ณัฐพล มุขขันธ์: เกิดมาเพื่อเป็นผู้กำกับ (เอ็มวี)
คณะในฝัน
จบวิทยาลัยครู...กลับไม่ได้สอนหนังสือนักเรียน
* ที่สำคัญรู้ตัวว่าเป็น Music Lover และมีพลังสร้างสรรค์
* กระทั่งโอกาสมา ทางเลือกมีสู่อาชีพ 'ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ'
* ร่วมค้นหา เบื้องหลังความสำเร็จของคนแบบ Born to be
คงไม่เกินจริงนัก หากจะบอกว่าชายคนนี้ 'ต๋อม-ณัฐพล มุขขันธ์ เกิดมาเพื่อจะเป็น 'ผู้กำกับมิวสิก วิดีโอ' จริงๆ เพราะหลังจากเรียนจบคณะเทคโนโลยีนวัตกรรมการศึกษา จากวิทยาลัยครูพระนคร หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (มรภ.พระนคร) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านการฝึกหัดครูที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการทำงานเป็น 'คอมพิวเตอร์ กราฟิก' ในห้องตัดต่อเพลง รายการ และสื่อต่างๆ ให้กับค่ายเพลงใหญ่ชื่อดังของเมืองไทย อาร์เอส โปรโมชั่น ทำงานอยู่ได้ปีกว่า มีเหตุเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งลาออก บริษัทจำเป็นต้องหาคนมาแทนจึงได้โปรโมตเขา
'ช่วงฝึกงานเป็นผู้ช่วยตากล้องของมหาวิทยาลัย รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบ เพราะต้องสมบุกสมบันแบกหามเลยเปลี่ยนไปทำงานคอมพิวเตอร์ กราฟิกอยู่ในห้องตัดต่อ ตอนนั้นได้เจอรุ่นพี่ผู้กำกับหนัง เพลงชื่อดังอย่าง ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล ปรัชญา ปิ่นแก้ว พี่ปีเตอร์ ผู้กำกับหนังเรื่อง เด็กระเบิด เลยเกิดความซึมซับในงาน และเกิดคำถามในใจว่า งานที่เขาทำ ทำไมเล่าเรื่องแบบนี้ ไม่เอาอีกแบบ เกิดความขัดแย้ง
ขณะเดียวกัน เขากลับมีความคิดว่า ถ้าหากได้เป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอจะเลือกเล่าอีกแบบ จึงเกิดการศึกษาแบบครูพักลักจำ เพราะสมัยนั้นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอเป็นยากมาก ไม่เหมือนปัจจุบันนี้ที่เป็นได้ง่ายกว่ามาก เขาฉายภาพแรงบันดาลใจในอาชีพให้ ผู้จัดการ 360องศา รายสัปดาห์' ฟัง
โอกาสมี..ประสบการณ์ (ใหม่) มา
หลังจากค้นพบเส้นทางอาชีพ ขณะทำงานที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องนักกับการเป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ เขาได้ขวนขวายหาประสบการณ์เป็นผู้ช่วยผู้กำกับเอ็มวีกับศิลปินและเพลงนอกค่าย เพราะช่วงนั้นงานประจำจริงๆ ของเขานั้นเป็นเพียง 'ครีเอทีฟรายการ' ไม่ใช่ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอที่อยากเป็น
'ตอนนั้นเป็นเพียงช่างเทคนิค ไม่ใช่ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ แต่ช่วงที่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งลาออกไปทำรายการ ทีน ทอล์ค บริษัทอยากได้คนแทน ประกอบกับเห็นว่างานนี้ได้ฝึกคนและลงมือทำ แม้เป็นรายการ แต่ก็ใกล้เคียงกับผู้กำกับเอ็มวีเลยตัดสินใจไปทำ
เนื่องจากสมัยก่อนการเป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาหลายปีสั่งสมประสบการณ์กว่าจะขึ้นสู่ผู้กำกับเพลงให้ศิลปิน ประกอบกับความชอบและอยากทำจึงหันไปรับงานพิเศษ นอกเหนือจากงานประจำ เพื่อหาประสบการณ์โดยวิธีการหลัก คือ ศึกษาจากผลงานของรุ่นพี่ๆ และงานเอ็มวีของต่างประเทศทั้งเพลง หนังอินดี้นอกกระแสมาดู เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจควบคู่ไปด้วยกัน จนรู้สึกว่าสนุกและดีกว่าทำครีเอทีฟรายการ'
