คนรักภาษา อาชีพนักแปล
คณะในฝัน
วันนี้ทีมงานวิชาการดอทคอมได้ขอนัดสัมภษณ์ นักแปลอิสระท่านหนึ่ง คือ คุณปฏิมา วงษ์ไทย เพื่อเป็นตัวอย่างให้น้องๆ ได้เข้าใจในอาชีพนักแปลว่า เขามีวิธีการทำงานอย่างไร และต้องเรียนจบอะไรมา
นักแปลจำเป็นต้องเรียนจบด้านภาษามาหรือไม่
ตามความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็นนะคะ ขอให้เป็นผู้สนใจศึกษาใฝ่รู้ด้านภาษาเท่านั้น สำหรับวุฒิการศึกษาทางด้านภาษาจะใช้ต่อเมื่อต้องการทำงานกับหน่วยงานของรัฐหรือทำงานประจำตามบริษัทต่างๆ รวมถึงในกรณีที่จะเสนอตัวทำงานกับผู้ว่าจ้างรายใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยรู้จักหรือร่วมงานกันมาก่อน แต่อย่างไรก็ตามหากเราได้ศึกษาด้านภาษามาโดยตรง จะทำให้งานแปล ง่ายขึ้นและมีประสบการณ์มากกว่าค่ะ

คุณปฏิมาจบการศึกษาที่ไหนคะ
ระดับปริญญาตรี จบการศึกษาที่คณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนั้นเรียนวิชาเอกหนังสือพิมพ์ค่ะ แล้วมาจบการศึกษาระดับปริญญาโทที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาภาษาศาสตร์ค่ะ การเรียนด้านหนังสือพิมพ์ ต้องเรียนรู้วิธีการเขียนให้กระชับ ชัดเจนและเข้าใจง่าย รวมทั้งการเรียนด้านภาษาศาสตร์ซึ่งทำให้เข้าใจการใช้ภาษามากขึ้น เช่น ในเรื่องโครงสร้างของประโยค ความหมายของคำ ช่วยในการทำงานได้มากทีเดียวค่ะ
ประเภทของเอกสารที่แปล
แล้วแต่นักแปลแต่ละคนค่ะ เพราะนักแปลสามารถรับแปลเอกสารได้หลายหลายประเภท ทั้งเอกสารทั่วไป รายงานของนิสิต นักศึกษา วรรณคดี เรื่องสั้น นิยาย บทความต่างๆ ทั้งในนิตยสาร เว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ เอกสารทางการเมือง เอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย จดหมายโต้ตอบ รายงานประจำปีของบริษัทและองค์กรต่างๆ บทสารคดี และบทภาพยนตร์ เป็นต้น ขึ้นอยู่กับนักแปลด้วยค่ะ ว่ามีความสนใจหรือถนัดงานแปลประเภทใด และขึ้นอยู่กับงานที่ได้รับมา หรือการตกลงกับผู้ว่าจ้างค่ะ
ความยากในการแปล
ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของนักแปลแต่ละคน สำหรับคำศัพท์ที่พบบ่อยๆ จำได้แล้วจะไม่ยาก แต่คำศัพท์คำหนึ่งๆ สามารถแปลได้หลายความหมาย เราต้องแปลให้เข้ากับปริบทที่ประกอบในเนื้อเรื่องนั้นๆ และนักแปลแต่ละคน จะแปลตามสไตล์ของแต่ละคน หากให้นักแปลหลายคนแปลข้อความเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะมีความหมายเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน แต่สำนวนการแปลจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของนักแปล และเครื่องมือที่นักแปลใช้ค้นหาความหมายประกอบด้วย เช่น โปรแกรมการแปลภาษาต่างๆ หรือพจนานุกรม เป็นต้น ที่นักแปลนำมาตีความด้วยค่ะ
ข้อดีของการเป็นนักแปลอิสระ
นักแปลอิสระ สามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ค่ะ โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ต้องขอบคุณที่ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารมีความทันสมัยมาก โดยเฉพาะทางอินเตอร์เน็ต เราสามารถพูดคุยติดต่อกับผู้ว่าจ้างทางโทรศัพท์มือถือขณะที่เราออกไปเที่ยวหรือเดินช้อปปิ้งอยู่ และรับส่งงานผ่านทางอินเตอร์เน็ต รวมทั้งรับค่าจ้างผ่านทางธนาคาร ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและพลังงานในการเดินทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการกฎเกณฑ์ในการตอกบัตรเข้าทำงาน หรือต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานประเภทที่น่าปวดหัวค่ะ สบายใจดีค่ะ นอกจากนี้ เราสามารถบริหารเวลาได้ค่ะว่า ทำงานหรือพักผ่อนเมื่อไร สามารถไปดูหนัง ทานอาหารกับเพื่อนๆ หรือไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ต้องทำงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนะคะ
