วันที่ 22 สิงหาคม 2560

สุดยอดมนุษย์เงินเดือนแห่งยุค 'นักคณิตศาสตร์ประกันภัย'

ม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก กับอาชีพนี้ หากมีวินัย มีความมุ่งมั่นพยายาม และต้องเก่งชื่นชอบกับการเรียนคณิตศาสตร์

ไม่เคยติดอันดับ Top10 อาชีพในฝันของเด็กไทย มิหนำซ้ำยังเป็นอาชีพที่อาจมีคนกว่าครึ่งค่อนประเทศยังไม่รู้จัก แต่รู้หรือไม่ว่านักคณิตศาสตร์ประกันภัย (actuary อ่านว่า แอคชัวรี) ได้รับการยกย่องว่าเป็น Top Job หรือสุดยอดอาชีพที่ดีที่สุดในประเทศอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา

วิกิพีเดีย ได้อธิบาย ถึงอาชีพนี้ว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญในการประเมินผลกระทบทางด้านการเงินของความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งในประเทศไทยตามกฎหมายที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมด้านประกันภัยในต่างประเทศได้กำหนดข้อบังคับต่าง ๆ มามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ทุกบริษัทประกันฯ ต้องมีนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ทำให้บุคลากรทางด้านนี้จึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก และปัจจุบันก็ต้องอาศัยการจ้างงานชั้นครูต่างชาติอยู่

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไป แต่อาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ยังครองแชมป์ "มนุษย์ทองคำ" ไม่มีวันเปลี่ยน

แล้วเด็กไทยจะทำได้ และไปให้ถึง ได้หรือไม่ อย่างไร? "พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน" หรือทอมมี่ รองประธาน เอไอเอ ประเทศไทย หัวหน้าแผนกคณิตศาสตร์ประกันภัย พร้อมที่จะช่วยชี้แนะแนวทาง

เขาบอกว่า มันอาจไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก หากมีวินัย มีความมุ่งมั่นพยายาม ประเด็นสำคัญก็คือ ต้องเก่งและมีความชื่นชอบอย่างมากกับการเรียนคณิตศาสตร์ ทั้งยังต้องมีความใฝ่ฝัน มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพลักษณ์ของธุรกิจประกันดูไม่ค่อยจะเท่ห์เท่าไรนักในมุมมองของคนไทย ในอดีตเมื่อกว่าสิบปีที่ผ่านมารับรองได้ว่าหากถามคนร้อยคนถึงธุรกิจประกันแทบทั้งหมดจะต้องร้อง "ยี้"

เรียกว่าหากใครทำงานในบริษัทประกัน ทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงมักไม่ค่อยปลื้ม และพยายามจะหนีให้ห่าง เพราะกลัวว่าจะถูกอ้อนให้ช่วยซื้อประกัน แต่ในเวลานี้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และคงต้องร้อง "ว้าว" หากรู้ว่าตัวเลขรายรับของ actuary นั้นสูงถึง 6 หลักขึ้นไป

แล้วทำไมบัณฑิตวิศวกรรมอุตสาหการ จากรั้วจามจุรี เช่นทอมมี่ เมื่อกว่าสิบปีที่แล้วจึงตัดสินใจเลือกจะเดินบนเส้นทางของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย อะไรคือ แรงบันดาลใจของเขาในเวลานั้น

    

ทอมมี่บอกว่า มันเป็นเรื่องของการค้นพบตัวเอง เพราะภายหลังที่เรียนจบและไปทำงานในโรงงานผลิตซึ่งตรงกับความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา เขารู้สึกถึงความไม่ชอบ การเดินผิดทาง

"ตอนนั้นผมนั่งทบทวนว่า การทำงานในโรงงานเป็นอะไรที่เราชอบหรือเปล่า ใช่เราหรือเปล่า ซึ่งผมเคยไปลงเรียนทางด้านการตลาด ที่มีเรื่อง SWOT Analysis วิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ผมเลยนำมาใช้วิเคราะห์ตัวเอง แล้วพบว่าผมชอบเรียนเลข ชอบแข่งขันกับตัวเอง แต่เป็นคนไม่ชอบผุ่น ไม่ชอบทำงานในโรงงาน"

