กระแสฟุตบอลยูโรกำลังมาแรง ฟุตบอลแตะกันสนุกแถมมีตอนดึก 'สวัสดีแคมปัส' ก็ขอให้น้องๆ ดูแลสุขภาพกันด้วย อย่าอดนอนดูบอลจนตื่นไปเรียนกันไม่ไหว ที่สำคัญเลยคือการพนันอย่าไปยุ่งเด็ดขาด ดูเป็นเกมกีฬาและความบันเทิงดีกว่า สัปดาห์นี้ 'สวัสดีแคมปัส' ถือโอกาสพาไปรู้จักกับนักร้องสาวเสียงสวย จากค่ายอาร์สยาม ซึ่งเธอฝากผลงานเพลง 'คึกคัก น่ารักอ่ะ' เอาไว้เชียร์ฟุตบอลกันด้วย...
'ชญาดา สนธิรักษ์' หรือน้องอลิซ อาร์สยาม หนึ่งใน 8 สมาชิกศิลปินสาวจาก 'สโมสรชิมิ 2' ปัจจุบันเธอเรียนชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่ากับ 'สวัสดีแคมปัส' ถึงสาเหตุที่เลือกเรียนทางด้านนี้ ว่า ตอนเลือกสายเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่โรงรียนสตรีวิทยา 2 เป็นคนที่ชอบและถนัดด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่สายที่เปิดมีแค่จีนกับฝรั่งเศส จึงเลือกเรียนฝรั่งเศสเพราะพื้นฐานหรือรากศัพท์ยังพอมีความสอดคล้องกันอยู่บ้าง พอเรียนได้ 3 ปีก็รู้สึกว่าชอบ ผูกพัน และทำคะแนนได้ดี จึงเลือกเรียนทางด้านนี้ต่อ โดยเลือกที่ ม.เกษตรศาสตร์ เพราะเป็นสถาบันที่ใฝ่ฝันตั้งแต่แรก และยังอยู่ไม่ไกลจากบ้านด้วย


"พอมาเรียนมหาวิทยาลัย แรกๆ เรารู้สึกว่ามันยากและละเอียดมาก แม้เคยทำคะแนนได้ดีสมัยมัธยมปลาย แต่ก็พยายามปรับตัวให้ดีขึ้น ที่ชอบภาษาเพราะรู้สึกว่าเปรียบเสมือนดวงตา ซึ่งทำให้เราสามารถพูดคุยสื่อสารกับคนได้ทั่วโลก"
ส่วนการร้องเพลงนั้น น้องอลิซ บอกว่า ได้เห็นตัวเองจากภาพถ่ายคือ ตัวเองยืนถือไมค์ร้องเพลงตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ คุณพ่อก็เล่าให้ฟังว่าตอนนั้นเราชอบร้องเพลงมากๆ เห็นไมค์เป็นไม่ได้ พอโตขึ้นมาเรียนชั้นประถม ก็มักจะได้เป็นตัวแทนของห้องไปประกวดร้องเพลงของโรงเรียน ได้รางวัลชนะเลิศอยู่บ่อยๆ ซึ่งตอนนั้นเราจะตัวอ้วนมาก จึงเป็นที่จดจำของเพื่อนๆ และถูกล้อว่าตัวตลก แต่คุณพ่อไม่ชอบให้ร้องเพลงเท่าไรนัก จนวันหนึ่งตอนเรียนอยู่ ป.4 เราอยากไปเรียนร้องเพลงมาก คุณพ่อเลยมีข้อแม้ว่าต้องสอบได้ที่ 1 ถึงจะให้เรียน และก็ทำได้จริงๆ ก็เริ่มเรียนร้องเพลงมาตั้งแต่ตอนนั้น ควบคู่ไปกับการเข้าประกวดตามเวทีต่างๆ มากขึ้น จนอายุ 13 ก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายอาร์เอสเป็นเวลา 5 ปี
หลังจากเซ็นสัญญา น้องอลิซยังคงเดินสายประกวดร้องเพลงอีกหลายเวที ซึ่งรางวัลที่เธอภาคภูมิใจอย่างมาก คือรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ ฯ 3 รางวัล จากการประกวดร้องเพลง E.B.O Singing Contest, รางวัล Popular Vote จากการประกวด E.B.O Singing Contest และการประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์