อัตราค่าจ้างแปล
ผู้แปลจะได้รับค่าแปลตามที่ตกลงไว้กับผู้ว่าจ้าง รวมทั้งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักแปลเอง หากแปลได้ถูกต้องสละสลวย เสร็จตรงเวลา งานแปลจะมีมาอย่างต่อเนื่องและปริมาณงานจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะผู้ว่าจ้างก็จะส่งงานมาให้อย่างต่อเนื่อง และยังช่วยบอกต่อไปยังผู้ว่าจ้างรายอื่นๆ อีกค่ะ
อายุการทำงานของนักแปล
อายุการทำงานของนักแปลนั้นยาวนานมาก ยิ่งประสบการณ์ในการแปลมากเท่าไร ความรวดเร็ว ความถูกต้อง ความเก่งกาจในการแปล จะเพิ่มมากขึ้น พร้อมๆ กับ อัตราค่าแปลที่จะได้รับสูงตามไปด้วย ดังนั้นอาชีพนักแปลจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่มีความน่าสนใจ และมีผู้ประกอบอาชีพนี้อยู่เป็นจำนวนมาก
นักแปลทำงานที่ไหนได้บ้างคะ
นักแปลสามารถประกอบอาชีพในองค์กรต่างๆ ได้มากมายหลากหลายค่ะ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กล่าวคือ การทำงานในองค์กรของรัฐบาลจะมีความ
มั่นคงและจะได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ส่วนในภาคเอกชนจะได้รับการว่าจ้างในอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าภาครัฐ ตามความสามารถและความรับผิดชอบ เช่น สำนักงานทนายความ บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทอุตสาหกรรม บริษัทอุตสาหกรรมร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ บริษัทก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สถาบันทางการเงินต่างๆ บริษัทส่งออก-นำเข้าสินค้าต่างๆ เป็นต้น
ขั้นตอนการทำงาน
รับงานแปลจากผู้ว่าจ้าง แล้วแปลเอกสาร ส่วนใหญ่จะค้นหาคำศัพท์จากพจนานุกรมค่ะ หรือ ในอินเตอร์เน็ตบ้าง หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พิมพ์งาน ตรวจสอบความถูกต้อง และส่งอีเมล์กลับทางอินเตอร์เน็ต ให้ตรงเวลาที่แจ้งไว้ด้วยค่ะ
โปรแกรมภาษาหรือหนังสือที่ช่วยเหลือด้านการแปล
โดยส่วนตัวไม่ได้ใช้โปรแกรมแปลภาษาใดๆ มาช่วยค่ะ ยึดพจนานุกรมเป็นหลัก แต่ทราบว่ามีโปรแกรมช่วยแปลภาษา แต่ต้องซื้อในราคาที่สูงมาก (หลักแสน) และไม่ได้ช่วยแปลโดยตรง แต่ช่วยเก็บข้อมูลที่เราเคยแปลไว้ แล้วพอเจอคำหรือความที่เหมือนกัน โปรแกรมนี้ก็จะแปลในส่วนของคำหรือความนั้นให้เหมือนข้อมูลเก่าที่เราเก็บเอาไว้ เราก็ดูและแปลเฉพาะส่วนที่ไม่เหมือน ช่วยทุ่นเวลาในการแปล อย่างไรก็ตามเราต้องอ่านตรวจดูทั้งหมดอยู่ดี ซึ่งเหมาะสำหรับงานแปลเอกสารที่ส่วนใหญ่จะใช้ข้อความซ้ำๆ เหมือนๆ เดิม อย่างเอกสารสัญญาทั้งหลาย สำหรับหนังสือที่ช่วยด้านการแปล คือ พจนานุกรมค่ะ สำหรับงานแปลไทย-อังกฤษ เล่มหลักที่ใช้ประจำ คือ พจนานุกรมของ Oxford Advanced Learner’s Dictionary เพราะบอกความหมายของแต่ละคำอย่างละเอียด คือ คำหนึ่ง ๆ มีหลายความหมาย และจะบอกไล่มาทุกความหมาย พร้อมทั้งมีตัวอย่างประโยค ซึ่งช่วยในการทำความเข้าใจคำศัพท์ต่างๆ ได้ดีมาก กับอีกเล่มที่ใช้บ่อยๆ คือ Oxford Collocations dictionary เล่มนี้ช่วยในการแปลไทยเป็นอังกฤษได้ดีมาก ทำให้เราสามารถเขียนประโยคภาษาอังกฤษได้ในแบบที่เจ้าของภาษาใช้
การแปลต้องแปลแบบสรุป จับใจความสำคัญ หรือ แปลทุกตัวอักษร
น่าจะแล้วแต่ผู้ว่าจ้างว่าต้องการแบบไหน ถ้าแปลพวกตำราให้นักศึกษา อาจจะเป็นแบบสรุปจับใจความ แต่อย่างเอกสารกฎหมาย ต้องแปลหมดทุกตัวอักษร ให้ละเอียดที่สุด เพราะมีผลทางด้านกฎหมาย
การแปลประเภทใดยากที่สุด พวกศัพท์เทคนิคเฉพาะด้านยากหรือไม่คะ
ศัพท์เทคนิคเฉพาะที่เราไม่คุ้นเคยจะยากที่สุด ต้องหาจากพจนานุกรมศัพท์เทคนิคเฉพาะด้านนั้นๆ หรือติดต่อสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ ส่วนใหญ่การแปลพวกศัพท์เทคนิค ผู้ว่าจ้างจะต้องหานักแปลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นเป็นผู้แปล เช่น ศัพท์คอมพิวเตอร์ หรือวิศวะ ก็ต้องหาผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์หรือวิศวกรมาแปลให้ค่ะ
