วันที่ 27 กรกฎาคม 2560

กิจกรรมครั้งที่ 21 : แชร์+แนะแนว ประสบการณ์ สอบตรง Admissions

ขอความคุณทุกตัวอักษร ที่เหล่าพี่ๆม.6  ปีการศึกษา 2554   ได้เล่าประสบการร์อันมีค่าให้แง่น้อง ๆ

ralarulu    รางวัลกด like

10 รางวัล  รางวัลละ 500 บาท

 1   rattanakorapart

2   fenejung

3  oilintui

moomoojung

masterryu

 6  yoami

7  perardua

 8  tantoey

9  jieza

10 notehacker

ส่ง ชื่อจริง นามสุกล   username + password 

ที่อยู่  เลขบัญชีธนาคาร เป็น scb ได้จะดีมาก

มาให้ผมที่ [email protected]

 




โดยขอยกตัวอย่างหัวข้อเป็นแนวทาง หรืออาจจะเล่าตามแนวตัวเองก็ได้ครับไม่ได้บังคับ

+ ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน
+ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
+ จำข้อสอบข้อไหนที่โดน ประทับใจ หรือที่ยากจนทำไม่ได้
+ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สอบตรง หรืออะไรก็เพิ่มเติมมาได้เลยจ้า
 

ประกาศผล   5 พฤษภาคม 2555

รางวัล   เงินสด  500 บาท   10 รางวัล  : ตามใจ Admin เลือก
รางวัล   เงินสด  1000 บาท   1 รางวัล  : คนกด like เยอะสุดจ้า



 

credit : http://blog.eduzones.com/racchachoengsao/91179

  1. ความเห็นยอดนิยม

  2. ralarulu
    28/04/2555 07:18 | 44
    บางครั้งการผิดหวังในชีวิต มันก็ทำให้คนเราแข็งแกร่งได้ว่ามั๊ย ?

    เคยมีครูท่านหนึ่งบอกกับนักเรียนของเค้าว่า ถ้าเธอเข้าไปอยู่ในมช.เธอก็จะเห็นว่าดอยสุเทพสูงที่สุดแต่ถ้าเธอออกมาไม่กี่ก้าวเธอก็จะเห็นว่าดอยปุยสูงกว่านั้น ขอบคุณสำหรับคำพูดนี้ที่ทำคนๆหนึ่งเปลี่ยนความคิดของเค้าไปได้ จากที่เคยอยากจะเข้าแต่มช. นั่งร้องไห้สำหรับความผิดหวังที่มันเกิดขึ้น ให้พี่ได้ลุกขึ้นมาสู้และได้เห็น ได้รู้อะไรหลายๆอย่าง  ต้องขอบคุณจริงๆที่ไม่มีโควตาให้คนคนนี้ได้ไปอยู่ ณ ตรง นั้น เพราะมันไม่ได้ทำให้พี่ท้อกลับทำให้พี่อยากเป็นแพทย์ เป็นแพทย์ที่ดีของสังคม อาจไม่ใช่แพทย์ที่เก่งที่สุด แต่ก็จะเป็นแพทย์ที่ช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด   ดราม่ามาก เปลี่ยนอารมณ์ดีกว่า

    เริ่มเลย ยยยยย

    1.แพทย์ขอนแก่น mdx        แทบจะไม่ได้อ่านไปเลยก็ว่าได้คนสอบ เยอะมากสังคมโหดอ่ะดูรูปไม่ออกมีแนวข้อสอบเป็นหนังสือพ่อซื้อมาให้จากมข.จะพิมพ์ให้ทั้งเล่มมันก็เหนื่อยนะน้อง ฮิ๊ๆ เดี๋ยวทิ้งเมลล์ไว้ให้หละกันนะ   ตัวตัดกันก็ คณิต อังกฤษ อ่ะ

    2.gat pat                              ต้องทำโจทย์เยอะๆ คิดว่าครั้งแรกกับครั้งที่สองยากง่ายพอๆกันแต่พี่ทำครั้งที่สองได้ดีกว่าอาจเป็นเพราะ อ่านมามากกว่า เจ็บมามากกว่า ยังงงง

    3.โควตามช.                          หาซื้อได้ตามสุริวงศ์ ดวงกมล ระวังเฉลยผิดเยอะมากอ่ะ ดูดีๆ นะ หนังสือเฉลยฟิสิกส์แนะนำเล่นที่หน้าปกเป็นสีขาวดำอ่ะ เป็นเล่นที่มีแต่เฉลยฟิสิกส์ เล่นนั้น k เลย

    4.7วิชาสามัญ                       ง่ายกว่าgatpat นะ รุ่นพี่เปลี่ยนแนวเสียใจกับโควตา ได้คะแนนน้อย เลย ยย (ข้ออ้าง ยังงง)

    5.ความถนัดทางแพทย์         จับใจความง่ายเกินคาด ทำให้เราพลาด เอิ่มมมม น้องไม่ต้องไปฝึกทำแบบของอ.กอไก่นำหน้านะมันยากไปอ่ะ พอเข้าสอบจริงง่ายกว่าตั้งเยอะ และพี่ก็ทำโจทย์เกือบทุกเล่มที่มีขายในร้านสุริวงศ์ และ ซีเอ็ด ยกเว้นเล่มสีเขียวอ่อนเล่มเดียว ที่เป็นของทันตะด้วยคะแนนออกมาก็o แต่พอมารวมกับ7 วิชาแล้วแบบเอิ่มมมม

    6.onet                                   ไม่ โอ ยังงงงงงงงงง นะน้องใจเย็นๆๆ รุ่นน้องได้ข่าวสอบได้ สามรอบใช่มั๊ย ดีใจด้วยนะ

    7.วิศวะชีวการแพทย์ ลาดกระบัง        ติดแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย ข้อสอบก็ง่ายนะ จำนวนข้อน้อยไปอ่ะ แต่ก็มีบางข้อเพื่อนบอกว่าศูนย์โอมช.ยังไม่สอนเลย ช็อก มีเกินหลักสูตรข้อหนึ่ง ส่วนข้อสอบพี่จดมาได้หลายข้อแต่ต้องใช่รูปประกอบเพราะส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้า เดี๋ยวพี่ทิ้งเมลล์ไว้ให้หละกัน

    8.เภสัช ศิลปากรรอบสอง    ขอบคุณศัพท์4 หน้า อ.สมศรี ช่วยได้มาก มีเกือบทุกคำ อ่ะเริ่ด ข้อสอบเคมีแอบง่าย แนวข้อสอบก็มีจดแนวมาเหมือนกันเอิ่มพูดผิด ข้อสอบเลยไม่ใช่แนว เหมือนเดิมนะ

    9.ทุนแพทย์รัฐบาลรัสเซีย     ลุ้นๆ ยื่นไปแล้วยื่นเกรดอย่างเดี๋ยว +ดวง ยังไม่ค่อยมีใครร็จักทุนนี้นะที่เชียงใหม่อ่ะ  แต่ไม่รู้ว่าที่อื่นได้ยินกันนานยัง นอกเหนือจากภาคกลางอ่ะ พี่ก็เอาของติดไม้ติดมือไปฝากคนดูแลเอกสารด้วย 555 มีดีก็ตรงนี้ยังงงง
     
    สุดท้ายนี้ ยังมี อีกสนามหนึ่งให้พี่ได้ประลองเพื่อทำความฝันนั้นให้เป็นจริงให้ได้ รังสิต ต้นไม้หลากสี รอฉันก่อนนะ
    แนะนำหนังสือ
    • ตะลุยโจทย์แม่อุ๊ (สำหรับ pat อ่านครู กุ๊กเพิ่ม)
    • ชีวะพี่เต็นท์
    • สรุปสังคมพี่บอลเทอร์โบ อาจาร์ยปิง
    • เทอร์โบ ภาษาไทยอาจาร์ยปิง
    • คณิตsyntaxสุดยอด : )
    ++++++++[email protected][email protected]้อง จะสแกนส่งเมลล์ไปให้เน้อว วว ว เป็นกำลังใจให้นะ ต้องฝึกทำโจทย์เยอะๆ ทำเยอะได้เยอะ ทำน้อยได้น้อยนะน้อง ท่องไว้ทำโจทย์วันนี้พรุ่งนี้ก็ติด : )
     
      readingsmilehicongratulation
  3. rattanakorapart
    28/04/2555 12:19 | 22
    คนเก่งไม่กลัว กลัวคนขยัน
    “ถ้าตอนมัธยมปลายผมอ่านหนังสือได้เท่ากับมหาวิทยาลัยตอนนี้ ผมคงติดหมอไปแล้ว”


    คำพูดประโยคนี้ยังทุ้มอยู่ในใจเด็กบ้านนอกอย่างพี่ พี่ไม่มีโอกาสเหมือนเด็กในเมืองเพราะบ้านพี่อยู่ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 700 Km ห่างจากตัวจังหวัด 60 Km  เคมี อ.อุ๊  ไทย-สังคม อ.ปิง หรือแม้แต่ อังกฤษ พี่แนน ที่เพื่อนๆพี่ที่เป็นลูกคนมีฐานะเค้าไปเรียนกัน พี่ไม่เคยได้เรียน อย่างดีของพี่ก็แค่ โรงเรียนติวหน้า รร.  ดังนั้นการอ่านหนังสือน่าจะเหมาะกับเด็กบ้านนอกอย่างพี่มากที่สุด 555+

    เริ่มเลย...
     1. GAT  part 1   หาโจทย์เก่ามาทำเยอะๆ หาโหลดจากเว็บ สทศ / หรือหนังสือเตรียมสอบ กสพท. ก็ใช้ได้เลยทีเดียว
    ข้อสอบส่วนมากจะล้อกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน  บางบทความเราผ่านตามาแล้วเพราะเราเคยเจอเคยอ่านก็จะได้เปรียบคนอื่น
    2.GAT part 2  ข้อสอบยากพอสมควรในความคิดพี่..เพราะพี่ไม่เก่งแต่อาศัยการอ่านทั้งนั่งท่องศัพท์ที่ออกบ่อยๆ เขียนติดไว้ในห้องน้ำ ห้องนอน  หรือแม้แต่ไวยกรณ์ ก็ทำเป็น chart ใส่ใน word ไว้ พอจำไม่ได้เปิดปริ้นออกมาดู..ส่วน reading เนี่ยก็ทักษะของใครต่อใครล่ะกันครับ..แต่พี่อยากบอกว่า..บทความของคณะวิทยาศาสตร์ ของจุฬา ชอบออกครับ ยกตัวอย่างนะครับ ครั้งที่ผ่านมามีบทความเกี่ยวกับ "ดร.สุชนา ชวนิชย์" กับปฏิบัติการวิจัยขั้วโลกใต้ ซึ่งออก รายการ Vip ทางช่อง 9
    3. PAT  1 ตะลุยโจทย์อย่างเดียวครับพี่น้อง
    4. PAT 2 ตะลุยโจทย์
                    ชีวะ  หนังสือแนะนำ คือ แบบเรียน สสวท ครับข้อสอบไม่หนีไปไหนเลย แนะนำดูตัวหนังสือที่เน้นหนา..มักจะออกลองสังเกตดูนะครับ
                    เคมี หนังสือแนะนะ คือ คัมภีร์เคมี ตะลุยโจทย์ /หนังสือเคมีอินทรีย์ อ.สุนันนทา
                    ฟิสิกส์ หนังสือแนะนำ คือ ฟิสิกส์มหาวิทยาลัยเล่ม 1 กับ 2 /ตะลุยโจทย์ขอสอบเก่า

    5. PAT 3  พี่ได้หนังสือจากรุ่นพี่วิศวะมากครับของ มช. โจทย์ยากพอสมควรครับสิ่งที่ทำได้คือไปอ่านเก็บพื้นฐานของกฎทุกกฎมาก่อนสัก 2 รอบ แล้วนำมาทำข้อสอบเพราะข้อสอบมากประยุกต์หลายเรื่องเข้าด้วยกันครับ
     
    6. O-NET               การตั้งใจเรียนในห้องเรียนดีที่สุดครับ พอก่อนสอบลองเอาสมุดที่เราเคยทำการบ้านหรือที่ อาจารย์ในโรงเรียนติวให้มาเปิดดู ช่วยได้เยอะมากๆครับ
                    คณิตศาสตร์  ตะลุยโจทย์ทุก พ.ศ. ครับพี่เคยทำมาแล้วตะลุยสัก 2-3 รอบ รับลอง 80 upเพราะข้อสอบมักออกแนวเดิมๆ แค่พลิกแพลงอะไรไปนิดหน่อย
                    ภาษาไทย  ส่วนมากเด็กไม่ค่อยมีปัญหากันแต่ที่เคยเห็นมาเพื่อนๆผมเค้าบ่นกันว่าวรรณคดีอยากเช่นการตีความน้ำเสียง หรือแม้แต่โวหารต่าง เลยแนะนำชีทของ แบนด์ ปี 2007 ไปหาดูนะครับผมว่าดีกว่าทุกๆปี
                    วิทยาศาสตร์  ตะลุยโจทย์ทุก พ.ศ. ครับ เพราะข้อสอบอยู่ในที่เราเคยเรียนมาทั้งนั้น รร.ไหนทำแลปแห้ง ระวังนะครับเพราะข้อสอบมากออกแลปว่าผลเป็นอย่างไร การบันทึกผล ดังนั้นเด็ก รร.ต่างจังหวัดมักทำแลปแห้งแต่อยากบอกให้ไปศึกษาจากหนังสือเล่มอื่นบ้างผลในหนังสือเป็นแบบนี้เป็นเพราะอะไร หรือไม่งั้นถามอาจารย์ในคาบนั้นไปเลย ส่วนที่ต้องอ่านคือดาราศาสตร์ ครับ แนะนำหนังสือ สสวท. เล่มเดียวจบอ่านสัก 2 รอบพอล่ะน่าจะทำได้เพราะข้อสอบอยู่ในหนังสือนี้แหละไม่เชื่อ เตะพี่ได้ 555+
                    อังกฤษ  พื้นฐานทั่วไปน่าจะไม่มีปัญหา แต่ปีหลังๆมันคลายกับ GAT ไปทุกทียากขึ้น ดังนั้นพี่เลยถามน้องๆรุ่นที่สอบปีที่ผ่านมาเค้าบอกว่ายาก..แต่น้องก็อาศัยการดูข้อสอบเก่าของ Gat หัดทำให้ดูโจทย์ ว่ามันเป็นอย่างไรพยายามหา keyword ของคำถามให้ได้แล้วทำข้อสอบจะได้ง่ายขึ้น
                     สุขพลศึกษา/การงาน/ศิลปะ    No comment 555+

    7.โควตา มช.  ตะลุยโจทย์อย่างเดียวครับสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองยังไม่มีความรู้พอที่จะตะลุยโจทย์พี่บอกเลยว่าการอ่านช่วยได้นิดหน่อยแต่ตะลุยโจทย์เถอะครับข้อสอบมันมีคอนเสปอยู่ เวียนไปเวียนมาหากเราจับประเด็นได้เราสามารถชนะคู่แข่งได้เลยจากการที่พี่ดูๆนะคนที่ตะลุยโจทย์เก่งมักจะสอบติดมากกว่าคนที่อ่านแล้วไม่ตะลุยโจทย์ ซึ่งแนวข้อสอบเนี่ยหาได้จากร้าน ดวงกมล ซึ่งมันผิดเยอะอยู่นะครับทั้งโจทย์และเฉลยๆ แต่พี่แนะนำเด็กภาคเหนือนะครับ น้องคนไหนที่มีเพื่อนอยู่ที่ เรียน RAC จะมีแนวข้อสอบทุกปีนะครับเป็นไฟล์ word  ซึ่งแนวข้อสอบก็คือข้อสอบปีที่ผ่านมานั่นเอง