ส่วนเวทีที่ทำให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น อยู่ในช่วงที่กำลังจะหมดสัญญา และกำลังเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย คือรายการ LG Entertainer ซึ่งเธอได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และได้อันดับ 2 มาครอง จนทำให้ได้ออกผลงานเพลงของตัวเองสองเพลง กับอัลบั้ม The Entertainer (เพลง Lonely และเพลง My Way) จากนั้นน้องอลิซก็ได้มาอยู่กับค่ายอาร์สยาม เพราะมีผู้ใหญ่ในค่ายเพลงเห็นผลงาน
น้องอลิซ บอกว่า ดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับอาร์สยาม โดยเฉพาะการได้เป็นหนึ่งในสมาชิก สโมสรชิมิ 2 เพราะเป็นคนเดียวที่ยังเป็นน้องใหม่และไม่เคยมีผลงานมาก่อน นอกนั้น พี่กระแต-กระต่าย, วงบลูเบอร์รี่, พี่ใบเตย และพี่ลูกตาล เคยมีผลงานของตัวเองกับค่ายมาก่อนแล้ว แม้จะรู้สึกกดดันอยู่ไม่น้อย แต่พี่ๆ ก็ช่วยเหลือ ต้อนรับอย่างอบอุ่น น่ารักกันทุกคน


แม้ว่าจะต้องซ้อมร้องเพลงและเต้น และยังต้องมาเรียน น้องอลิซจึงพยายามใช้เวลาหลังจากเรียนไปซ้อม แต่ถ้าวันไหนตรงกันก็ต้องบอกกับอาจารย์เอาไว้ก่อน เธอบอกว่า มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการซ้อมร้องเพลงโดยไม่เสียเวลาคือ ขณะขับรถไปไหนมาไหน หากรถคันข้างๆ หันมาเห็นว่าอ้าปากพึมพัมก็ไม่ต้องสงสัย แถมบางครั้งก็มีคุณพ่อหรือคุณแม่ที่นั่งไปด้วยเป็นคนวิจารณ์ และให้คำแนะนำ ส่วนเรื่องเต้นตอนนี้ก็กำลังซ้อมหนักเพราะใกล้จะเปิดตัวซิงเกิ้ลแรก ซึ่งเป็นผลงานเดี่ยวกับอาร์สยาม ชื่อเพลงว่า I Don't Care
"บอกตรงๆ ว่าเป็นคนไม่ค่อยคาดหวังกับอนาคตเท่าไร คิดเพียงว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วอนาคตที่ดีมันก็จะตามมาเอง เรามาตามโอกาสที่ได้รับ ต่อไปหากมีโอกาสเข้ามาได้ทำงานในศาสตร์ด้านนี้ ก็ถือว่าเราใช้ฝีมือเต็มที่และมีคนเห็นฝีมือของเรา พร้อมจะให้โอกาสเรา"
เห็นว่าเป็นสาวมั่นขนาดนี้ แต่ถามถึงงานอดิเรก น้องอลิซ บอกว่า ชอบถักนิตติ้ง เริ่มจาก 2 ปีที่แล้วก่อนวันเกิดคุณพ่อ จึงอยากหาของขวัญวันเกิดที่ทำด้วยตัวเองให้ท่าน ยิ่งท่านมองว่าเราไม่ใช่คนหวาน ดูไม่เป็นกุลสตรี ก็เลยอยากลองทำอะไรให้ท่านประหลาดใจ ก็ฝึกถักนิตติ้ง พยายามมีสมาธิกับมัน จนได้ผ้าพันคอเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณพ่อ หลังจากนั้นก็ยังถักมาเรื่อยๆ ก็มีให้คุณแม่ด้วย

นอกจากนี้ น้องอลิซก็หวังว่าสักวันจะเปิดร้านเบเกอรี่ ขายขนมซึ่งมาจากฝีมือของตัวเอง เธอบอกว่า อยากเรียนทำขนมหรืออาหารมาก เพราะเป็นคนชอบทานอยู่แล้ว และมีความสุขเวลาทาน อีกอย่างคือรู้สึกว่าคนที่ทำเป็นดูเป็นคนที่มีเสน่ห์
"เรามักมีความสุขให้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่ได้รอยยิ้มจากคนที่เรารัก มันก็มีความสุขแล้ว ไม่จำเป็นว่าต้องมีอะไรมากมาย อย่างการที่เราเป็นคนชอบสุนัข เวลาได้เล่นหรืออยู่กับมันที่บ้าน ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้ว"
ท้ายสุด น้องอลิซ ฝากถึงน้องๆ ที่เพิ่งเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ว่า อย่าแอนตี้การรับน้อง เพราะต่อไปกิจกรรมหรือการเรียนบางอย่างต้องใช้ความร่วมมือและความสามัคคี ซึ่งตัวคนเดียวมันทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดี รวมถึงเรื่องการลงทะเบียนเรียน ก็ขอให้ศึกษาถามรุ่นพี่อย่างดี เพราะใหม่ๆ มันจะเป็นเรื่องที่งงมาก ส่วนใครที่มีความฝันอยากเป็นนักร้อง ก็ขอให้ฝึกฝนมากๆ พยายามหาเวทีประกวด อย่ากลัว เพราะยิ่งมีประสบการณ์มันก็สามารถทำให้เรามีการพัฒนาต่อไปได้.
Credit http://www.thairath.co.th/column/edu/campus/270156