เขาบอกอีกว่า ระยะแรกเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับก่อน ทำงานประเภทส่งเสริมการขาย โปรโมตศิลปินก่อน โดยมิวสิกวิดีโอเพลงส่วนใหญ่เป็นของค่ายเพลงเล็กน้องใหม่ในวงการ และศิลปินแนวอินดี้ ในยุคเพลงแนวAlternativeถูกจุดกระแสจากวงโมเดิร์นด็อก ศิลปินเพลงคนแรก (นอกค่ายอาร์เอส) ที่ทำเอ็มวีให้ คือ ออดี้ จากผลงานเพลงที่ชื่อว่า 'เคย' และวงดนตรีน้องใหม่แนวป๊อปอย่าง ทีฟอร์ทรี (Tea for Three) วงวาสนา (Vassana) และวงพอส เป็นต้น
สู่มืออาชีพRS-GRAMMY
จนกระทั่งได้เปลี่ยนมาเป็น 'ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ' แบบเต็มตัวในฐานะลูกจ้างประจำบริษัท อาร์เอสฯ เพราะผลงานเอ็มวีที่ได้ฝึกปรือนอกค่ายระหว่างเป็นครีเอทีฟรายการ ศิลปินค่ายอาร์เอสฯที่เขาเคยทำมิวสิกวิดีโอให้ตลอดระยะเวลาที่อยู่นั่น มีตั้งแต่ศิลปินนักร้อง วงรุ่นใหญ่ที่ได้รับความนิยม เช่น หรั่ง-ร็อคเคสตร้า, หิน เหล็กไฟ และนักร้องน้องใหม่อย่าง โมทย์-ปราโมทย์ แสงศร, ดัง พันกร, อู๋ ธรรพ์ณธร และฟอร์ด สบไชย
กระทั่งฝีไม้ลายมือเทิร์นโปรเลยลาออกไปอยู่ บริษัท จี-เกท และบริษัท Upper Cut ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ซึ่งทำให้เขาได้มีโอกาสยกระดับผลงานหลากแนว ทั้งงานผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ งานโฆษณาสินค้าแบรนด์ดังอย่าง เอ็ม 150 และมาม่า กับศิลปินเพลงชั้นแนวหน้าของวงการเพลงที่ปัจจุบันได้กลายเป็น 'ศิลปินยอดนิยมตลอดกาล' อาทิ เบิร์ด ธงไชย, ใหม่ เจริญปุระ, ไท ธนาวุฒิ และเสก-โลโซ และวงดนตรีและศิลปินดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างวงแคลช (Clash) วงบิ๊กแอส (Big Ass) วงบอดี้ สแลม ( Body Slam) วงแท็กซี่ วงโปเตโต้
ผลงานที่โดดเด่นตลอดเกือบ 20ปี จนเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัล เท่าที่เขาจดจำได้ มีตั้งแต่เวทีแชนแนล วี ไทยแลนด์ มิวสิกวิดีโอ อะวอร์ด (Channel V Thailand Music Video Awards) รางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม และผู้กำกับมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม จากเพลง 'คิดถึงฉันไหม เวลา...' วงแท็กซี่, เวที FaT Award รางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม เพลง มาทำไม (เวอร์ชั่นบางระจัน) ของศิลปิน เบิร์ด ธงไชย, เวที Seed Award รางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม และผู้กำกับมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยมจากเพลง ไฟรัก ของวงแคลช (Clash) เป็นต้น
เขาเล่าว่า ตอนย้ายไปทำงานที่ Upper Cut ก็ได้ทำโฆษณาเครื่องดื่มเอ็ม-150 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า และครีมล้างหน้าสมูท อี ชุดปริศนา ที่มีดาราสาวชื่อดังอย่าง หมิว ลลิตา เป็นพรีเซนเตอร์เด่น แม้จะมีจำนวนไม่มากเท่างานเอ็มวี แต่ผลงานโฆษณาดังกล่าวก็ถูกกล่าวขานจากคนในวงการไม่น้อย และเป็นประสบการณ์ทำงานช่วงสั้นๆ เพียง 3ปีก็ต้องย้อนกลับมาทำงานเดิม
'การทำงานกำกับโฆษณา แตกต่างจากงานกำกับเอ็มวีไม่น้อย โดยเฉพาะขั้นตอนผลิตมีคนร่วมทำหลายฝ่ายทั้งเอเยนซี ลูกค้า และฝ่ายผลิต ขั้นตอนละเอียดสลับซับซ้อน ทำให้งานมีความเป็น Comercial Art มากกว่า Pure Art ของงานกำกับมิวสิกวิดีโอ แม้ว่าจะใช้เพลงเป็นสินค้า แต่ก็มีความเป็นศิลปะมากกว่าเลยรู้สึกอึดอัด ไม่มีความสุขเลยเลือกกลับมาทำงานเดิม (กำกับมิวสิกวิดีโอ) อีกครั้ง' ณัฐพล อธิบาย
นักร่วมปั้นศิลปิน+เพลงฮิต