    8.พสวท มช.  55+ ข้อสอบแนวบ้าบอ..ที่จะวัดเด็กเก่งจริงๆข้อสอบเป็นการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจริงวัดวิธีการคิดการออกแบบการหาคำตอบ การคำนวณ ซึ่งน้อยคนมากจะมีโอกาสสอบผ่านข้อสอบเป็นแนวประยุกต์ ทั้งคณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว..แต่พอคำนวณแล้วไม่ลงตัว อิอิ แนะนำคือคนที่จะสอบต้องแม่นจริงๆทั้งสูตร กฎ หรือ ทฤษฎี ต่างๆ

    9.แพทย์ MDX มข. เชื่อได้ว่าเป็นสนามแรกของเด็ก ม.6 ทุกคน เพราะจะจัดสอบก่อนซึ่งข้อสอบไม่ได้ยากมากนะครับแต่จำนวนข้อเยอะซึ่งคะแนนมักจะตัดกันที่ ภาษาอังกฤษ เพราะความรู้พื้นฐานเด็กวิทย์จะเท่าๆกันหมดซึ่งการสอบนั้นจะเต็มไปด้วยผู้คนนับหมื่นคนโดยมีหลายสนามสอบคือ ขอนแก่นวิทย์  แก่นนคร เทคโนภาคตะวันออก

    10. โควตา มหิดล เป็นมหาวิทยาลัยใฝ่ฝันของใครหลายๆคนซึ่งมักจะมาช่วงใกล้สอบเทอมแรกพอดีดังนั้นทุกคนจะขยันกันพอสมควรจึงทำให้คะแนนสูงทุกๆปีการเตรียมตัวของพี่คืออ่านพอที่จะอ่านได้แต่พี่เลือกที่จะอ่านสอบเรียนต่อมากกว่ารายวิชาที่จะสอบเพื่อให้ผ่าน ม.6 เทอมแรก 555+ ข้อสอบไม่ยากครับอยู่ๆที่เราเรียนมาทั้งหมดข้อสอบมีตั้งแต่ง่าย ถึง ปานกลาง ดังนั้นคะแนนจะเชือนๆกัน แต่ตัวตัดสินน่าจะเป็น math กับ eng นะพี่ว่า

    11. TU-SMART ไม่รู้ว่ายังมีอยู่หรือเปล่า    ข้อสอบวัดความไวของโสตประสาทและมือซึ่งข้อสอบมีจำนวนเยอะแต่เวลาจำกัดดังนั้นใครที่คิดเร็วทำเร็วมักจะได้คะแนนดี ข้อสอบไม่ยากเลยวัดกันตรงความเร็ว แนวข้อสอบก็ทั่วๆไปการคำนวณ การประยุกต์ทางคณิตศาสตร์


    สุดท้ายพี่ฝากถึงเด็กชนบทที่ไม่ค่อยมีโอกาสแบบนี้ว่าจงใช้ความขยันให้มากกว่าคนที่ที่โอกาส..แล้วโอกาสนั้นจะเป็นของเรา กว่าเราจะได้ดอกไม้ที่ผลิดอกให้คนได้ชื่นชมเราต้องขยันหมั่นเพียนรดน้ำพรวนดิน..

    สุดท้าย..ที่่ลืมไม่ได้คนที่ให้ความรู้ในห้องเรียนที่มีความหมายพี่อยากให้เราจำประโยคของเพลงเพลงหนึ่ง 

    ทุกคำบ่นว่า คือความปรารถนาดี
    ใช้ความเมตตาปราณี คอยชี้หนทางเดินให้
    ร้อยเหนื่อยพันหนัก กลั่นเป็นรักและห่วงใย
    เพื่อทำหน้าที่ยิ่งใหญ่ เป็นคนผู้ให้วิชา
     
    ทุ่มเทเพื่อศิษย์ จากจิตวิญญาณของครู
    แสงเทียนเพื่อการเรียนรู้ ยังสู้ยังส่องเรื่อยมา
    ให้ศิษย์ถึงฝั่ง ด้วยแรงหวังแรงศรัทธา
    เหนื่อยกายและใจ ทว่า เป็นสุขอยู่ทุกนาที
     
    ความภูมิใจมิได้อยู่ในพานไหว้ครู
    แต่อยู่ในวันที่รู้ว่าศิษย์นั้นไปได้ดี
    เรือจ้างลำแกร่ง ยังพายสุดแรงที่มี
    พ่อพิมพ์แม่พิมพ์วันนี้ ยังพิมพ์คนดีสุดแรงทุกวัน
     
     ทุกคนคือศิษย์ ตลอดชีวิตของครู
    ถ้อยคำชื่นชมเชิดชู ไม่ต้องให้ครูก็ได้
    รู้ถูกรู้ผิด มีชีวิตที่สดใส
    สื่งนั้นที่ครูฝันใฝ่ เพื่อเป็นแรงใจให้ครู

    ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขียนออกมาจากใจเด็กชนบทอย่างผมที่มีวันนี้ได้ก็เพราะ ครู
  4. fenejung
    27/04/2555 20:12 | 21
    ขอเล่า การสอบกสพท นะคะ
    กสพท จะว่ายากก็ไม่ยากเท่า GAT PAT ง่ายก็ไม่ง่าย เป็นข้อสอบในแนวกลางๆ ค่อนไปทางยาก

    สิ่งสำคัญของการสอบกสพทคือ
    คนเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ
    ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเรียนเก่งเท่านั้นที่จำทำข้อสอบกสพทได้

    อย่างพี่เองก็ไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร
    พี่อาศัยความ "ขยันและมุ่งมั่น" ของตัวเอง
    พี่เชื่อว่า น้องๆทุกคน ช่วงแรกๆจะมีความฝันเหมือนกัน จะเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน
    แต่จะมีสักกี่คนที่จะสานฝันของตัวเองต่อจนเสร็จ

    พี่จะทำตารางเวลาอ่านหนังสือไว้ค่ะ เป็นรายเดือนกับรายวัน
    รายเดือนคือ : เดือนนี้เราจะทำอะไรบ้าง อ่านถึงไหน
    รายวัน : วันนี้เราอ่านอะไรบ้าง กี่ชั่วโมง
    อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ซึ่งอ่านอย่างเดียวไม่พอ
    โจทย์สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    อ่านและทำโจทย์อย่าง เข้าใจ ไม่ใช่การจำค่ัะ





    พี่จะไม่แนะนำหนังสือเนอะ เพราะอันนี้แล้วแต่บุคคล เพราะสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือกำลังใจที่พี่อยากฝากให้น้องๆ

    คนที่สอบติดไม่ใช่คนที่เรียนเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ขยันที่สุด
    เชื่อมั่นในความฝันของตัวเอง แล้วต้องกล้าที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงค่ะ


    สุดท้าย ที่สำคัญที่สุด
    ห้ามดูถูกตัวเองเด็ดขาด
    คนที่โง่ที่สุดในโลก คือคนที่ดูถูกตัวเองว่าโง่


    ถ้าเรายังไม่เคารพและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วใครล่ะจะเชื่อเรา

    น้องทุกคนทำได้ค่ะ
    ก้าวไปให้ถึงฝันนะคะ เส้นทางอีกยาวไกล แต่ปลายทางมันแสนงดงามจริงๆค่ะ :)

    สู้ๆนะคะ ^-^



    FENE MED CMU 55





























  5. oilintui
    28/04/2555 22:47 | 15
    สวัสดีจ้า เด็กแอดปีนี้คงจะเป็นอะไรที่สุดๆเลยก็ว่าได้มั้ง sad

    เราขอเล่าก่อนว่าเรามีความฝันเล็กๆที่ยิ่งใหญ่คือ "แพทย์ ศิริราช"

    ขอแบ่ง PART เป็น ม. 4- 5-6 นะจ๊ะ

    ม.4...หลังจากที่ไม่ตืดเตรียมอุดมเราก็อยู่โรงเรียนเก่าของเรา แต่ความฝันตั้งแต่เด็กก็ไม่เปลี่ยน คือเราอยากเป็นหมอ ที่เลือกศิริราชเพราะเราประทับใจ ม.มหิดล มีโอกาศไปเข้าค่ายที่นั้นถึง 2 ครั้ง  ประทับใจสถานที่ รุ่นพี่ทุกคณะ และทุกอย่างที่เป็นมหิดล เลย  แต่ขอยอมรับว่า ม.4ไม่ได้เริ่มอะไรมากเท่าไร  ติดเพื่อน  ติดเฟส  บ้าเรียนพิเศษแต่ไม่รู้จักเอามาทวนเกรดเราเลยตกใน ม. 4 เทอม 2 นั้นทำให้เรารู้ว่า   "  การเรียนพิเศษไม่ใช้ทางออกเสมอไป " เพื่อนเราไม่ได้เรียนพิเศษที่ดัง(แถวพญาไทเลย) มันกลับได้ที่ 1 เกรดเยอะกว่าเราเพราะมันกลับมาทวน มาทำโจทย์สม่ำเสมอ  เพื่อนเรามันทำให้เราคิดได้เลย(มันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเรา)  เรายกเลิกตารางเรียนพิเศษที่ยาวเป็นหางว่าวของ ม.5 และ ม.6  (ราคารวมประมาณเกือบ 60000)  และเริ่มอ่านหนังสือที่มีกองเต็มบ้านซะ

    ม.5.....ปิดเทอมก่อนขึ้น ม.5 เราอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ ตั้งใจว่าจะต้องจบ 1 รอบก่อนปิดเทอมให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จT^T   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การติดค่าย สอวน.เคมี!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    ณ จุดนี้การอ่านหนังสือมีเป้าหมายมากขึ้นเราอ่านแข่งก็ตัวเราไม่สนใจว่าคนอื่นเป็นยังไงเอาชนะใจตัวเองได้ก็พอ  รุ่นพี่ ม.6ที่โรงเรียนเก่งๆพลาด 7 วิชาสามัญเยอะมากๆ-*- ทำให้เรากลัว คิดว่าจะต้องฟิตให้มากกว่านี้ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นเหนื่อยมากท้อสุดๆถึงจะมีเวลาอีก 1 ปี (บางคนว่าเราบ้าที่ฟิตเกินเหตุ เดี๋ยวก็ลืม)  เราขอบอกน้องๆรุ่นต่อไปเลยว่าการเริ่มต้นก่อนนั้นย่อมใกล้จุดมุ่งหมายก่อนใครที่บอกว่าควรเริ่มตอนปิดเทอมขึ้น ม.6 เราขอบอกเลยว่าไม่ทันจริงๆขนาดเริ่มมาตั้งแต่ม. 5 อ่านแทบจะไม่ทันเลย-*-   ชีวิต ม.5 เรียนเยอะมากเนื้อหาหนักสุดๆ  กิจกรรมแยะมากๆๆๆๆๆๆ><

    ม.6.... ในที่สุดช่วงเวลาที่เรารอก็มาถึง ช่วงปิดเทอมเรานั่งทำโจทย์อย่างเดียวเลยมันส์มากupsetความเครียดมันเริ่มทะลักเข้ามาแล้วเพราะเพื่อนร่วมห้องอยากได้แพทย์เยอะมากแล้วพวกเค้าก็ไปเรียนพิเศษอย่างสาหัสฉกาจฉกรรณ์ คนละ 3 -4 วิชาต่อวัน แต่อย่างที่เคยบอกเราเข็ดจาก ม.4 แล้วเรียนมันทุกที่สุดท้ายก็แพ้คนขยันmistake
    เปิดเทอมมาเรียกว่าในห้องไม่มีอะไรเลยน้องจากการคุยเรื่อง การสอบ(กดดันได้อีก) เราแอบกลัวหวั่นๆเหมือนกันเพราะเพื่อนบางคนเปิดเทอมมาก็ติดโควต้า สอบตรงบ้างแล้ว มันนั่งชิล ชิล ในห้องไม่สนอะไรเลย-*- เพื่อนๆบ้างคนก็เหมือนเดิมลงกวดวิชาคอร์สตะลุยโจทย์กันแทบจะนอนที่วรรณสร์เลยทีเดียว อาเมน...-^-
    ยอมรับนะเครียดมากตอนนั้น ยังไม่มีที่เรียน  7วิชาไม่รู้จะไหวหรือเปล่า ความถนัดหนูจะรอดมั้ย??

     "แต่ไม่ว่าตอนไหนที่เรากลัวสอบไม่ติดเราจะนั่งลงและหยิบ                    หนังสือขึ้นมาอ่านทันที "reading

    ช่วงปิดเทอมเล็กเหมือนจะมีเหตุการณ์ที่เรารู้จากข่าวกันคือน้ำท่วมพ่อเราเครียดมากเพราะบ้านอยู่ในโซนพื้นที่สีแดง  แต่ดันไม่ท่วมซะที-*-ความถนัดแพทย์ประกาศเลื่อนสอบออกไป(แอบดีใจ)  แต่และการสอบอื่นๆละ?  GAT  PAT  เลื่อนไปไม่มีกำหนดแล้วถ้ามีสอบมี.ค ครั้งเดียวละ?  ตูจะรอดมั้ยเนี่ย!  7 วิชา ถ้าไปสอบติดๆกันหมดเลยทำไงละทีนี้? ช่างซวยไรปานนี้T^T สวรรค์มิโปรดเด็กแอดรุ่นนี้เป็นแน่!

    การสอบกำหนดชีวิต

    1.ความถนัดแพทย์ ไม่ได้เรียนทีใดเลย ว่ะฮ่ะฮ่าT^T  ซื้อหนังสือความถนัดแพทย์ตามงานหนังสือมาทำค่ะ คะแนนพอดูได้  แต่เวลาโปรดระวังก็วิชานี้เตรียมนาฬากาไปให้ดีนาฬิกาเราเจือกแบตหมดตอนสอบอ่าT^T โชคดีที่ทำเสร็จทัน



    2.GAT/PAT เป็นอะไรที่ดราม่ามากเพื่อนเราบางคนออกจากห้องสอบมาถึงก็ร้องไห้เลยทีเดียวมันจะแอดเศรษฐศาสตร์ แต่คะแนนออกมาไม่สวยแน่ คะแนนสำหรับเราถือว่าไม่พอใจเท่าที่ควร  แค่คนอื่นบอกว่าดีแล้ว-*- เอ๊ะยังไง?  