เมื่องานที่ทำไม่ตอบโจทย์ ตัวเขาก็ใช้วิธีท่องไปในเว็บไซต์เพื่อค้นหาดูว่าบนโลกนี้มีอาชีพใดที่น่าสนใจอยู่บ้าง

"ง่ายๆ ผมค้นหาคำว่า Top Job ดูว่าที่อเมริกาคืออาชีพอะไร และเจอคำว่า actuary ผมจำได้ว่าอาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกว่าอย่าเลือกอะไรที่กำลังป็อบปูล่าร์ในตอนนี้ แต่ต้องมองไปในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าไทยนั้นล้าหลังอเมริกาเป็น 10 ปี"

คงไม่มีดาวร่วงลงมาสู่มือ หากไม่แสวงหา หรือไขว่คว้า เมื่อทอมมี่พบข้อมูลที่น่าสนใจเขาก็ค้นเจออีกว่า เอไอเอ กำลังเปิดรับวิศวะเพื่อเข้าทำงานในตำแหน่งนักคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยกำหนดว่าหากเป็นวิศวะที่จบจากรั้วจุฬาฯ ต้องได้เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำก็คือ 3.5

"ตำแหน่งนี้เอไอเอประกาศรับสมัครมาถึง 3 ปีก็ยังหาคนไม่ได้ ผมเลยไปทดลองดู ตอนสัมภาษณ์มีผู้บริหารซึ่งเป็นคนออสเตรเลียมานั่งคุยกับผมนานถึง 3 ชั่วโมง ผมเองตอนนั้นภาษาอังกฤษไม่ดีต้องมีคนแปลให้ สิ่งที่เขาอธิบายเกี่ยวกับอาชีพคณิตศาสตร์ประกันภัยอย่างเดียวเขาไม่ได้สัมภาษณ์อะไรผมเลย มีถามอยู่เรื่องเดียวว่ามีแฟนหรือยัง ซึ่งเขาบอกว่าดีแล้วที่ไม่มี เพราะงานนี้ต้องอ่านหนังสือสอบหนักมาก"

กว่าจะเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยได้นั้น จำเป็นต้องสอบให้ผ่านถึง 8 ขั้น โดยขั้นสูงสุดเรียกว่า Fellowship of Society of Actuarie หรือ FSA

"ตอนที่สัมภาษณ์เอไอเอโชว์ตารางการสอบให้ดูเลยว่าผมจะต้องสอบให้ผ่าน 8 ขั้น และมีไกด์ไลน์ว่าต้องสอบอะไรก่อน แล้วมีวันหยุดกี่วันให้อ่านหนังสือ และเมื่อสอบผ่านในแต่ละขั้นทางบริษัทก็จะขึ้นเงินเดือน โบนัสให้ทันทีเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ จะว่าไปก็เป็นเหมือนนักเรียนทุนกลายๆ"

นอกจากนั้น โอกาสที่เขาก็รับทันทีเช่นกัน ก็คือตำแหน่ง Management Trainee ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่า คนเก่ง หรือ Talent เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าว รวมถึงโอกาสการทำงานเพื่อหาประสบการณ์ในต่างประเทศ (เขาถูกส่งให้ไปเป็นผู้บริหารที่สำนักงานใหญ่ ประเทศฮ่องกงเป็นเวลา 6 ปี)

ทอมมี่แข่งขันกับตัวเองและใช้เวลาเพียง 5 ปีในการสอบผ่านทั้ง 8 ขั้น ซึ่งในแวดวงรู้ดีว่าแบบนี้เรียกว่า "ขั้นเทพ" เนื่องจากมาถึงวินาทีนี้ก็ยังมีคนไม่เกินสิบที่ทำได้ อีกทั้งบางคนก็เพียรสอบมายาวนานกว่าสิบปีก็ยังสอบไม่ผ่าน

อะไรคือ ภารกิจหน้าที่ของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

เขาบอกว่า ธุรกิจประกันต่างจากธุรกิจอื่น ตรงที่ได้รับเงินจากลูกค้ามาก่อน และมีการจ่ายคืนทีหลัง ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนวนถึงความสุ่มเสี่ยงของต้นทุนที่จะเกิดขึ้นมาภายหลัง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อบริษัทได้รับเงินจำนวน 1 ล้านบาทที่ลูกค้าจ่ายมาเพื่อทำประกันชีวิต แต่เวลานั้นบริษัทจะไม่รู้ว่าลูกค้าจะเจ็บป่วยไม่สบายเมื่อไหร่ หรือถ้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วเขาจะเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่