ผู้กำกับเอ็มวีคนเดิมพูดถึงงานในอาชีพนี้ว่า ทำหน้าที่ตีโจทย์เพลงและศิลปินออกมาให้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดอารมณ์คนฟัง คนดูให้รู้สึกเข้าถึงอารมณ์ของเนื้อเพลงและชื่นชอบศิลปินตามคาแรกเตอร์ที่ถูกกำหนดและวางตำแหน่งตัวตน (Positioning) ให้เป็นแบบใด
นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของศิลปินและเพลงที่ร้องในแต่ละอัลบัมที่ค่ายเพลงนั้นๆ ผลิตออกมา โดยการทำงานผู้กำกับมิวสิกวิดีโอในอดีตมักทำงานใกล้ชิดคลุกคลีกับกลุ่มครีเอทีฟ (ปัจจุบันเรียก โปรโมเตอร์) และศิลปิน แตกต่างจากปัจจุบันที่แยกบทบาทต่างคนต่างคิดกันชัดเจน
'มิวสิกวิดีโอเป็นหัวหอกของการสร้างความสำเร็จของอัลบัมเพลงและศิลปิน เพราะบางครั้งเพลงในอัลบัมอาจไม่ติดหู แต่มิวสิกวิดีโอโดนใจ ก็จะช่วยดึงดูดและเป็นพลังส่งให้ศิลปินเป็นที่ชื่นชอบ ประทับใจจากการดูได้เหมือนกัน หรือบางครั้งทำให้ศิลปินนั้นๆ โดดเด่นขึ้นมาทันที โดยผู้กำกับเอ็มวีจะเป็นผู้คิด ถ่ายทอดอารมณ์เพลงและศิลปินออกมาให้โดนใจคนดู ติดหูคนฟังมากที่สุด'
ณัฐพล ยกตัวอย่างศิลปินวงแท็กซี่ ซึ่งตอนแรกเป็นที่รู้จักของคนฟังในวงแคบๆ แต่เมื่อได้ทำมิวสิก วิดีโอของเพลง 'คิดถึงฉันไหม เวลา....' ออกมาตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ปรากฏว่าหนุนให้วง ศิลปิน และเพลงโด่งดังกลายเป็น Talk of the Town และคว้ารางวัลหลายตัว กระทั่งล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาของเพลง 'รูปที่มีทุกบ้าน' ที่ร้องโดยศิลปินสุดฮอต เบิร์ด ธงไชย ซึ่งปรากฏว่าเพลงโดนใจคนดูอย่างมากมาย สะท้อนให้เห็นถึงพลังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังของเพลงและศิลปินจนแทบแยกกันไม่ออก
ในฐานะผู้กำกับฯ รุ่นเก๋า ที่คร่ำหวอดในวงการมานาน ณัฐพลได้สะท้อนมุมมองต่อวงการมิวสิกวิดีโอว่า ภาพรวมมิวสิกวิดีโอปัจจุบันมีจำนวนมากและผลิตกันง่ายขึ้น เนื่องจากงบประมาณจำกัด ขณะเดียวกันแนวมิวสิกมีความคล้ายคลึงกันมาก จัดเป็นประเภทเดียวกัน โดยใน10 ชิ้นงาน จะมีโดดเด่นแตกต่างสัก1ผลงาน
'ภาพรวมมิวสิกวิดีโอทั้งหมดในปัจจุบันที่ออกมา เหมือนย้อนยุคกลับไปในอดีต ไม่ค่อยมีหมัดเด็ด เป็นแบบดาษดื่นเกลื่อนกราดทั่วไป อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่มักตามกระแส ฮิตแนวร็อก ฮิปฮอป ก็ออกมาตามกันไป
ซ้ำร้ายทุนทรัพย์น้อยก็ยิ่งมีผลต่อคุณภาพมิวสิกวิดีโอที่ผลิตออกมาและตัวบทเพลงเองก็คล้ายๆ กัน เพราะมันไม่สามารถเอากล้องHandy Camตัวเดียวถ่ายภาพสื่อความคิดเรื่องราวของเพลงออกมาได้ เนื่องจากต้องอาศัยภาพและโปรดักชั่นที่ต้องอาศัยเงินเป็นปัจจัยหนุน'
ปัจจุบันนอกจากเปิดบริษัทมหัศจรรย์การบันเทิง รับจ้างผลิตเอ็มวีเต็มรูปแบบแล้ว อดีตผู้กำกับมือโปรคนนี้ยังได้เตรียมคลอดโปรเจกต์ใหม่ที่ตั้งใจอยากทำมานาน นั่นคือ การเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์ไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนบท และนำเสนอค่ายหนังต่างๆ
เขาแย้มว่า แนวภาพยนตร์ไทยๆ สไตล์ Musical ที่ไม่ค่อยมีใครทำกันมากนัก ภารกิจใหม่ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สวนกระแสตลาด ยังเป็นโจทย์ท้าทายเขาอยู่ไม่น้อยว่า ประสบการณ์ที่ตกผลึกแล้วจากเพลง โฆษณาเกือบ 20 ปีมาสู่ภาพยนตร์จะตอบโจทย์ความต้องการคนดูหนังได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่...งานนี้ต้องคอยติดตามผลกันต่อไป!!!
Credit ผู้จัดการรายสัปดาห์ manager.co.th





ทำไมตอนแรกเราเห็นเป็น
เกิดมาเพื่อเป็นผู้กำกับ (เอวี)
= ="
/me เผ่น ~~