    3. 7 วิชาสามัญ  และแล้วก็มาถึง 70 %  ของแพทย์อยู่ที่นี่ชั้นจะต้องทำมันให้ได้ขอยอมรับทุ่มมากกับมันผลตอบรับออกมาสมกับค่าเหนื่อยที่ยอมแลกความสนุกของ ม.5 และ ม.6 ไป (แต่ขอบ่นหน่อยเถอะห้องสอบร้อนมากกกกกกก )

    4.โควต้า  เราไปสอบทุกที่เลยอ่ะที่เกี่ยวกับแพทย์ มข.  ม.บูรพาก็ไปนะ  แต่โชคดีไปแต่ละที่ไท่เสียค่าที่พักเพราะ ยายเราอยู่มหาสารคามใกล้ๆกับขอนแก่น  ส่วนน้าอยู่พัทยาบ้านห่างจาก ม.บูรพาไม่ถึงกิโลเลยโชคดีไปเรื่องที่พัก-*-   มข.เราไม่ติดอ่ะT^T   ติดบูรพาแต่สละสิทธ์ เพราะเรายึดติดกับมันมากคือความฝัน   ศิริราช  นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่อยากให้ทำนะเพราะมันเป็นสิ่งไม่ค่อยจะถูกถึงไม่ผิดกฎหมายก็เถอะ

    5.O-NET  ดังมากถึงขั้นออกข่าวสรยุทธ 555+  แม่เรานั่งขำกับข้อสอบ  แต่เราขำไม่ออกจริงๆในห้องสอบT^T  มันไม่แปลกนะเราว่า(คหสต.) เรื่องเตะฟุตบอลอ่ะเรามองว่ามันเป็นการออกกำลังกายอ่านจบฝนข้อนี้เลย  อื่นๆก็ยากเช่นเลขแต่ไม่เท่า 7 วิชา เราผ่านเกณฑ์ 60 ของ กสพท. มาอย่างเฉียด >0<

    ช่วงเวลาแห่งการรอคอย


    เราคงทำอะไรไม่ได้เเล้วนอกจากสวดมนต์ภาวนาให้มันมีชื่อเราติด  การสอบทั้งหลายแหล่เราไม่รู้ว่ามันวัดอะไรเด็กไทยได้  แต่ที่เรามั่นใจว่ามันวัดเด็กไทยได้อย่างเดียวคือ ความขยันความเพียรในการอ่านหนังสือไม่รู้นะที่เรามีวันนี้เราว่าเพราะเพื่อนเราอ่ะต้องขอบใจมัน มันเป็นเพื่อนที่ดีมาก ขอบใจที่คอยทุบหลังเวลานั่งเหม่อแล้วสั่งให้อ่านหนังสือ   ขอบใจที่บอกให้เริ่มอ่านซะที ขอบใจที่แกไม่ทิ้งชั้นนะเพื่อนkiss      congratulation

    เรียนพิเศษ

    สมัยนี้ใครไม่เรียนพิเศษแล้วสอบไม่ติด...

    สมัยนี้ใครใครไม่เรียนพิเศษเดี๋ยวโง่

    เราไม่เห็นด้วยเลยกับคำพูดพวกนี้เราเอาหัวเป็นประกันเลย(กับเพื่อนเราด้วย//แม้มันไม่รู้เรื่อง)ว่าเรียนพิเศษไม่ใช่ทุกอย่าง  แต่ถ้าบางคนอ่านเองไม่ไหวเราก็ขอแนะนำล่ะกัน เพราะหนูเรียนมาทุกที่แล้วตอน ม. ตั้นกับ ม.4 55555+

    1.คณิตศาสตร์ 
        SUP'K  เรียนฮามากท้องแข็งทุกช่วงโมง  ที่นี้สูตรลัดเยอะสอนละเอียดโจทย์ทุกแบบบนโลก ย้ำทุกแบบจริงๆ
        อ.อรรณพ  แกสอนดีเราไปเรียนอ่ะ แต่เร็วมาชอบลบที่จดเร็วๆ การบ้านดี
       โอพลัส  เราฌฉยๆกับที่นี่อ่ะ พี่โอ๋ก็สอนรู้เรื่องดีอยู่
        เอ-เลเวล เปิดใหม่ของพี่แท็ปออนดีมานดีตรงที่เค้าเป็นจองเวลาเองได้

    2.เคมี
       เจ้าเก่าตลอดกาล  "แม่อุ๊"  น่ารักมากแกทำอะไรก็เรียนรอยยิ้มนักเรียนได้><  สอนดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  แต่!!! ขอย้ำหากใครจะซื้อหนังสืออาจารย์อุ๊มาอ่านเองเราแนะนำว่าอย่า(คหสต.)เพราะแกมีเนื้อหาน้อยสรุปๆรวมแกจะอธิบายในห้องให้เด็กทำโจทย์เลย  หากซื้อมาอ่านอาจจะงงๆได้

    3.ชีวะ
       หมอบีม  ฮา 55555555555555555555555  สอนดีใครจะเป็นหมอแนะให้เรียนเลย
       อ.เอกฤทธิ์ ยูเรก้า ละเอียดดดดดดดดดดดดดดดดยิบ แต่! จดเองหมดจ้า มือเทียบพังT^T

    4.ฟิสิกส์
        แอพพลาย  พวกเทพ เรียนไปเลย
        ออนดีมาน เราชอบอันนี้นะ สอนช้าฟังไม่ทัน ย้อนได้ เรียนกับคอมส่วนตัว
        ไอเดียล  เจ้าแห่งความฮา พี่มักแกสุดยอดตลกมาก
         นีโอ  อันนี้ใครเป็นพวก ที่อดทนมากๆๆๆๆไม่หลับเราแนะให้ไปเลยสอบละเอียดทฤษฤีครบแต่ง่วง z z Z

    5. อังกฤษ
        ครูสมศรี  สวย  ผอม  เซ็กซี่ 5555  เราว่าแกสุดๆเลยสอนดีมากๆ ชอบแนวการสอนไม่มีทางเบื่อ
        พี่แนน  อาซิ้มของหนู>< ครูพี่แนนเทคนิคดี แกรมม่าเป๊ะมาก ใจดีสุดๆ

    6.สังคม-ไทย
       ดา-ว๊อง  อ.ปิงที่รักหนูรักอ.ค่ะ  เป็นครูสังคมที่สอนดีมากเสียใจที่เรียนแค่คอร์สเดียวT^T  
       ครูป๊อป  สอนแต่สังคมแต่คนนี้เนื้อหาแน่นทีเดียว

    หนังสือที่อ่าน

    เป็นสิ่งที่อยากแนะนำที่สุดคือหนังสือจ้า

    1.คณิตศาสตร์
           อันนี้เป็นสรุปเนื้อหา สูตร
               
      ส่วนข้อสอบเราทำจากอันนี้
              


    2.เคมี
           สรุปเนื้อหาเล่มนี้ดีมากแนะนำทุกคนควรมีเพิ่งซื้อมาก่อนจะสอบเอง

             


       ส่วนข้อสอบ แนะนำทำได้เกิน 10 พ.ศ. เราว่าโอเคเลยแต่ต้องถูกด้วยนะ^^
      


    3.ฟิสิกส์

          อ่านทฤษฎีเล่มนี้เลย 
             

    แต่ข้อสอบ  
           

    4.ชีวะ 

         แน่นอนเด็กแอดต้องมี
       


    และเราก็อ่านเล่นนี้ด้วย


    5.อังกฤษ 
         เล่มเดียวเอาอยู่ ทำครบอ่ะสุดยอด-*-b 


    ส่วนคำศัพท์อ่ะ เราอ่านในเล่มนี้มีด้วนด้านหลังเป็นศัทพ์ที่ออกบ่อยเราบอกแล้วเล่มเดียวเอาอยู่ 5555

    6.ไทย-สังคม

    (ไทยก่อน)
        เราซื้อมาจากในเน็ตอ่ะเห็นมัคนบอกว่าดีไม่มีขายทั่วไปต้องเรียนกับดา-ว๊อง


     

    และทำ บ.ฝ เล่มนี้จ้า 




    สังคม  เราซื้อมาเล่มเดียวอ่าของครูป๊อปดีใช้ได้


    7.ความถนัดแพทย์

    มีเล่มนี้แล้วก็อ่านของแบรนที่ไปเรียนมาและก็เปปทีนจ้า
         

    8.GAT เชื่อมโยง

    อ่านเล่มนี้แล้วก็ติวของแบรนด้วยจ้า





    น้องๆจ๊ะที่พี่แนะนำมาน้องอาจจะได้แรงบันดาลใจบ้าง หรือบางคนเฉยๆ-*-  แต่พี่ขอยกคำพูดครูพี่แนนที่พูดว่า  "ถ้ากล้าที่จะฝันต้องกล้าที่จะรับผิดชอบความฝัน จุดความฝันขึ้นบนความจริง"  ปีนี้หลายคนพลาดไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ แล้วเราจะมานั่งเสียใจพูดว่า "โธ่! รู้งี้  อ่านหนังสือก็ดี"   "โธ่! รู้งี้ไม่เล่นเฟสดึกๆก็ดี"  "โห รู้งี้ทีหลังจะตั้งใจเรียน"  น้องจ๋า มีเงิน 1000 ล้าน น้องก็ซื้อคำว่า  รู้งี้ ไม่ได้นะจ๊ะ^^ 

    ภาษิตพี่อาจจะแปลกๆแต่มันก็ทำให้พี่สำเร็จได้ในวันนี้inject
  6. baewnaka
    27/04/2555 20:18 | 13
    ไปลองสนามสอบมาเยอะมากกกก  แต่ไม่ติดสักสนาม 55555+ (ล้อเล่นๆๆ) มีบ้างนิดนึง
    ที่แรกที่ไปสอบ คือ ครุฯฬ รอบพิเศษ จะเปิดรับสมัครประมาณ ก.ย. สอบ ประมาณ ต.ค. ก่อนน้ำท่วม ^^ เราก็ไปสอบกับเพื่อนๆๆ เราเป็นเด็ก ตจว.ด้วย ก็นั่งรถทัวร์ไปสอบ แล้วบังเอิญสอบผ่านข้อเขียน แต่ต้องสอบร่างกาย .. เออ ลืมบอกไป ที่เราต้องสอบสมรรถภาพร่างกาย เพราะ เราเลือกสอบครุฯ สุขศึกษาและพละศึกษา  ไอ้เราก็ดีใจเนาะ ผ่านข้อเขียนแล้ว จะไปสอบร่างกาย .... แต่!!! ตอนนั้น น้ำดัน กทม.ท่วมอีก ถนนจากบ้านเราไป กทม.ก็ขาด (ซวยแล้วตู TT) แต่โชคดี ทาง ฬ เลื่อนสอบร่างกายออกไป .... จนประมาณ ใกล้ๆปีใหม่ เราก็เดินทางไปสอบสมรรถภาพร่างกาย ที่ ฬ  เราต้องสอบทั้งหมด 5 อย่างในวันเดียว คือ 1. กระโดดไกล 2. ซิทอัพ 3. วิดพื้น 4. วิ่งกลับตัว และ 5. วิ่ง 5 นาที  ... พอเราไปเจอผู้ร่วมสอบร่างกายในครั้งนี้เท่านั้นแหละ ลมแทบจับ คนมาสอบสูง 170 + ทั้งนั้น ไอ่เราสูงแค่ 150 TT จะไปสู้อะไรเขาได้ว่ะ กระโดดไกลก็แพ้ราบคาบแล้ว  ... และเราก็ไม่ผ่าน ก็เลยอดมีพระเกี้ยวติดอกเลย TT  แต่เราภูืมิใจนะ ที่ได้ไปสอบอ่า ได้เพื่อนๆ ได้แวะไปหารุ่นพี่ ได้ประสบการณ์ดีๆ เยอะแยะมากมาย :)  ...... เรายังมีเรื่องเล่าที่อื่นอีกนะ แต่มันเยอะแล้วอ่า ถ้าอยากรู้ขอไลค์เกิน 10 ไลค์ ก็จะมาเราสนามสอบอื่นๆต่อนะจ๊ะ ^^

69658

เข้าชม

41

ตอบกลับ

กิจกรรมครั้งที่ 21 : แชร์+แนะแนว ประสบการณ์ สอบตรง Admissions

โพสต์เมื่อ 27/04/2555 20:12 | 21
ขอเล่า การสอบกสพท นะคะ
กสพท จะว่ายากก็ไม่ยากเท่า GAT PAT ง่ายก็ไม่ง่าย เป็นข้อสอบในแนวกลางๆ ค่อนไปทางยาก

สิ่งสำคัญของการสอบกสพทคือ
คนเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเรียนเก่งเท่านั้นที่จำทำข้อสอบกสพทได้

อย่างพี่เองก็ไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร
พี่อาศัยความ "ขยันและมุ่งมั่น" ของตัวเอง
พี่เชื่อว่า น้องๆทุกคน ช่วงแรกๆจะมีความฝันเหมือนกัน จะเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน
แต่จะมีสักกี่คนที่จะสานฝันของตัวเองต่อจนเสร็จ

พี่จะทำตารางเวลาอ่านหนังสือไว้ค่ะ เป็นรายเดือนกับรายวัน
รายเดือนคือ : เดือนนี้เราจะทำอะไรบ้าง อ่านถึงไหน
รายวัน : วันนี้เราอ่านอะไรบ้าง กี่ชั่วโมง
อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ซึ่งอ่านอย่างเดียวไม่พอ
โจทย์สำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อ่านและทำโจทย์อย่าง เข้าใจ ไม่ใช่การจำค่ัะ





พี่จะไม่แนะนำหนังสือเนอะ เพราะอันนี้แล้วแต่บุคคล เพราะสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือกำลังใจที่พี่อยากฝากให้น้องๆ

คนที่สอบติดไม่ใช่คนที่เรียนเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ขยันที่สุด
เชื่อมั่นในความฝันของตัวเอง แล้วต้องกล้าที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงค่ะ


สุดท้าย ที่สำคัญที่สุด
ห้ามดูถูกตัวเองเด็ดขาด
คนที่โง่ที่สุดในโลก คือคนที่ดูถูกตัวเองว่าโง่


ถ้าเรายังไม่เคารพและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วใครล่ะจะเชื่อเรา

น้องทุกคนทำได้ค่ะ
ก้าวไปให้ถึงฝันนะคะ เส้นทางอีกยาวไกล แต่ปลายทางมันแสนงดงามจริงๆค่ะ :)

สู้ๆนะคะ ^-^



FENE MED CMU 55





























โพสต์เมื่อ 27/04/2555 20:18 | 13
ไปลองสนามสอบมาเยอะมากกกก  แต่ไม่ติดสักสนาม 55555+ (ล้อเล่นๆๆ) มีบ้างนิดนึง
ที่แรกที่ไปสอบ คือ ครุฯฬ รอบพิเศษ จะเปิดรับสมัครประมาณ ก.ย. สอบ ประมาณ ต.ค. ก่อนน้ำท่วม ^^ เราก็ไปสอบกับเพื่อนๆๆ เราเป็นเด็ก ตจว.ด้วย ก็นั่งรถทัวร์ไปสอบ แล้วบังเอิญสอบผ่านข้อเขียน แต่ต้องสอบร่างกาย .. เออ ลืมบอกไป ที่เราต้องสอบสมรรถภาพร่างกาย เพราะ เราเลือกสอบครุฯ สุขศึกษาและพละศึกษา  ไอ้เราก็ดีใจเนาะ ผ่านข้อเขียนแล้ว จะไปสอบร่างกาย .... แต่!!! ตอนนั้น น้ำดัน กทม.ท่วมอีก ถนนจากบ้านเราไป กทม.ก็ขาด (ซวยแล้วตู TT) แต่โชคดี ทาง ฬ เลื่อนสอบร่างกายออกไป .... จนประมาณ ใกล้ๆปีใหม่ เราก็เดินทางไปสอบสมรรถภาพร่างกาย ที่ ฬ  เราต้องสอบทั้งหมด 5 อย่างในวันเดียว คือ 1. กระโดดไกล 2. ซิทอัพ 3. วิดพื้น 4. วิ่งกลับตัว และ 5. วิ่ง 5 นาที  ... พอเราไปเจอผู้ร่วมสอบร่างกายในครั้งนี้เท่านั้นแหละ ลมแทบจับ คนมาสอบสูง 170 + ทั้งนั้น ไอ่เราสูงแค่ 150 TT จะไปสู้อะไรเขาได้ว่ะ กระโดดไกลก็แพ้ราบคาบแล้ว  ... และเราก็ไม่ผ่าน ก็เลยอดมีพระเกี้ยวติดอกเลย TT  แต่เราภูืมิใจนะ ที่ได้ไปสอบอ่า ได้เพื่อนๆ ได้แวะไปหารุ่นพี่ ได้ประสบการณ์ดีๆ เยอะแยะมากมาย :)  ...... เรายังมีเรื่องเล่าที่อื่นอีกนะ แต่มันเยอะแล้วอ่า ถ้าอยากรู้ขอไลค์เกิน 10 ไลค์ ก็จะมาเราสนามสอบอื่นๆต่อนะจ๊ะ ^^