"อาชีพนี้ต้องคำนึงถึงคำว่าเมื่อไหร่ และเท่าไหร่ ทั้งต้องนำเงินที่ได้รับมาตั้งเป็นเงินสำรอง ต้องนำไปลงทุนและต้องดูแลเป็นอย่างดี เพื่อจะสามารถนำไปคืนให้กับลูกค้าในอนาคตได้ หมายถึง เราต้องดูแลความสามารถในการชำระหนี้ หรือสภาพคล่องของบริษัท คือต้องไม่ให้เจ๊ง"

นักคณิตศาสตร์ประกันภัยยังต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์อดีต โดยนำเอาสถิติข้อมูลในอดีตมาเก็บเป็นข้อมูล แล้วนำมาจำลองภาพที่จะเกิดขึ้นอนาคต พร้อมกลับมาดูว่าจะมีผลกระทบต่อปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร จากนั้นค่อยคิดหากลยุทธ์จัดการ

ถามเขาว่า คีย์เวิร์ดของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยก็คือ ความเครียด เกียรติยศ เงินตรา จริงหรือไม่?

ทอมมี่ บอกว่าในจุดที่เขายืนอยู่เวลานี้คงต้องตอบว่าใช่อย่างแน่นอน ทว่าคงต้องรวมถึงคำว่า มั่นคงเข้าไปด้วย

แต่เมื่อถามเขาว่า หากย้อนกลับไปในอดีตได้ และให้เลือกอีกครั้งเขาจะยังเลือกเป็นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยอยู่หรือไม่ คำตอบแบบติดตลกก็คือ แน่นอนที่สุด แต่ที่ไม่อยากจะไม่ทำอีกก็คือ การสอบให้ผ่านทั้ง 8 ขั้น

"ผมคิดว่าผมมาถึงจุดสูงสุดแล้ว ไม่ได้คิดหวังว่าจะไปไกลถึงซีอีโอ ซึ่งหากจะเป็นก็คงเป็นได้เพราะมีบางบริษัทมานำเสนอ แต่ที่ผมเห็นก็คือ มีซีอีโอหลายคนเสียชีวิตทั้งๆ ที่อายุเพียงแค่ 40 หรือ 50 ปีเท่านั้น ปัจจุบันผมมองถึงเรื่องความสมดุลในชีวิต"

จากเด็กเนิร์ดในอดีต เมื่อใช้ชีวิตที่ผ่อนคลายขึ้นเลยทำให้ทอมมี่ในวัย 37 ปี มีชีวิตชีวาและมีประสบการณ์ในเรื่องของการมี "แฟน"

"เมื่อก่อนผมเอาแต่ทำงาน สอบๆๆ ผมยังเรียนต่อโทถึงสองใบด้วย แต่ผมมีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกว่า คนเราต้องโยนบอลอยู่สามลูก คือ งานกับเงิน ลูกที่สองคือสุขภาพ ลูกที่สาม ก็คือความสัมพันธ์"

มนุษย์ไม่อาจก้าวถึงความเป็นสุดยอดได้ ถ้าขาดเรื่องหนึ่งเรื่องใด และคงเหมือนกับขาตั้งกล้องที่ไม่อาจถ่ายรูปได้อย่างแน่นอน หากขาใดขาหนึ่งเกิดล้มหรือหักไป

Credit  http://www.bangkokbiznews.com

28078

เข้าชม

5

ตอบกลับ

สุดยอดมนุษย์เงินเดือนแห่งยุค 'นักคณิตศาสตร์ประกันภัย'

โพสต์เมื่อ 22/03/2557 16:36 | 0
haha
โพสต์เมื่อ 22/03/2557 18:00 | 0
surprise
โพสต์เมื่อ 22/03/2557 18:49 | 0
reading
โพสต์เมื่อ 22/03/2557 21:44 | 0
upset
โพสต์เมื่อ 23/03/2557 18:51 | 0
congratulation เก่งจัง