกิดสถานการณ์การแข่งขันแย่งชิงบุคลากรที่มาพร้อมกับการแข่งขันทางธุรกิจในอุตสาหกรรมทีวีอย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นออกอากาศของ 24 ช่องใหม่ในปีนี้ พบว่าผู้ชนะประมูลทีวีดิจิทัลหลายราย ต่างช่วงชิงและซื้อตัวบุคลากรที่มีความสามารถมาร่วมงานเพื่อรองรับการเตรียมทดลองออกอากาศในเดือน เม.ย.นี้

“คาดว่าการเตรียมออกอากาศทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ 24 ช่องในปีนี้ ทำให้มีความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมสื่อกว่า 9,600 คน โดยประเมินจากจำนวนทีมงานเดิมของสถานีทีวีแต่ละช่องที่เฉลี่ยช่องละ 400 คน” นายมานะ กล่าว

ขณะที่ภาคการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาต่างๆ ต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัวให้ทันต่อรูปแบบการนำเสนอคอนเทนท์ทีวีแบบมัลติแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน เพราะหากไม่สามารถปรับตัวได้จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพความรู้ ความสามารถของผู้เรียนที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อในยุคดิจิทัล

 

เอกชนเวิร์กชอปชิงแรงงาน

นางสาวสุภาพร โพธิ์แก้ว อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สถานการณ์ความต้องการและการแย่งชิงบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านสื่อสารมวลชน มีเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนทีวีดิจิทัลช่องใหม่ที่เพิ่มขึ้น 4 เท่าจากฟรีทีวีอนาล็อกเดิม

 

ปัจจุบันพบว่ามีภาคเอกชนติดต่อจองตัวนิสิตเพื่อร่วมงานในอุตสาหกรรมสื่อยุคทีวีดิจิทัลมากขึ้น โดยจะให้บริษัทต่างๆ ส่งข้อมูลตำแหน่งงานที่ต้องการมายังคณะ จากนั้นส่งข้อมูลให้นิสิตที่สนใจเลือกสมัคร นอกจากนี้มีบางบริษัทติดต่อเข้ามารับสมัครนิสิตและจัดฝึกอบรมและประเมินผลความสามารถรายบุคคลกับทางมหาวิทยาด้วยเช่นกัน ปัจจุบันนิสิตและนักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนในยุคนี้มีทักษะและเข้าใจการทำงานสื่อในยุคดิจิทัล พร้อมใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ สำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล

 

ทั้งนี้ หลักสูตรการสอนของจุฬาฯ ถือว่าเตรียมพร้อมมาสำหรับรองรับยุคอุตสาหกรรมสื่อในยุคดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง โดยปรับปรุงเนื้อหาให้เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเนื้อหาเกี่ยวกับสื่อดิจิทัลเบื้องต้น ในหลักสูตรพื้นฐานตั้งแต่การเข้าเรียนปี 1 เน้นการสอนเชิงโครงสร้างพื้นฐานและปรัชญาวิชาชีพ โดยหลักสูตรส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาพื้นฐานเดิม แต่ผู้สอนจะสร้างความเข้าใจและเสริมทักษะผ่านการเชื่อมโยงกับสื่อดิจิทัลมากขึ้น

 

ในปีหน้าทางคณะจะปรับหลักสูตรครั้งใหญ่ และคาดว่าจะนำหลักสูตรดังกล่าวมาใช้ได้ในปี 2558 เป็นการปรับทิศทางเสริมทักษะพร้อมการทำงานวิชาชีพ โดยให้นิสิตสามารถเข้าเรียนวิชาเอกได้เร็วขึ้นภายในปี 2 จากเดิมเข้าวิชาเอกช่วงปี 3 พร้อมกันนี้จะเน้นสอนพฤติกรรมการใช้สื่อ ทั้งคนรุ่นเก่าและใหม่ การเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมสื่อ การต่อยอดองค์ความรู้และทิศทางการบริหารสื่อ ขณะเดียวกันผู้สอนต้องปรับตัวให้เข้าใจกับภาษาและการสื่อสารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล และเน้นให้นิสิตร่วมทำสัมมนาและงานโปรเจคมากขึ้น

Credit  http://mediamonitor.in.th/

24027

เข้าชม

3

ตอบกลับ

ก้าวสู่ยุค”ทีวีดิจิทัล”ดันตลาดแรงงานอุตสาหกรรมสื่อพุ่ง”หมื่นตำแหน่ง”

โพสต์เมื่อ 16/04/2557 12:22 | 0
hi
โพสต์เมื่อ 16/04/2557 21:22 | 0
hihaha
โพสต์เมื่อ 16/04/2557 21:37 | 0
flight
abac