ความคิดเห็น

G.panida 28/04/2555 21:08

เกิน10ไลค์เลยหรอ ทำไมไม่เล่า ตั้งแต่แรก -*- หละ
โพสต์เมื่อ 27/04/2555 20:35 | 6
แนะนำ

สอบตรง
สอบตามคณะที่ชอบที่ใส่ฝัน การเตรียมตัวควรเตรียมและสะสมความรู้จาก ม.4-5 มาพอสมควร (อย่าได้คิดว่าเรามีความรู้พออยู่แล้ว)เนื้อหา ม.4-5 สำคัญมาก ส่วนที่จะสอบคณะไหนนั้นก็ต้องไปศึกษาเอาว่าคณะนั้นออกสอบเรื่องอะไร บทความใน Unigang ก็มีครับน้องๆที่กำลังจะขึ้น ม.6 หลายๆคน บ้างก็ทำงาน บ้างก็เที่ยว แต่ก้อย่าลืมอ่านหนังสือกันบ้างล่ะครับ อย่าท้อแท้กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง สอบตรงไม่ใช่เรื่องยากถ้าพร้อม

GAT PAT ถามว่ายากไหม.... ไม่ยากมากนะครับ ถ้าเราเตรียมความพร้อมมาดี  หมั่นทำโจทย์มากมาก มาก ย้ำเลยนะครับ  เพราะว่าจะได้คุ้นเคยกันมัน เวลาสอบจะได้ไม่ตื่นเต้น  แกต ความยากแล้วแต่ปี แต่ก็อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละคนอยู่ดีอะครับ GAT อังกฤษ เตรียมตัวโดย หาโจทย์ปีก่อนๆ มาฝึกฝนบ่อยๆ  อ่านโจทย์ให้ดี พี่โดนหลอกมาแล้วครับ ลืมอ่านโจทย์ คือเห็นแนวเหมือนที่เคยทำตอนฝึก ก็เลยไม่ได้อ่าน เวลาทำก็อ่านให้ครบด้วยนะครับ GAT ไทย  ทำความเข้าใจไว้ตั้งแต่แรกๆๆเลยก้ได้ครับ ไม่ยากหรอกแต่ กว่าจะสอบนั่นสิ มันก็นานอยู่ พอเวลาใกล้สอบ อย่านึกว่าเราเคยทำได้ ยังไงเราก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่นะครับ ก่อนสอบ ประมาณ 2 อาทิต เอามาทวนอีก ให้แน่นๆ  จะได้ไม่พลาด

เข้าใจว่า ม.6 งานเยอะเรียนเยอะ จะเอาเวลาไหนมาอ่านหนังสือ
ก้ต้องจัดตารางเอาน่ะครับ

ก็แบ่งเอาว่า  เดือนนี้ ต้องอ่านอะไรให้จบ 
แบ่งเป็นวันว่า วันไหนอ่านบทไหน 
ถามว่ามันยากไหมกับการบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือ ยากนะ แต่จะเอายังไงละครับ กับคณะตัวเอง

ยังไม่สายนะครับ ในคณะที่ กำลังเล่น facebook  dota เอาเวลาไปหาข้อมูลอ่านหนังสือเตรียมตัวกันเถอะครับ


อย่าให้ความขี้เกียจของตัวเองทำลายอนาคตของเรา
อย่ายอมแพ้นะครับ ปีสุดท้ายสู้จนใจขาดดิ้น  (อย่าไปแข่งกับคนอื่นแข่งกับตัวเองให้ได้ก่อน ถึงจะไม่เก่ง หัวไม่ดี แต่ใจเราละ สู้รึเปล่า สู้เพื่อ อนาคต สู้เพื่อ พ่อ แม่ ครอบครัว เพื่อตัวเอง สู้ๆๆครับ เป็นกำลังใจให้  ไม่มีอะไรเกินความสามารถคุณ )
โพสต์เมื่อ 27/04/2555 20:45 | 2
  1. เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง  !! ! 
     
  2. ติดตามข่าวสารจากแหล่งต่างๆ  เช่น ห้องแนะแนว เว็บมหาลัยฯ จะได้ไม่พลาด
  3. ขี้เกียจให้น้อยที่สุด    อันที่จริงก็ขี้เกียจกันทั้งนั้นล่ะนะ อยู่ที่ใครจะขี้เกียจมากขี้เกียจน้อย
  4. ใช้เวลาให้เป็น แบ่งเวลาให้เป็น 



หลักๆก็น่าจะประมาณนี้นะ

hahahahasmile

โพสต์เมื่อ 27/04/2555 21:27 | 2
 เราเป็นรุ่นแรก ที่เปลี่ยนมาใช้ข้อสอบ Gat pat ซึ่งสอบกันเป็นรุ่นแรก
ถามว่าเตรียมพร้อมยังไง บอกตรงๆการสอบครั้งแรกโดยใช้ข้อสอบ
Gat Pat เราไม่ได้มีความรู้พื้นฐานไปเลย 555 พอเปิดข้อสอบมา
อื่มหื้มอะไรเนี้ยยยย อ่านข้อความตัวอย่างเรื่องเด็กดี วนไปวนมา
เป็น 10 รอบ ก็ยังไม่เข้าใจสักที โยงๆ แบบงงๆ ไป มาเจอ gat eng อีก
บอกตรงๆ ตึ๊บเลย เป็นการสอบที่หดหู่ที่สุดเท่าที่เคยสอบมา
เพราะทำไม่ค่อยได้ แล้วมาเจอ Pat อีกพอดีสอบ ภาษาจีน ตอนแรก
เราคิด ว่า ไม่น่ายาก น่าจะมีพินอิน พอเปิดข้อสอบปุ๊บเท่านั้นละ reading  สตันไป 5 วิ แบบว่าการทำข้อสอบนี้ 3 ชม ของเรา
มันยาวนาน เหมือนใช้เวลาทั้งชีวิต ไปแล้ววว
พอประกาศผลคะแนนออกมาก็ตามคาดเลย Gat 1 ได้ 27
Gat 2 ได้ 42 Pat 7.4 ได้ 80 คะแนน 5555 ซึ่งน้อยมากกกก
แต่เราก็ไม่ท้อใจหรอก พอผ่านข้อสอบครั้งแรกไปได้ เราก็
หาหนังสือ  หาบทความต่างๆในเว็บ ที่เกี่ยวกับ Gat &Pat
เราพยายามอ่านมันพยายามทำความเข้าใจที่ละเล็กที่ละน้อย
ฝึกทำโจทย์กับเพื่อนทุกครั้งหลังเลิกเรียน มีติวที่ไหนเราไปหมด
 
การฝึกทำโจทย์และการอ่านอย่างหนักที่ผ่านมา ทำให้การสอบครั้งที่ 2 ของเราประสบความสำเร็จอย่างมากมาย จากที่เราทำข้อสอบ
Gat ไม่ได้ เนื้อหาไม่เข้าใจ ตอนนี้เราสามารถเข้าใจแนวทาง
การทำโจทย์ทั้งหมดได้ เพราะความตั้งใจ ของเราเอง
ผลออกมาเราทำ Gat 1 ได้เต็ม 150 Gat eng ได้ 82 ซึ่งเราก็พอใจมากแล้วสำหรับเด็กรุ่นผ้าปูโต๊ะ ซึ่งเจอข้อสอบพิสดาล ทั้ง O-net
ที่ออกแปลกแหวกแนว ทั้ง Gat ที่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่
ยังไม่เคยเจอ อีกทั้ง คะแนน 30000 คะแนน ที่รุ่นไหนก็คงไม่มี
อย่างรุ่นผ้าปูโต๊ะ ของเรา
  เราอยากจะบอกเพื่อนๆ และน้องๆว่า ความสำเร็จมันไม่ได้ลอยมากับ
อากาศหรอกนะ มันอยู่ที่ความพยายามและตั้งใจ ถึงแม้บางทีมันจะเหนื่อยไปบ้าง แต่เมื่อเราทำมันสำเร็จ ความภูมิใจจะเกิดขึ้นกับตัวเรา
และครอบครัวของเราอย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

โพสต์เมื่อ 27/04/2555 22:36 | 5

สนามแรกที่ไปสอบคือ cu-sci ของจุฬา ประมาณเดือนพฤกษภา อันนี้คือสอบเก็บคะแนนไว้ก่อนแล้วค่อยยื่นคะแนนไปเข้าคณะวิทยาศาสตร์ของจุฬาฯ ข้อสอบไม่ยาก ถ้าอ่านไป แต่ตอนนั้นคือยังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือเลย - -* เนื้อหาจะออกกระจายๆทุกเรื่องละเรื่องไม่ลึกมาก ถ้าใครอยากเข้าคณะวิทย์ อย่าลืมไปสอบเอาไว้นะ!! เพราะข้อสอบไม่ยากๆ :")) congratulation

นามสองที่ไปสอบคือรับตรงของจุฬาฯ ทันตะๆ ประมาณเดือนสิงหา คือตอนนั้นพี่ไม่พร้อมเลย - -* อ่านหนังสือก็ยังไม่จบทุกวิชา วิชาที่จบก็ไม่แม่น คือแบบกะเลยว่านี่เป็นสนามแรกแบบจริงจัง คงจะไม่เป็นไรหรอกๆ ไปลองข้อสอบๆ ซึ่งพอไปเจอข้อสอบปุ๊บแบบ โห O_O คือนี่ถ้าเราอ่านมาคงทำได้หมดเลยอะ คือข้อสอบไม่ยากนะ แต่คือเหมือนจะวัดความพร้อมของพวกเราว่าเราพร้อมขนาดไหน ถ้าในประมาณเดือนสิงหา คนที่อ่านหนังสือจบแล้วคงทำได้หมด -*- แต่สำหรับคนที่ยังอ่านหนังสือไม่จบอย่างพี่ ก็ทำได้แค่คุ้นข้อสอบ แบบ โห ศัพท์ทางชีวะคำนี้คุ้นๆนะ แต่จำไม่ได้ว่าอะไร? ฟิสิกส์อันนี้คุ้นๆนะ แต่จำสูตรไม่ได้! มันเป็นอย่างนี้กับทุกวิชาเลย พี่ก็เลยกลับมานั่งคิดละว่า "อยากจะย้อนเวลากลับไป!! ถ้าก่อนหน้านี้ไม่ขี้เกียจ ถ้าก่อนหน้านี้ตั้งใจอ่านกว่านี้ซักหน่อย ก็คงจะทำได้.." sad

อมาก็สอบ gat-pat มั้ง? -*- พี่ก็ไม่แน่ใจ ฮ่าๆ
gat เชื่อมโยง ไม่ยากมาก ฝึกทำโจทย์เยอะๆ เน้นฝึกทำโจทย์อย่างเดียวอะ แล้วก็กินน้ำๆไว้ก่อนทำข้อสอบ จะได้มีสมาธิ
gat อังกฤษ ปีพี่ไม่ค่อยยากมั้ง? (เห็นเพื่อนๆบอกกันว่าไม่ยาก แต่พี่ว่าก็ยากนะ 55+) พี่ว่าท่องศัพท์อะ ช่วยได้เยอะมาก! คำศัพท์ของอ.สมศรีอะ สุดยอด!! ท่องเลยน้อง! :") พี่ก็ไม่ได้เรียนกับอ.สมศรีนะ แต่ว่าเพื่อนพี่ไปเรียนอะ พี่ก็เลยขอศัพท์มาท่องบ้างๆ หรือลองไปหาหน้าเคาท์เตอร์อ.เขาดู เพื่อนพี่บอกว่า เขามีแจกฟรี ^^ reading

ล้วก็มาสอบ 7 วิชาสามัญ
ยากมากขอบอก! !! ฮ่าๆ แต่อย่าเพิ่งตกใจไป! รีบๆอ่านหนังสือกันนะน้องๆ ^^ เพราะว่าถ้าเราเป๊ะจริง ข้อสอบยากขนาดไหน เราก็คงไม่หวั่นอยู่แล้ว?  55+ (พี่ไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับ 7 วิชาเท่าไหร่ เพราะว่าพี่ช็อคต่อเนื่องกับแกทแพทอยู่ มันสอบอาทิตย์ติดกัน พี่ไม่ไหวอะ ขอโทษน้า TT รอพี่ๆคนอื่นที่เทพๆ มาบอกละกัน พี่มันคนธรรมดา ฮ่าๆ ) wink

อมาพี่ไปสอบทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย
เป็นข้อสอบเขียน กับแสดงวิธีทำ
ชีวะกับเคมี ไม่ยากมากๆ อาจจะมีแบบยกเหตุการณ์มา แล้วถามว่าที่เขาทำแบบนั้น เพื่ออะไร เช่น นายขาวกินยาถ่าย หมอจึงแนะนำว่าให้ทานผลไม้ พวกแตงโม สัปปะรด ไว้ เพราะเหตุใด หมอจึงแนะนำแบบนั้น? อะไรประมาณนี้แหละ :")
ส่วนคณิต กับฟิสิกส์พี่ว่ายากอะ พี่ทำไม่ได้ มันให้แสดงวิธีทำหมดเลย
แบบมีคำถามข้อนึง แล้วก็เว้นให้เราแสดงวิธีทำเป็นหน้าเลย -*- พี่ใจแป้วมาก T_T อาจเป็นเพราะพี่ไม่เก่งวิชานี้มั้ง พี่ก็เลยไม่ค่อยอยากอ่านเท่าไหร่ พอไม่ค่อยได้อ่าน มันก็เลยทำไม่ได้! (แบบนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีน้า ถ้าเราไม่เก่งวิชาไหน เราควรที่จะให้เวลากับวิชานั้นมากๆ เพื่อที่เราจะได้เก่งขึ้นมา :")) สุดท้ายพี่ก็เลยไม่ติด! -*- เพราะพี่พลาดวิชาฟิสิกส์กับคณิตนั่นเอง อย่าเอาเป็นตัวอย่างนะค่ะน้อง! ไม่ดีเลยๆ mistake

ดท้ายนี้ เรื่องอ่านหนังสือ พี่จะไม่กำหนดนะ ว่าวันนี้ต้องอ่านอะไร พี่จะไม่ทำเป็นตาราง เพราะมันจะกดดันตัวเอง แล้วมันจะอ่านแบบพอให้จบๆไปอะ แต่สำหรับพี่ พี่จะแค่กำหนดว่า ภายใน 1 อาทิตย์นี้! จะอ่านชีวะให้จบนะ!! แล้วพี่ก็แบ่งเวลาอ่านใน 1 อาทิตย์เอง คือเราก็ต้องมีความรับผิดชอบนะ เพราะว่า "เป้าหมายมีไว้พุ่งชน~" smart