ปัญหาและอุปสรรคที่พบ
นักแปลต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้งานแล้วเสร็จทันกำหนดเวลาค่ะ และ.อาจมีคำศัพท์บางคำที่ไม่มีในพจนานุกรมของเรา ต้องหาทางแก้ปัญหา อาจจะต้องติดต่อสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือลองหาจาก google ซึ่งช่วยได้มากค่ะ

คุณสมบัติของนักแปล
สำหรับน้องๆ ที่สนใจจะประกอบอาชีพนี้ ต้องเตรียมความพร้อม โดยอาจมีความรู้ระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท สาขาอักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง หรืออย่างน้อยมีความสามารถในการแปล มีความรักในภาษา มีความรู้ความชำนาญในภาษาที่จะแปลทั้งภาษาของต้นฉบับและภาษาที่ใช้ในการแปล มีความใฝ่รู้ หมั่นค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์เพิ่มเติมอยู่เสมอ มีวิจารณญาณในการแปล ต้องแปลอย่างถูกต้อง ไม่บิดเบือนข้อความจากต้นฉบับ มีความตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบงานที่รับมาทำให้ดีที่สุดค่ะ รวมทั้งมีความละเอียดรอบคอบในการแปล ยอมรับข้อติติงจากผู้ว่าจ้างด้วยค่ะ ในปัจจุบันมีการเปิดอบรมหลักสูตรนักแปลแบบมืออาชีพมากมาย ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ค่ะ
โอกาสในการมีงานทำ
ปัจจุบันอาชีพนี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ยิ่งหากผู้แปลสามารถแปลได้มากกว่าสองภาษานะคะ จะมีโอกาสสูงที่จะได้รับเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆ เพื่อเป็นนักแปลหรือล่ามประจำองค์กรนั้นๆ เช่น ในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม วงการก่อสร้างงานระดับนานาชาติและบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย องค์กรระหว่างประเทศ แปลข่าวต่างประเทศ หรือ เป็นอาชีพเสริมนอกเหนืองานประจำค่ะ
ความก้าวหน้าในอาชีพ
หากเป็นนักแปลที่ดี มีคุณภาพ โอกาสก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพนั้นมีแน่นอนค่ะ เพราะเงินเดือนที่จะได้รับสูงขึ้น จนถึงก้าวไปสู่ระดับผู้บริหารที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ หากมีประสบการณ์สูงขึ้นมากๆ มีความชำนาญพิเศษอาจทำงานกับองค์กรระดับนานาชาติ
ต้องขอขอบคุณคุณปฏิมา มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ที่ให้ความกระจ่างกับน้องๆ ถึงสายอาชีพ “นักแปล” ที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ สำหรับน้องๆ ผู้สนใจจะประกอบอาชีพนี้ เร่งค้นคว้าหาความรู้ด้านภาษากันมากๆ นะคะ เพื่อจะได้มีประสบการณ์ในการแปลมากขึ้นค่ะ แต่ไม่ว่าน้องๆ จะสนใจประกอบอาชีพใด ขอให้ตั้งใจเรียน เพื่อนำความรู้ความสามารถมาใช้ในการทำงานตามที่ตนเองใฝ่ฝันค่ะ
Credit ขอขอบคุณ คุณปฏิมา วงษ์ไทย และ วิชาการ.คอม มากมากนะครับ





อาชีพในฝันเลย ^^
ขอบคุณนะคะ
ผมเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูงมากเลยนะครับ
(แล้วต้องเก่งภาษาแบบสุดๆด้วย)
* นอกจากงานแปลแล้ว มีอาชีพิ่นอีกไหมครับสำหรับคนที่เรียนด้าน อักษร มนุษย์ ศิลปศาสตร์ และที่ไม่ใช่ ล่าม ฑูต ครู ไกท์ มีอะไรหลากหลายกว่านี้ไหมครับ
ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นเยอะเลย
อย่างเราก็ใช้ พจนานุกรมของ Oxford อยู่เหมือนกัน
เรียน คุณปฏิมา
ชอบอาชีพแปล มีความรู้ภาษาอังกฤษดี จึงอยากใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์โดยทำงานพิเศษด้านการแปล
ไม่ทราบว่าจะหางานได้จากที่ใดบ้างช่วยกรุณาแนะนำด้วยค่ะ จะเป็นพระคุณยิ่ง (ไม่ใช่งานแปลเฉพาะด้านที่ใช้ศัพท์เทคนิคค่ะ)
ขอแสดงความนับถือ