ดท้ายจริงๆละ อย่ายอมแพ้นะน้อง! ถึงแม้ว่าจะไปสอบมาแล้ว แต่ไม่ติด น้องก็อย่ายอมแพ้นะ เอาจากการที่ไปสอบมาแล้วไม่ติดนี่และ เป็นแรงผลักดัน! ให้เราต้องอ่านหนังสือแล้วนะ ต้องขยันมากกว่านี้แล้วนะ เพื่อนๆในห้องจะเป็นคนกดดันน้องเอง -*- เพราะมันจะทยอยๆติดรับตรงกันทีละคนๆ แล้วจากนั้นมันก็จะเริ่มคุยกันเรื่องหอพัก - -* แล้วพี่ก็จะคิดว่า "โว๊ยยย~!! อยากมีโมเมนต์ที่ไปดูหอบ้าง~" จากนั้นพี่ก็จะมีเป้าหมาย ว่า เอาละ! เป้าหมายเพื่อไปดูหอพักบ้าง!!  -*- 
เป้าหมายที่จะเอามาผลักดันตัวเอง มันไม่จำเป็นต้องเครียดๆเสมอไปนะน้อง มันจะกดดันมากกว่าผลักดัน
เป้าหมายแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน :")
ยังไงก็สู้นะน้อง! พี่เป็นกำลังใจให้! แล้วเจอกันที่รั้วมหาลัยจ้า ^^
สงสัยไรถามพี่ได้นะ! flight

โพสต์เมื่อ 27/04/2555 23:03 | 3
ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ของผมครับ.....
เริ่มตั้งแต่ตอนสมัย ม.5 เทอมต้นครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งในหลายๆคนที่ยังมีเป้าหมายไม่แน่นอนในการเลือกคณะทั้งๆที่อีกปีเดียวจะต้องเข้าสู่มหาวิทยาลัยแล้ว......แต่เนื่องจากผมชอบวิชาคณิตศาสตร์มากที่สุดแต่ก็ไม่ถึงกับเก่งมากชอบแนวคำนวณๆ.....จนสุดท้ายลงเอยที่....คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

เมื่อมีเป้าหมายแล้วการที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องยากครับ.....เป้าหมายมีไว้พุ่งชน angry

ระหว่างทางเดินสู่เป้าหมาย....ในช่วง ม.5 ก็เริ่มค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับคณะและก็มหาลัยต่างๆที่เปิดรับสมัครรับตรงทั้งหลาย....อย่างของผมไปสอบของ SMART-I ของ มธ. ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าสอบเพื่อนำคะแนนมาใช้ยื่นเพื่อเข้าคณะบัญชีของทาง มธ. ซึ่งครั้งแรกที่ผมไปสอบผมได้ใช้ความรู้แบบเดิมๆทั้งหมดที่มี...เพราะเห็นว่าเป็นเลขระดับ ม.ต้น จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรจนผลคะแนนออก......แน่นอนครับการที่ไม่ได้ทุ่มแรงกายแรงใจลงไปอย่างเต็มที่ผลออกมาไม่ได้ระดับที่จะผ่านการคัดเลือกครับ

**Tip : SMART-I....แนะนำว่าถ้าตั้งใจเข้าจริงๆเตรียมตัวได้ตั้งแต่ ม.4-ม.5 และช่วงม.5 เทอม2..สามารถไปสอบได้เลยเพราะคะแนนมีอายุ2ปีทำให้นำไปใช้ยื่นได้ครับโดยปีนึงจะมีการสอบประมาณ10ครั้งครับ ส่วนใหญ่จะสอบที่รังสิตครับหรือมีต่างจังหวัดบางครั้ง(สุราษฎร์ธานี,เชียงใหม่,ขอนแก่น) แนวโจทย์ หลักไวยากรณ์ภาษาไทยอ่านคิดวิเคราะห์ + ภาษาอังกฤษ + คณิตศาสตร์ระดับม.ต้นถึงปลายนิดๆ +ความรู้รอบตัว

**** เตรียมตัวดีๆโดยเฉพาะภาษาอังกฤษครับ เลขถ้าตั้งใจฟิตมาดีๆคะแนนสูง70-80 ได้สบายครับ ความรู้รอบตัวอันนี้แล้วแต่คนจริงๆครับแต่ถ้าข้อสอบจะถามก็ มีข่าวเด่นๆที่ออกช่วง2-3เดือนก่อนหน้าครับ


หลังจากนั้นจึงรู้สึกท้อและลังเล..แบบว่าโอ้โห SMART-I คนไปสอบเป็นล้าน(เยอะมากจริงๆ)รับกี่คนเองเราจะได้หรอข้อสอบก็ใช่ง่าย
เมื่อลังเลจึงพักวางจนกระทั่งเทอมต้นม.6 จึงหันไปสนใจด้านที่เกี่ยวข้องแต่คล้ายๆกันคือ..คณะเศรษฐศาสตร์

วิธีเริ่มก็คล้ายเดิมครับเริ่มค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการรับตรง....ก็ไปเจอของ ธรรมศาสตร์ อีกแล้วครับท่าน

จุดClimaxใกล้จะมาถึงแล้ว..ไม่รู้อะไรดลใจให้ตอนเปิดเทอมม.6เทอมต้น ผมได้ไปสมัครการรับตรง คณะบัญชี ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(เป็นทางเลือกเผื่อไว้)

วิธีการเตรียมตัวของผม....
ตั้งใจเรียนค้นคว้าความรู้และหาที่เรียนพิเศษวิชาเลข (PAT1)ตั้งใจเรียนเก็บทุกเม็ด ทำโจทย์ที่ทางสถาบันให้และก็ลองทำข้อสอบเก่าย้อนหลังGAT-PAT ผมก็ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่เพราะจากที่ลองดูข้อสอบเป็นเลขระดับสูงและค่อนข้างยาก...เตรียมตัวอย่างเต็มที่

เมื่อถึงวันสอบตรง เศรษฐศาสตร์ มธ. สอบตึกเดียวกับ SMART-I เลยคนเป็นล้านนน ข้อสอบยากเอาการหากไม่ได้เตรียมตัวมา แต่เลขพอไปได้เนื่องจากเตรียมตัวจากเลขระดับ PAT1 มา

***Tip : สอบตรง เศรษฐศาสตร์ มธ.***** จะบอกเหมือน SMART-I เลยแค่ไม่มีความรู้รอบตัวแล้วก็ ภาษาอังกฤษยากมากเพราะคำศัพท์จะสูงและบทความเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจต่างๆซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะ

ก็ทำโจทย์มาเรื่อยครับของปีเก่าๆจนใกล้สอบ GAT-PAT

ต่อมาจนกระทั่งช่วงธันวาปี54ที่ผ่านมา มีการสอบ GAT-PAT...และนึกขึ้นได้ว่าเฮ้ย...เราเคยสมัครโครงการรับตรงบัญชีของจุฬาไว้นิน่าตั้งแต่ ประมาณมิถุนายน54 เปิดเทอมต้นม.6ใหม่ๆ ผ่านไป6เดือนจนลืมว่่าเคยสมัครไว้แล้วมั้งเนี่ย

....วันสอบจริง ช่วงเช้าเป็นการสอบ GAT ซึ่งจะมี part เชื่อมโยงและ part ภาษาอังกฤษ จากการลองทำง่ายกว่าที่คิดไว้ครับง่ายกว่าปีก่อนๆ
สอบเสร็จก็ดีใจที่ผ่านไม่เสียหลาย.....จนกระทั่งช่วงบ่าย การสอบ PATTTTTTTTTT 1 !!!!! เลขมหาโหดที่ใครต่างบอกว่าเฉียด100ก็เก่งแล้วจาก300 = = เมื่อเข้าห้องสอบตื่นเต้นมากครับและต้องตกใจว่าข้อสอบอะไรเนี่ยเราเคยเรียนเลขแบบนี้มาด้วยหรอwhat

สารภาพว่าทำได้จริงๆแค่30% ที่เหลือเดาครับรู้สึกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดเพื่ออะไรทำไปทำไมupsetสทศ...หลอกให้ดีใจช่วงเช้าและดับสลายฝันในตอนบ่ายก็ได้แต่นั่งภาวนาให้ติดซักอย่างที่ไปสอบๆมา

***Tip สอบตรงบัญชี จุฬา.....ต้องขอบอกว่าสอบตรงอันนี้ไม่ได้จัดทำข้อสอบขึ้นมาวัดผลเอง..คือวัดผลจากคะแนน GAT และ PAT1
โดยผู้ที่จะมีสิทธิพิจารณาคะแนนต้องรวมคะแนนทั้ง2อย่างให้เกิน300ขึ้นไปจาก600 โดยจะแบ่งสายวิทย์-คณิตและศิลป์-ตำนวณ
และวัดจากคะแนนสูงสุดของแต่ละสาย...ทำให้เด็กสายศิลป์ไม่ต้องกังวลไปว่าคะแนนจะไปสู้สายวิทย์ได้อย่างไรเพราะแบ่งสายอย่างชัดเจน


ต่อมาา..คะแนนGAT-PATประกาศแล้ววว เปิดคอมอย่างมื่อสั่นๆผลคะแนนออกมาดังนี้ครับ
GAT - 274 (เชื่อมโยง 144 และ ภาษอังกฤษ 130)
PAT1 - 81 เป็นคะแนนที่ต่างกับGATราวฟ้ากับเหว


***คะแนนPAT1 ครั้งที่1ปี55***สถิติ90% ของทั้งประเทศได้ต่ำกว่า60คะแนน*** (แอบมีลุ้น หรือเปล่า - -a)
รวมได้ 355 ครับมีสิทธิพิจารณาแต่เลยครึ่งมานิดเดียว - -

ผมสอบไว้แค่นี้เพราะไม่คิดจะเข้าคณะอื่นเลย = =

จุดCLIMAXมาแล้ววครับ...ก่อนสอบO-net เพียง1อาทิตย์
ผลประกาศผู้มีสิทธิสัมภาษณ์ของ คณะบัญชี จุฬา ประกาศ

เปิดดูในเว็บและพบว่ามีชื่อตัวเองhappyดีใจจนอยากจะ FUS Ro Dah ออกมาตื่นเต้นมากทำตัวไม่ถูกเดินไปเดินมา คิดว่านี่คือความฝันหรือเปล่าเนี่ย?? ติดรับตรงครั้งนี้ดีใจมากๆครับทำให้รู้สึกคุ้มค่าเหนื่อยมากจริงๆกับการเตรียมตัวมาตลอด
ทุกอย่างรวดเร็วมากครับอีก2วันก็นัดสัมภาษณ์และผ่านพ้นไปด้วยดี^^

สรุปเลยนะครับ....ขอให้เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆอย่าคิดว่าอีกนานเพราะปีสองปีมันแป๊ปเดียวจริงๆครับ สำหรับเรื่องการสอบข้อให้มีเป้าหมายที่แน่ชัดครับและทุ่มมันลงไปทุกอย่างที่มี ข้อสอบฝึกทำโจทย์เก่าๆเยอะๆทำโจทย์ทำโจทย์ๆๆๆๆๆๆๆ สอบสนามอื่นไว้เป็นความคุ้นเคยชินด้วยครับจะได้ไม่ตื่นเต้นในสนามจริง

***ตั้งใจ ทุ่มเท ไม่มีอะไรยากเกินไปและเมื่อความสำเร็จมาถึงความเหนื่อยที่ผ่านมาจะแปรเปลี่ยนเป็นความสุขอย่างทวีคุณ flight
โพสต์เมื่อ 27/04/2555 23:12 | 2
+ ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน
 - ออกยากพอสมควร สำหรับเด็กทีั่ไม่เรียนพิเศษ(วิธีเตรียมตัวขอตอบในหัวข้อต่อไปสำหรับเด็กไม่ได้เรียนพิเศษ)
 - แนวข้อสอบ ขอบอกเป็นวิชาไป
   - อังกฤษ ออก เน้นเรียงประโยค Error แล้วก็พวก ให้เรื่องราวมาแล้วถามว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ใครทำอะไรในข้อความ
   - คณิต ออกทุกเรื่อง ฟังก์ชัน ของ ม.3 ยังออก แต่ที่ออกเน้นสำหรับสอบตรง ลำดับอนุกรม(ต้องเน้นสูตร) แคลคูลัส(ดริป อินทริเกด log กราฟ)และใช้การประยุกจากเรื่องอื่นๆมาผสมกัน  สถิติ(สองแบบ แจกแจงแล้วก็ไม่แจกแจง ต้องเน้นสูตรมากๆแบบตาราง) ประพจน์ เน้นพวก เรื่อง ที่ มี A คว่ำ(ลืมว่าเรื่องอะไร) มีพวกปัญหาเชา ด้วยพอสมควร เอาข้อสอบปัณหาเชา ของ สมาคมคณิตม.3 มาอ่านจะดีมาก
   - เคมี ออกแนวคำนวณเยอะมาก เน้นเรื่อง
     - ปริมาณสารสัมพันธ์
     - กรด-เบส(การหาค่าpH pOH คำนวณ)
     -
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน(ออกเยอะ)
     -
ของแข็ง ของเหลวและก๊าซ
     -
ปฎิกิริยาไฟฟ้าเคมี(ทำพวก ริดิวส์ ออกซิไดร์)
     - เรื่องอื่นๆก็ออกแต่ ที่เน้นๆคือเรื่องพวกนี้
   - ฟิสิกส์
     - ไฟฟ้า AC. ออกเยอะ DC. ออกง่ายๆแต่ต้องแม่น
       ไฟฟ้าไปอ่านพวกการวนลูป โหนดโว้นเดต ให้ดีๆและพวกการคำนวณค่าไฟฟ้าในบ้าน
     - กลศาสตร์ ออกพวก
      - การเคลื่อนที่แนวตรง (ระวัง แรงเสียดทานดีๆ)
      - พวกเรื่องลิฟ บอลลููน ระวัง ทิศ Motion และ แรงลมสัมพัทธ์ให้ดีๆ เรื่องนี้ออกลึกมาก (สำหรับสอบวิศวะกรรม)
      - การTake โมเม้น เช่น รถยกอยู่ห่างจาก รถที่จะยก 100เมตรให้หาแรงที่ล้อขวาอะไรประมานนี้(ระวังจุดหมุนให้มาก)
      - การอนุรักษ์พลังงาน จำสูตรให้แม่นเรื่องนี้เน้นประยุกต์กับเรื่องอื่นด้วย (ระวังเรื่อง หน่วยให้ดีๆ)
      - ของเหลวของไหล ออกพวก หลอดแก้วตัวยู
      - แก็ส ออกพวก ความดันแก๊ส แก๊สผสม ความดันภายในถังแก๊ส ภายนอกแก๊ส และ จะมีประยุกต์ พวกธาตุของเคมีนิดๆหน่อยๆ
      - ความร้อน ออกพวก พลังงานความร้อน คล้ายๆกับเรื่องแก๊สนะ และจะมีเพิ่มตรงที่ เช่น มีน้ำแข็งมวล 1 กิโลกรัม อุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียส หย่อนลงไป ในน้ำที่อุณหภูมิ30 องศาเซลเซียส นานเท่าไหร่ น้ำแข็งก่อนนี้จะละลายเหลือ 10 กรัม (ออกทั้งสอบตรง Pat2 Pat 3 )
      - ฟิสิกส์ นิวเคลีย ออกพวกครึ่งชีวิต และเรื่องย่อยๆของนิวเคลีย พวก ธาตุ  (ไม่ออกอะไรมากเพราะเป็นหลักสูตรใหม่อยู่)
  - ชีววิทยา อันนี้ไม่มีข้อมูลจริงๆเพราะไม่เคยสอนเคยอ่านนิดๆ ออก อณาจักรสัตว์ ที่เหลือไม่ทราบครับ

+ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
     -สำหรับคนเรียนพิเศษ+มีเงินพอสมควร
     - Gat ไทย ดาว้องหรือOndemand ดีมาก
     - คณิต โอพลัส คอร์ด ตะลุยโจทย์หรือถ้ายังไม่แน่นก็เอาคอร์ด ม.ปลายไปก่อนแล้วค่อยมาเรียน
     - ฟิสิกส์ Ondemand คอร์ดPat2 ดีมาก แต่ต้องมีพื้นฐานพอสมควร
     - เคมี ครู อุ๊ คอร์ด ม.ปลาย+ตะลุยโจทย์
     - อังกฤษ ครูพี่แนนหรือถ้ามีเวลาเรียนของ วอลสตรีท ใช้เวลาแต่ดีมาก (จำไม่ได้่คอร์ดอะไร)
     - Gat ไทย หาหนังสือ ของอะไรก็ได้มาอ่านทำความเข้าใจเพราะอ่านมาหลายเล่มสอนเหมือนกันหมดและไปหาหนังสือของดาว้องมาลองทำโจทย์ดู  (20กว่าบาทเอง ศูนย์หนังสือจุฬา)
     - ชีววิทยา พอดีเรียนที่Ondemand เลยไม่ทราบว่ามีที่ไหนดีๆบ้าง
  - สำหรับคนที่ไม่เรียนพิเศษ(ต้องมีพื้นฐานพอสมควร)
     - คณิต อ่าน Hi speed math เล่ม1-2(ต้องทำโจทย์ด้วยนะให้ครบ) ตะลุยโจทย์ 15 พ.ศ ย้อนหลัง
     - ฟิสิกส์(ต้องมีพื้นฐานมากพอสมควร) ปราบเซียน วิศวะกรรม หรือ ฟิสิกส์ ของ พ.ศ พัฒนา +ทำโจทย์ ย้อนหลังอย่างน้อย 5 พ.ศ
     - เคมี อ่านของติวเตอร์พ้อย เล่มสีดำแล้วมีตารางธาตุ (แนะนำซื้อซีดีมาดูประกอบจะดีมาก ราคา ประมาณ 1000) และ เน้นทำโจทย์ คำนวณให้มากเข้าไว้
     - ชีววิทยา ไม่ทราบจริงๆ (ส่วนตัวเรียน Ondemand ชีววิทยา)
+ จำข้อสอบข้อไหนที่โดน ประทับใจ หรือที่ยากจนทำไม่ได้
     - Gat ขอแค่ให้มีสติ แค่นั้นพอ จะมามึนตอน Gat ไทยเนี่ยแหละ
     - Pat1 ข้อสอบน้อย แต่ยากพอสมควร ให้ทำข้อกาก่อนไม่ได้ข้ามไปอย่ามั่ว(ส่วนตัวคิดว่ายากมากแต่เรื่องประพจน์ สถิติ แคลคูลัส ง่ายซะงั้น)
     - Pat2 เยอะมากทำไม่ทันแน่นอนสำหรับคนที่ไม่ค่อยจะจับเวลาตอนตะลุยโจทย์
     - Pat3 ฟิสิกส์ยากมากกกกกกกกกกกก เพราะ มีการประยุกต์หลายเรื่องมากมาย (ขนาดเรียนพิเศษ+อ่านหนังสือยังทำแทบไม่ได้) ให้มีสติไว้เพราะบางทีพอทำไม่ได้จะเสียกำลังใจและทำให้ข้ออื่นๆก็ทำไม่ได้ ในพาทคณิต ง่ายพอๆกับO-net ออกพื้นๆๆ สูตรเดียวจบ ไม่ค่อยประยุกต์อะไรมาก
     - Pat อื่นๆ ไม่ได้สอบไม่มีข้อมูล ขอโทษด้วยครับ -*-
+ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
   - เวลาอ่านหนังสือต้องอ่านซ้ำ2-3 รอบ รอบแรกอ่านผ่านๆไวๆเลย รอบสอง อ่านแล้วเอาปากกาขีดหัวข้อสำคัญ เนื้อหาสำคัญ สูตร ต่างๆเอาไ้้ว้ รอบ สามอ่านช้าๆแล้วเน้นอ่านตรงหัวข้อที่เน้นเอาไว้
   - เวลาตะลุยโจทย์ ต้องจับเวลาในการทำด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นสิงสนามซ้อมไปพอเจอจริงๆทำได้แต่เวลาไม่พอ
   - อย่านอนดึก ก่อนสอบ7วัน
   - ตอนเช้ากินข้าวแล้วกินน้ำก่อนเข้าห้องสอบด้วย สมองจะสดใสมาก
   - และสุดท้ายสำคัญสุด เวลาทำข้อสอบขอแค่ มีสติ ให้มากเข้าไว้ อย่าเป็นแบบเจอข้อสอบยากแล้วสติแตกคิดไปเองว่าเราโง่หรือคิดว่าข้อหลังๆยากกว่าแน่นอนยังไงก็ทำไม่ได้หลับเลยอะไรประมาณนี้ ถ้าทำแล้วมันมึนๆสติเริ่มจะไป ให้หยุดทำแล้วบิดขี้เกียจหรือพักสายตา หลับอะไรประมาณนี้สัก5 นาทีจะช่วยได้มาก
   ปล. ที่ไม่พูดถึง O-netเพราะมันหัวข้อส่ายไปส่ายมาเลยสรุปไม่ถูกและพวกคณิตถ้าทำPat1ได้Onetสบายบรือ
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 00:27 | 7
สวัสดีครับ  ผมเป็นเด็กแอดรุ่นหนีน้ำ 55
แชร์ประสบการณ์แอดมิดชัน  สอบตรง  กสพท.  7วิชาสามัญ  GAT-PAT  O-NET  เรียกได้ว่า  ครบทุกการรับเข้าศึกษาทุกรูปแบบเลย
<< ขอแบ่งประสบการณ์แบบแยกประเภทของข้อสอบนะครับ >>

1. GAT  ข้อสอบ GAT คือข้อสอบวัดความถนัดทั่วไป ทุกคนต้องสอบ  ขอย้ำว่า ทุกคนต้องสอบ  ไม่ว่าจะอยากเข้าคณะไหนๆ ก็ต้องสอบ GAT เพราะใช้ทุกคณะเลยจ้า  ข้อสอบ GAT แบ่งออกเป็ 2 พาร์ท  คือ 1.เชื่อมโยง  2.ภาษาอังกฤษ  สำหรับพาร์มเชื่อมโยงข้อสอบนั้นไม่ยากเลย  ออกตามแนวเดิมๆทุกปี  อยากแนะนำให้ไปหาข้อสอบเก่ามาทำ  มีขายทั่วๆไปเลยจ้า  ไม่ยากจริงๆนะ  ส่วนพาร์ทภาษาอังกฤษก็ไม่ยากเกินความสามารถนะ  ขอบอกว่า AX-22 เล่มเดียว"เอาอยู่" 55+  จริงจริ๊งงงง  ขอบอกว่าดีมาก  ไปเอามาลองทำนะ  ทำได้แค่ค่อนเล่มก็มีความมั่นใจในการทำข้อสอบมากขึ้นเเล้ว  สรุปก็คือ  GAT ไม่ยาก  แต่ขอให้ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ  เพื่อเพิ่มพูนความมั่นใจและเเม่นยำให้แก่ตัวเองก่อนลงสนามสอบจริงๆจ้า

2. PAT  1 , 2 และ 3 (ขอเล่า 3 PAT นี้ only นะจ๊ะ  เพราะว่า  พี่สอบเเค่ 3 แพทนี้ 55+)
    PAT1 คือความถนัดทางคณิตศาสตร์  ขอบอกว่า  ข้อสอบหินมาก
เป็นวิชาที่หลายๆคนเข้าไปมั่วโดยเฉพาะเลยล่ะ  เพราะอะไรนะหรอ  เพราะว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวไง  ซึ่งพี่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น  ฉะนั้น  อยากบอกน้องๆทุกคนว่า  ถ้าใครไม่ทิ้งแพท1 เนี่ย  ได้เปรียบมากๆ  เพราะเท่าที่พี่สอบมา 2 รอบเนี่ย  ข้อสอบมันไม่ได้ไปเอามาจากไหนเลย  เราเรียนมาแล้วทั้งนั้นอ่ะ  คือพอเห็นข้อสอบในห้องสอบพี่เสียดายมากอ่ะที่พี่ไม่ได้อ่านไป  ฉะนั้น  ข้อสอบแพท1 ไม่ยากเกินความสามารถของเราหรอก  ไม่ต้องเอาเต็ม  เอาแค่สุดความสามารถเท่าที่เราจะทำได้พอ  คืออยากย้ำว่า  อ่านไปเถอะนะเลขอ่ะ  ไม่งั้นจะเสียดายเหมือนพี่ 
   PAT2  คือ ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
                   (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และศักยภาพ)
   ฟิสิกส์  เคมี  ชีวะ  เรียนมายังไง  ก็ออกอย่างนั้น  ฟิสิกส์กับเคมี  ไปหาทำโจทย์เยอะๆเหมือนกับวิชาเลขนะ  ออกนอกหลักสูตรก็มีบ้าง  แต่ 80% อยู่ในหลักสูตร  เพราะฉะนั้น เ ก็บตรงนี้ให้ได้เป๊ะๆก่อน อีก 20% เป็นความรู้ทั่วๆไป  ซึ่งการที่จะทำได้หรือทำไม่ได้นั้น  ขึ้นอยู่กับความรู้ของแต่ละคน  ส่วนชีวะ  บอกได้คำเดียว "BIO-TENT" เล่มเดียว  จบ  จบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวะ PAT2 , 7 วิชา , สอบตรงเภสัชศิลปากร , สัตวแพทย์ มข  เล่มนี้เล่มเดียว "เอาอยู่" จริงๆ
   PAT3  คือ ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 
                  (เลข+ฟิสิกส์+เคมี)
   เลขไม่ยากเท่า PAT1 และฟิสิกส์+เคมีก็ไม่ยากเท่า PAT2 จ้า
จะบอกว่าให้ไปซื้อหนังสือความถนัดทางวิศวะมาอ่านนะ  ไม่จำเป็นว่าจะต้องเล่มไหน  ใครเเต่ง  เพราะเท่าที่ดูๆมาเเล้ว  คล้ายๆกันหมด  แต่วิชานี้  ถ้าได้เรียนพิเศษก็จะได้เปรียบชาวบ้านหน่อยนึง 55+ (PAT3 N-SERIES)  ใบ้แค่นี้นะ  55+

3. O-NET  นักเรียน ม.6 ทุกคนต้องสอบ  เพราะถ้าไม่มีคะแนนตัวนี้  ไม่จบ ม.6+อดยื่นแอดมิดชัน แน่นอน!!!!!
    แบ่งออกเป็น 8 วิชา  คณิต  วิทย์  อังกฤษ  ไทย  สังคม  และ
(การงานอาชีพ+สุขศึกษา+ศิลปะ)
    ข้อสอบ O-NET ออกพื้นๆมาก  ถ้าเทียบกับแกทแพทนะ  คนละเรื่องเลย  ง่ายกว่าจริงๆ  เตรียมตัวไม่ยากเลย  ขอให้แม่นทุกอย่างในหนังสือที่เราเรียนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาฯที่เราเรียนในโรงเรียนก็เพียงพอ  จริงๆ  ทุกวิชาออกเป็นพื้นฐานหมด ยกเว้น บางข้อของทุกๆวิชา และโยเฉพาะ 3 วิชาสุท้าย  ยากจริงๆ 55+  จะออกไปทางแนวกวนๆซะมากกว่า  ไม่เชื่อลองดู
           ex. เมื่อมีอารมณ์ทางเพศ ควรทำอย่างไร
                ก. ชวนเพื่อนไปเตะบอล  (เฉลย)
                ข. ปรึกษาครอบครัว
                ค. พยายามนอนให้หลับ
                ง. ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ
                จ. ชวนเพื่อนไปดูหนัง
            ex. อาการ"ลักเพศ" จะมีการแสดงออกทางพฤติกรรมอย่างไร
                ก. สะสมชุดชั้นในเพศตรงข้าม 
                ข. แต่งกายเลียนแบบเพศตรงข้าม  (เฉลย)
                ค. รักกับเพศเดียวกัน
                ง. โชว์อวัยวะเพศ
                จ. แอบดูเพื่อนต่างเพศในห้องน้ำ
             ex. ชาวบ้านเจอวัตถุประหลาดกลมๆ นิ่งๆ ต้องแช่ไว้ในน้ำ  ไม่งั้นจะหดลงเป็นก้อนเเข็งๆ  แต่ถ้าให้น้ำจะกลับสภาพเดิม  ถามว่าสิ่งนี้คืออะไร
                ก. ไข่พญานาค
                ข. ไข่ซาลาแมนเดอร์ยักษ์ 
                ค. หินเขี้ยวหนุมาน
                ง. เม็ดชานมไข่มุก
                จ. เจลดินวิทยาศาสตร์   (เฉลย)
   เป็นไงกันบ้างครับ  เห็ข้อสอบแล้ว  ถึงกับหงายหลังกันเลยทีเดียว  ถามแบบนี้เลยหรอ  55+  ฉะนั้น  จะทำข้อสอบโอเน็ตให้ได้คะแนนมากๆ  อาศัยอ่านเนื้อหาพื้นฐานให้เป๊ะอย่างดียวคงไม่ได้เเล้วล่ะ  ต้องมีกึ๋นและความรู้รอบตัวมากเว่อร์ๆ+ดวงอีกนิดๆ  ถึงจะทำโอเน็ตได้คะแนนเกือบเต็มหรือเต็มอ่ะครับ 55+

***  อยากบอกว่า ข้อสอบ O-NET เนี่ย  หนีไม่พ้นหนังสือของโครงการ
Brands summer camp อ่านไปก่อนสอบผลที่ได้ไม่เลวเลยทีเดียว

4. ข้อสอบ 7 วิชาสามัญ  (ใช้ยื่น กสพท. + รับตรงของ ม. ต่างๆ)
    ข้อสอบนี้  จะยากกว่าโอเน็ตพอสมควร  ถามยากกว่า  ลึกซึ้งกว่า  และกดดันกันมากๆตรงเรื่องของเวลา  เพราะให้เวลาเพียง 1.5 ชั่วโมงทุกวิชา  วิชาที่เด็กจะตายกันมากที่สุดก็คือภาษาอังกฤษ  เพราทั้ง error , reading , vocab , grammar ขนกันมาจากไหนก็ไม่รู้ บลาๆๆ  ทำกันจนตาเหลือกยังไม่ทันเลย  เพราะฉะนั้น  อยากให้เตรียมตัวทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ  อย่างที่เคยบอกไว้  ว่า AX-22 ดีจริงๆ  พี่ใช้มาแล้วได้ผล  ก็อยากให้คนอื่นๆได้ผลเหมือนพี่  เเละวิชาชีวะก็เหมือนกัน  ขอพูแค่ว่า BIO-TENT เล่มเดียว จบจ้า  ส่ววิชาอื่นๆ  ก็อ่านตามหลักสูตรที่เราเรียน  และหนังสือติวต่างๆได้  โดยเฉพาะ Brands summer camp  ช่วยได้จริงๆ  ครอบคลุมทั้ง 7 วิชาเลยล่ะ

5. กสพท.  (ส่วนนี้ขอพูดถึงเฉพาะความถนัดแพทย์  เพราะ 7 วิชาได้พูดถึงในข้อ 1 ไปแล้วนะครับ)
   คนที่อยากเป็นแพทย์และทันตะ  ย่อมรู้จักการสอบ กสพท. เป็นอย่างดี  กสพท.เป็นการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์  ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.วิชาสามัญ (7 วิชา ดำเนินการสอบโดย สทศ.)
2.วิชาเฉพาะแพทย์หรือความถนัดแพทย์ (3 พาร์ท  ดำเนินการสอบโดย กสพท.)

+ ข้อสอบยากไหม ข้อสอบออกแนวไหน
   1.(7 วิชาสามัญ ดูได้ที่ข้อ 1 เลยจ้า)
   2. ความถนัดแพทย์  วิชานี้จะแบ่งอกเป็น 3 พาร์ท คือ พาร์ทเชาวน์ปัญญา , จริยธรรมแพทย์ และ เชื่อมโยง
   จากทั้ง 3 พาร์ทที่พูดมานี้  อยากจะบอกว่า  รุ่นปี 55 พาร์ทที่หนักที่สุดก็คือพาร์ทเชื่อมโยงจ้า  ฆ่ากันชัดๆเลย  เพราะข้อสอบเชื่อมโยงของ กสพท. นี้  ไม่ได้ขีดเส้นใต้มาให้เหมืือนข้อสอบ GAT  อึนกันถ้วนหน้าเลยทีเดียว  ส่วน 2 พาร์ทที่เหลือก็ไม่มีอะไรพิเศษ  ไม่แตกต่างจากหนังสือที่มีขายตามท้องตลาด  คิดว่าหลายๆคนคงพอมีไว้ในมือกันบ้างเเล้วล่ะ
+ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร  อ่าหหนังสืออย่างไรดี
   อยากให้เน้นทำแบบฝึกหัดมากกว่านะ  พี่ว่าวิชานี้ไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษหรอก  ฝึกทำแบบฝึกหัดเองก็ได้  ขอแนะนำนักสือเล่มเขียวๆ  ของทีมนิสิตแพทย์สามย่าน จ้า  เล่มนี้ "เอาอยู่" ทีเดียว 55+
 
สุดท้ายนี้  อยากจะบอกว่า  ฝันให้ไกล  ไปให้ถึง  กล้าที่จะฝัน  ก็ต้องกล้าที่จะรับผิดชอบความฝันนั้นด้วยตัวเองนะ  สู้ๆทุกคน  และสุดท้ายจริงๆ  ช่วยเราลุ้นผลแอดเดือนหน้านี้ด้วยนะ 55+  รักทุกๆคนครับ

                                                         Jing-Jo  เด็กแอดรุ่นหนีน้ำ  55

โพสต์เมื่อ 28/04/2555 07:18 | 44
บางครั้งการผิดหวังในชีวิต มันก็ทำให้คนเราแข็งแกร่งได้ว่ามั๊ย ?

เคยมีครูท่านหนึ่งบอกกับนักเรียนของเค้าว่า ถ้าเธอเข้าไปอยู่ในมช.เธอก็จะเห็นว่าดอยสุเทพสูงที่สุดแต่ถ้าเธอออกมาไม่กี่ก้าวเธอก็จะเห็นว่าดอยปุยสูงกว่านั้น ขอบคุณสำหรับคำพูดนี้ที่ทำคนๆหนึ่งเปลี่ยนความคิดของเค้าไปได้ จากที่เคยอยากจะเข้าแต่มช. นั่งร้องไห้สำหรับความผิดหวังที่มันเกิดขึ้น ให้พี่ได้ลุกขึ้นมาสู้และได้เห็น ได้รู้อะไรหลายๆอย่าง  ต้องขอบคุณจริงๆที่ไม่มีโควตาให้คนคนนี้ได้ไปอยู่ ณ ตรง นั้น เพราะมันไม่ได้ทำให้พี่ท้อกลับทำให้พี่อยากเป็นแพทย์ เป็นแพทย์ที่ดีของสังคม อาจไม่ใช่แพทย์ที่เก่งที่สุด แต่ก็จะเป็นแพทย์ที่ช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุด   ดราม่ามาก เปลี่ยนอารมณ์ดีกว่า

เริ่มเลย ยยยยย

1.แพทย์ขอนแก่น mdx        แทบจะไม่ได้อ่านไปเลยก็ว่าได้คนสอบ เยอะมากสังคมโหดอ่ะดูรูปไม่ออกมีแนวข้อสอบเป็นหนังสือพ่อซื้อมาให้จากมข.จะพิมพ์ให้ทั้งเล่มมันก็เหนื่อยนะน้อง ฮิ๊ๆ เดี๋ยวทิ้งเมลล์ไว้ให้หละกันนะ   ตัวตัดกันก็ คณิต อังกฤษ อ่ะ

2.gat pat                              ต้องทำโจทย์เยอะๆ คิดว่าครั้งแรกกับครั้งที่สองยากง่ายพอๆกันแต่พี่ทำครั้งที่สองได้ดีกว่าอาจเป็นเพราะ อ่านมามากกว่า เจ็บมามากกว่า ยังงงง

3.โควตามช.                          หาซื้อได้ตามสุริวงศ์ ดวงกมล ระวังเฉลยผิดเยอะมากอ่ะ ดูดีๆ นะ หนังสือเฉลยฟิสิกส์แนะนำเล่นที่หน้าปกเป็นสีขาวดำอ่ะ เป็นเล่นที่มีแต่เฉลยฟิสิกส์ เล่นนั้น k เลย

4.7วิชาสามัญ                       ง่ายกว่าgatpat นะ รุ่นพี่เปลี่ยนแนวเสียใจกับโควตา ได้คะแนนน้อย เลย ยย (ข้ออ้าง ยังงง)

5.ความถนัดทางแพทย์         จับใจความง่ายเกินคาด ทำให้เราพลาด เอิ่มมมม น้องไม่ต้องไปฝึกทำแบบของอ.กอไก่นำหน้านะมันยากไปอ่ะ พอเข้าสอบจริงง่ายกว่าตั้งเยอะ และพี่ก็ทำโจทย์เกือบทุกเล่มที่มีขายในร้านสุริวงศ์ และ ซีเอ็ด ยกเว้นเล่มสีเขียวอ่อนเล่มเดียว ที่เป็นของทันตะด้วยคะแนนออกมาก็o แต่พอมารวมกับ7 วิชาแล้วแบบเอิ่มมมม

6.onet                                   ไม่ โอ ยังงงงงงงงงง นะน้องใจเย็นๆๆ รุ่นน้องได้ข่าวสอบได้ สามรอบใช่มั๊ย ดีใจด้วยนะ

7.วิศวะชีวการแพทย์ ลาดกระบัง        ติดแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย ข้อสอบก็ง่ายนะ จำนวนข้อน้อยไปอ่ะ แต่ก็มีบางข้อเพื่อนบอกว่าศูนย์โอมช.ยังไม่สอนเลย ช็อก มีเกินหลักสูตรข้อหนึ่ง ส่วนข้อสอบพี่จดมาได้หลายข้อแต่ต้องใช่รูปประกอบเพราะส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้า เดี๋ยวพี่ทิ้งเมลล์ไว้ให้หละกัน

8.เภสัช ศิลปากรรอบสอง    ขอบคุณศัพท์4 หน้า อ.สมศรี ช่วยได้มาก มีเกือบทุกคำ อ่ะเริ่ด ข้อสอบเคมีแอบง่าย แนวข้อสอบก็มีจดแนวมาเหมือนกันเอิ่มพูดผิด ข้อสอบเลยไม่ใช่แนว เหมือนเดิมนะ

9.ทุนแพทย์รัฐบาลรัสเซีย     ลุ้นๆ ยื่นไปแล้วยื่นเกรดอย่างเดี๋ยว +ดวง ยังไม่ค่อยมีใครร็จักทุนนี้นะที่เชียงใหม่อ่ะ  แต่ไม่รู้ว่าที่อื่นได้ยินกันนานยัง นอกเหนือจากภาคกลางอ่ะ พี่ก็เอาของติดไม้ติดมือไปฝากคนดูแลเอกสารด้วย 555 มีดีก็ตรงนี้ยังงงง
 
สุดท้ายนี้ ยังมี อีกสนามหนึ่งให้พี่ได้ประลองเพื่อทำความฝันนั้นให้เป็นจริงให้ได้ รังสิต ต้นไม้หลากสี รอฉันก่อนนะ
แนะนำหนังสือ
  • ตะลุยโจทย์แม่อุ๊ (สำหรับ pat อ่านครู กุ๊กเพิ่ม)
  • ชีวะพี่เต็นท์
  • สรุปสังคมพี่บอลเทอร์โบ อาจาร์ยปิง
  • เทอร์โบ ภาษาไทยอาจาร์ยปิง
  • คณิตsyntaxสุดยอด : )
++++++++[email protected][email protected]้อง จะสแกนส่งเมลล์ไปให้เน้อว วว ว เป็นกำลังใจให้นะ ต้องฝึกทำโจทย์เยอะๆ ทำเยอะได้เยอะ ทำน้อยได้น้อยนะน้อง ท่องไว้ทำโจทย์วันนี้พรุ่งนี้ก็ติด : )
 
  readingsmilehicongratulation
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 12:19 | 22
คนเก่งไม่กลัว กลัวคนขยัน
“ถ้าตอนมัธยมปลายผมอ่านหนังสือได้เท่ากับมหาวิทยาลัยตอนนี้ ผมคงติดหมอไปแล้ว”


คำพูดประโยคนี้ยังทุ้มอยู่ในใจเด็กบ้านนอกอย่างพี่ พี่ไม่มีโอกาสเหมือนเด็กในเมืองเพราะบ้านพี่อยู่ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 700 Km ห่างจากตัวจังหวัด 60 Km  เคมี อ.อุ๊  ไทย-สังคม อ.ปิง หรือแม้แต่ อังกฤษ พี่แนน ที่เพื่อนๆพี่ที่เป็นลูกคนมีฐานะเค้าไปเรียนกัน พี่ไม่เคยได้เรียน อย่างดีของพี่ก็แค่ โรงเรียนติวหน้า รร.  ดังนั้นการอ่านหนังสือน่าจะเหมาะกับเด็กบ้านนอกอย่างพี่มากที่สุด 555+

เริ่มเลย...
 1. GAT  part 1   หาโจทย์เก่ามาทำเยอะๆ หาโหลดจากเว็บ สทศ / หรือหนังสือเตรียมสอบ กสพท. ก็ใช้ได้เลยทีเดียว
ข้อสอบส่วนมากจะล้อกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน  บางบทความเราผ่านตามาแล้วเพราะเราเคยเจอเคยอ่านก็จะได้เปรียบคนอื่น
2.GAT part 2  ข้อสอบยากพอสมควรในความคิดพี่..เพราะพี่ไม่เก่งแต่อาศัยการอ่านทั้งนั่งท่องศัพท์ที่ออกบ่อยๆ เขียนติดไว้ในห้องน้ำ ห้องนอน  หรือแม้แต่ไวยกรณ์ ก็ทำเป็น chart ใส่ใน word ไว้ พอจำไม่ได้เปิดปริ้นออกมาดู..ส่วน reading เนี่ยก็ทักษะของใครต่อใครล่ะกันครับ..แต่พี่อยากบอกว่า..บทความของคณะวิทยาศาสตร์ ของจุฬา ชอบออกครับ ยกตัวอย่างนะครับ ครั้งที่ผ่านมามีบทความเกี่ยวกับ "ดร.สุชนา ชวนิชย์" กับปฏิบัติการวิจัยขั้วโลกใต้ ซึ่งออก รายการ Vip ทางช่อง 9
3. PAT  1 ตะลุยโจทย์อย่างเดียวครับพี่น้อง
4. PAT 2 ตะลุยโจทย์
                ชีวะ  หนังสือแนะนำ คือ แบบเรียน สสวท ครับข้อสอบไม่หนีไปไหนเลย แนะนำดูตัวหนังสือที่เน้นหนา..มักจะออกลองสังเกตดูนะครับ
                เคมี หนังสือแนะนะ คือ คัมภีร์เคมี ตะลุยโจทย์ /หนังสือเคมีอินทรีย์ อ.สุนันนทา
                ฟิสิกส์ หนังสือแนะนำ คือ ฟิสิกส์มหาวิทยาลัยเล่ม 1 กับ 2 /ตะลุยโจทย์ขอสอบเก่า

5. PAT 3  พี่ได้หนังสือจากรุ่นพี่วิศวะมากครับของ มช. โจทย์ยากพอสมควรครับสิ่งที่ทำได้คือไปอ่านเก็บพื้นฐานของกฎทุกกฎมาก่อนสัก 2 รอบ แล้วนำมาทำข้อสอบเพราะข้อสอบมากประยุกต์หลายเรื่องเข้าด้วยกันครับ
 
6. O-NET               การตั้งใจเรียนในห้องเรียนดีที่สุดครับ พอก่อนสอบลองเอาสมุดที่เราเคยทำการบ้านหรือที่ อาจารย์ในโรงเรียนติวให้มาเปิดดู ช่วยได้เยอะมากๆครับ
                คณิตศาสตร์  ตะลุยโจทย์ทุก พ.ศ. ครับพี่เคยทำมาแล้วตะลุยสัก 2-3 รอบ รับลอง 80 upเพราะข้อสอบมักออกแนวเดิมๆ แค่พลิกแพลงอะไรไปนิดหน่อย
                ภาษาไทย  ส่วนมากเด็กไม่ค่อยมีปัญหากันแต่ที่เคยเห็นมาเพื่อนๆผมเค้าบ่นกันว่าวรรณคดีอยากเช่นการตีความน้ำเสียง หรือแม้แต่โวหารต่าง เลยแนะนำชีทของ แบนด์ ปี 2007 ไปหาดูนะครับผมว่าดีกว่าทุกๆปี
                วิทยาศาสตร์  ตะลุยโจทย์ทุก พ.ศ. ครับ เพราะข้อสอบอยู่ในที่เราเคยเรียนมาทั้งนั้น รร.ไหนทำแลปแห้ง ระวังนะครับเพราะข้อสอบมากออกแลปว่าผลเป็นอย่างไร การบันทึกผล ดังนั้นเด็ก รร.ต่างจังหวัดมักทำแลปแห้งแต่อยากบอกให้ไปศึกษาจากหนังสือเล่มอื่นบ้างผลในหนังสือเป็นแบบนี้เป็นเพราะอะไร หรือไม่งั้นถามอาจารย์ในคาบนั้นไปเลย ส่วนที่ต้องอ่านคือดาราศาสตร์ ครับ แนะนำหนังสือ สสวท. เล่มเดียวจบอ่านสัก 2 รอบพอล่ะน่าจะทำได้เพราะข้อสอบอยู่ในหนังสือนี้แหละไม่เชื่อ เตะพี่ได้ 555+
                อังกฤษ  พื้นฐานทั่วไปน่าจะไม่มีปัญหา แต่ปีหลังๆมันคลายกับ GAT ไปทุกทียากขึ้น ดังนั้นพี่เลยถามน้องๆรุ่นที่สอบปีที่ผ่านมาเค้าบอกว่ายาก..แต่น้องก็อาศัยการดูข้อสอบเก่าของ Gat หัดทำให้ดูโจทย์ ว่ามันเป็นอย่างไรพยายามหา keyword ของคำถามให้ได้แล้วทำข้อสอบจะได้ง่ายขึ้น
                 สุขพลศึกษา/การงาน/ศิลปะ    No comment 555+

7.โควตา มช.  ตะลุยโจทย์อย่างเดียวครับสำหรับคนที่คิดว่าตัวเองยังไม่มีความรู้พอที่จะตะลุยโจทย์พี่บอกเลยว่าการอ่านช่วยได้นิดหน่อยแต่ตะลุยโจทย์เถอะครับข้อสอบมันมีคอนเสปอยู่ เวียนไปเวียนมาหากเราจับประเด็นได้เราสามารถชนะคู่แข่งได้เลยจากการที่พี่ดูๆนะคนที่ตะลุยโจทย์เก่งมักจะสอบติดมากกว่าคนที่อ่านแล้วไม่ตะลุยโจทย์ ซึ่งแนวข้อสอบเนี่ยหาได้จากร้าน ดวงกมล ซึ่งมันผิดเยอะอยู่นะครับทั้งโจทย์และเฉลยๆ แต่พี่แนะนำเด็กภาคเหนือนะครับ น้องคนไหนที่มีเพื่อนอยู่ที่ เรียน RAC จะมีแนวข้อสอบทุกปีนะครับเป็นไฟล์ word  ซึ่งแนวข้อสอบก็คือข้อสอบปีที่ผ่านมานั่นเอง

8.พสวท มช.  55+ ข้อสอบแนวบ้าบอ..ที่จะวัดเด็กเก่งจริงๆข้อสอบเป็นการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจริงวัดวิธีการคิดการออกแบบการหาคำตอบ การคำนวณ ซึ่งน้อยคนมากจะมีโอกาสสอบผ่านข้อสอบเป็นแนวประยุกต์ ทั้งคณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว..แต่พอคำนวณแล้วไม่ลงตัว อิอิ แนะนำคือคนที่จะสอบต้องแม่นจริงๆทั้งสูตร กฎ หรือ ทฤษฎี ต่างๆ

9.แพทย์ MDX มข. เชื่อได้ว่าเป็นสนามแรกของเด็ก ม.6 ทุกคน เพราะจะจัดสอบก่อนซึ่งข้อสอบไม่ได้ยากมากนะครับแต่จำนวนข้อเยอะซึ่งคะแนนมักจะตัดกันที่ ภาษาอังกฤษ เพราะความรู้พื้นฐานเด็กวิทย์จะเท่าๆกันหมดซึ่งการสอบนั้นจะเต็มไปด้วยผู้คนนับหมื่นคนโดยมีหลายสนามสอบคือ ขอนแก่นวิทย์  แก่นนคร เทคโนภาคตะวันออก

10. โควตา มหิดล เป็นมหาวิทยาลัยใฝ่ฝันของใครหลายๆคนซึ่งมักจะมาช่วงใกล้สอบเทอมแรกพอดีดังนั้นทุกคนจะขยันกันพอสมควรจึงทำให้คะแนนสูงทุกๆปีการเตรียมตัวของพี่คืออ่านพอที่จะอ่านได้แต่พี่เลือกที่จะอ่านสอบเรียนต่อมากกว่ารายวิชาที่จะสอบเพื่อให้ผ่าน ม.6 เทอมแรก 555+ ข้อสอบไม่ยากครับอยู่ๆที่เราเรียนมาทั้งหมดข้อสอบมีตั้งแต่ง่าย ถึง ปานกลาง ดังนั้นคะแนนจะเชือนๆกัน แต่ตัวตัดสินน่าจะเป็น math กับ eng นะพี่ว่า

11. TU-SMART ไม่รู้ว่ายังมีอยู่หรือเปล่า    ข้อสอบวัดความไวของโสตประสาทและมือซึ่งข้อสอบมีจำนวนเยอะแต่เวลาจำกัดดังนั้นใครที่คิดเร็วทำเร็วมักจะได้คะแนนดี ข้อสอบไม่ยากเลยวัดกันตรงความเร็ว แนวข้อสอบก็ทั่วๆไปการคำนวณ การประยุกต์ทางคณิตศาสตร์


สุดท้ายพี่ฝากถึงเด็กชนบทที่ไม่ค่อยมีโอกาสแบบนี้ว่าจงใช้ความขยันให้มากกว่าคนที่ที่โอกาส..แล้วโอกาสนั้นจะเป็นของเรา กว่าเราจะได้ดอกไม้ที่ผลิดอกให้คนได้ชื่นชมเราต้องขยันหมั่นเพียนรดน้ำพรวนดิน..

สุดท้าย..ที่่ลืมไม่ได้คนที่ให้ความรู้ในห้องเรียนที่มีความหมายพี่อยากให้เราจำประโยคของเพลงเพลงหนึ่ง 

ทุกคำบ่นว่า คือความปรารถนาดี
ใช้ความเมตตาปราณี คอยชี้หนทางเดินให้
ร้อยเหนื่อยพันหนัก กลั่นเป็นรักและห่วงใย
เพื่อทำหน้าที่ยิ่งใหญ่ เป็นคนผู้ให้วิชา
 
ทุ่มเทเพื่อศิษย์ จากจิตวิญญาณของครู
แสงเทียนเพื่อการเรียนรู้ ยังสู้ยังส่องเรื่อยมา
ให้ศิษย์ถึงฝั่ง ด้วยแรงหวังแรงศรัทธา
เหนื่อยกายและใจ ทว่า เป็นสุขอยู่ทุกนาที
 
ความภูมิใจมิได้อยู่ในพานไหว้ครู
แต่อยู่ในวันที่รู้ว่าศิษย์นั้นไปได้ดี
เรือจ้างลำแกร่ง ยังพายสุดแรงที่มี
พ่อพิมพ์แม่พิมพ์วันนี้ ยังพิมพ์คนดีสุดแรงทุกวัน
 
 ทุกคนคือศิษย์ ตลอดชีวิตของครู
ถ้อยคำชื่นชมเชิดชู ไม่ต้องให้ครูก็ได้
รู้ถูกรู้ผิด มีชีวิตที่สดใส
สื่งนั้นที่ครูฝันใฝ่ เพื่อเป็นแรงใจให้ครู

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขียนออกมาจากใจเด็กชนบทอย่างผมที่มีวันนี้ได้ก็เพราะ ครู
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 12:51 | 4
ลงมือทำข้อสอบเก่าๆครับ เพราะข้อสอบของปีที่ผ่านมามันจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถคาดเดาแนวข้อสอบที่เราจะสอบได้ครับ เพราะการออกข้อสอบ คนออกข้อสอบเค้าก็คงไม่มาคิดข้อใหม่ได้ทั้งหมดในทุกๆปีหรอกครับ คิดดูว่าถ้าเป็นเราเราก็คงไม่มานั่งแต่งข้อสอบใหม่หมด ดังนั้นการนำข้อสอบเก่าๆมาดัดแปลงมันก็จะง่ายกว่าการแต่งข้อสอบใหม่ คือเค้าก็จะนำเรื่องๆเดิมนั่นแหละครับมาออก ตัวเลือกก็เป็นตัวเลือกเดิม เพียงแค่จะเปลี่ยนคำถามแค่นั้นเอง ซึ่งตรงนี้แหละมันจะยากสำหรับเราเพราะเราต้องเข้าใจคำตอบทุกคำตอบของข้อสอบแต่ละข้อที่เราทำ ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่่ายขึ้นนะครับ เช่น ข้อสอบถามว่า
พยัญชนะตัวไดต่อไปนี้เป็นพยัญชนะตัวที่สองของพยัญชนะไทย 
1. ก
2. ข
3. ฬ
4. ฮ
ซึ่งคำตอบก็คือข้อ 2 ใช่มั้ยครับ 
และในปีต่อไปเขาก็จะถามแนวเดิมครับแต่ตอนนี้เขาก็จะเปลี่ยนคำตอบให้เป็นตัวเลือกอื่นบ้าง เช่น
พยัญชนะไทยตัวไดเป็นพยัญชนะลำดับที่่ 42
1. ก
2. ข
3. ฬ
4. ฮ
และคำตอบของข้อนี้ก็คือข้อ 3.
ซึ่งจะเห็นว่าคำถามและคำตอบจะเปลี่ยนไป แต่ว่าตัวเลือกจะคงเดิม (อาจมีการสลับข้อก็แล้วแต่) 

ดังนั้นการทำข้อสอบที่ถูกวิธีและจะทำให้เราสามารถคาดเดาข้อสอบในปีต่อไปได้นั่นก็คือนอกจากที่เราจะทำความเข้าใจกับคำถามและคำตอบแล้วเราต้องทำความเข้าใจในตัวเลือกแต่ละข้อนั้นๆด้วย ว่าตัวเลือกข้อนั้นๆเกี่ยวข้องอะไร สำคัญอย่างไร ซึ่งเมื่อข้อสอบออกมาในปีต่อไปมันก็จะง่ายสำหรับเราไปได้มากเลยทีดียว


ปล.อันนี้เป็นประสบการณ์ของตัวเองนะครับ สำหรับคนที่เห็นด้วยสามารถนำไปทำตามได้ แต่คนที่ไม่เห็นด้วยก็อ่านผ่านๆไปก็ละกันนะครับบบบ ^.^ 

** ขอเพิ่มนิดหนึ่ง! ถ้าอีกสามเดือนจะสอบแล้วเรามามัวนั่งอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำใ้ห้ตายมันก็ไม่ทันครับ การนำ้ข้อสอบเก่ามาทำอาจจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจข้อสอบมากขึ้น เพราะว่าเราจะรู้แนวของข้อสอบ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด การทบทวนบทเรียนทุกครั้งจากที่เรียนเสร็จ การเตรียมตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างน้อยซักหนึ่งปี มันจะทำให้ตัวเราพร้อมและมั่นใจในการทำขอสอบมากขึ้นนะครับ
ขอให้ทุกคนโชคดีครับ สู้ๆๆๆ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจใหุ้ทุกๆคนครับ
flight
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 13:14 | 4
อันอับแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย น้องจะต้องมี  "เป้าหมาย"flight

พี่บอกได้เลยว่าถ้าน้องไม่มีเป้าหมาย มันจะทำให้เราเสียเปรียบกว่าคนอื่นมาก เสียเปรียบยังไง?

ยก ตัวอย่าง เปรียบเส้นทางเข้ามหาวิทยาลัยกับถนน มีนักเรียนชื่อ A กับ B นักเรียน A นั้น มีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นหมอ ไม่มีอะไรทำให้เขาไขว้เขวได้ เขาจึงพยายามอ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน มุ่งมั่นสู่เพื่อเป้าหมายของเขา

ส่วน นักเรียน B นั้น ไม่รู้เป้าหมายของตัวเอง บางวันก็อยากเป็น หมอ บางวันก็อยากเป็นวิศวะ บางวันก็ รัฐศาสตร์ บัญชี บริหาร อักษร แทนที่ B จะได้มุ่งเข้าสู่เป้าหมาย กลับต้องไขว้เขว ตลอดระยะเวลาการเดินทาง

ถ้าน้องๆเลือก น้องๆก็คงอยากเป็นแบบนักเรียน A พี่นั้นไม่สามารถบอกได้ว่าคนนี้เป็นอะไร คนนั้นต้องเป็นอย่างงี้ คนที่กำหนดเป้าหมาย คือตัวน้องเอง น้องต้องสังเกตตัวเองว่าชอบทำอะไร ถนัดอะไร ไม่ชอบอะไรอ่ะค่ะ

อย่างของพี่นั้นเป็นตัวอย่างที่ผิดๆ ตอนแรกพี่(เรียนสายวิทย์)อยากเข้าสถาปัตย์ พี่ก็ไปลงเรียนวาดรูป ก็เรียนไปเรื่อยจนถึง ม.6 พี่ก็รุ้สึกว่ามันเบื่อๆ มันดูไม่ใช่เราเท่าไหร่ อีกอย่างเราก็ไม่ได้ชอบวาดทั้งวัน พี่ก็เลยตัดสินใจเบนเข็ม เปลี่ยนเข้าทางภาษาแทน เพราะคิดว่าพี่ถนัดด้านภาษาที่สุดและ และพี่ก็ชอบด้วย shy

อันดับสอง เมื่อน้องรู้เป้าหมายของตัวเองแล้ว น้องต้องรู้ว่าน้องจะเดินทางเพื่อไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร

พอพี่รู้ตัวว่าอยากเข้าทางภาษา พี่ก็ไปหาข้อมูล ถ้าเข้าทางด้านภาษาต้องใช้ GAT  เป็นหลัก พูดง่ายๆภาษาอังกฤษต้องเป๊ะอ่ะ  เพราะพี่รู้เป้าหมายตัวเองช้ากว่าคนอื่นด้วยไง พี่ก็ต้องเร่งสปีดตัวเอง จัดการซื้อหนังสือมาทำ ทำข้อสอบเก่า ทำมันให้เยอะที่สุด จุดมุ่งหมายคือภาษาเท่านั้นๆๆประมาณนี้ ฮ่าๆ  reading

แต่ ถ้าอย่างของเพื่อนพี่ก็จะเป็นแนววิศวะ ต้องใช้ PAT 3 เป็นหลักเพื่อนพี่ก็นั่งทำแต่โจทย์วิศวะ ทำฟิสิกส์ เลข เอาให้มันสุดๆไปเลยแบบนี้อ่ะ บางคนก็อยากเป็นหมอ อ่านหนังสือทุกวันเลย อ่านทุกวิชา เพราะหมอมันต้องเก่งเกือบทุกวิชาไง = = ประมานนี้อ่ะน้อง

อารมณ์แบบน้องต้องรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งแบบนี้อ่ะ ต้องรู้ว่าข้อสอบเป็นไง เราต้องทำคะแนนอะไรให้ดีที่สุด

พี่ก็คงแนะแนวทางให้น้องๆได้แค่นี้ เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวน้องๆเองหมดอ่ะ พี่ก็จะเป็นกำลังใจให้ หาเป้าหมายตัวเองให้เจอ ต้องรู้ว่าจะทำยังไงเพื่อให้ถึงเป้าหมาย สู้ๆค่ะน้อง congratulation



ปล . พี่สามารถแนะนำหนังสือได้เฉพาะบางวิชาเท่านั้นอ่ะ
  • ภาษาอังกฤษแนะนำ หนังสือของ enconcept ดีมาก confirm
  • สังคมเป็นของ อาจารย์ ชัย อาจารย์ปิง
  • ภาษาไทยเป็นของ อ.จงชัย เจนหัตถการกิจ อาจารย์ปิง
  • ทั้งหมดและอื่นๆ สามารถหาได้ ที่ศูนย์หนังสือจุฬา


โพสต์เมื่อ 28/04/2555 14:09 | 1
My mistake !!!!!

         เรื่องมันมีอยู่ว่าเราอ่ะเป็นเด็กชนบทในภาคอิสาน โรงเรียนของเราในสายตาของคนทั่วไปมองว่าบ้านนอก เป็นโรงเรียนมัธยมที่มีนักเรียนแค่ไม่กี่ร้อยคน เราจึงไม่เคยได้รับโอกาสทางการศึกษาทัดเทียมใครๆเขาหรอก นี่เป็นที่มาคร่าวๆของโรงเรียนเรา

         ในช่วงม.หกเทอมหนึ่งตอนปลาย มีสมัครสอบแกทแพท สอบตรงที่ไหนไปหมด ด้วยคิดว่าตัวเองต้องสร้างชื่อให้โรงเรียนบ้างไม่มากก็น้อย ตระเวนสอบไปทั่ว ติดบ้างไม่ติดบ้างอยากเรียนสายสุขภาพก็ไม่เคยติดสักที่  จนมาวันนึงมีโครงการของมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง!!เพื่อนักเรียนจากชนบท ที่มีฐานะยากจน  เปิดรับสมัคร ด้วยความที่เราเองก็สนใจทั้งในชื่อมหาลัย และอาจมีลุ้นได้ทุนด้วย เราจึงสมัครไป เขาใช้คะแนนแกทแพทและเกรด ซึ่งใครๆก็รู้ดีว่าเกรดเด้กบ้านนอกจะได้เยอะเพราะโรงเรียนปล่อยเกรด ผลปรากฎว่าเราติดทั้งสอบสัมภาษ และได้สิทธิ์เข้าเรียน แต่ไม่ได้รับทุนเพราะยังจนไม่พอ(มีคนจนกว่า) ย้อนกลับไปนึกถึงตอนที่เราเลือกคณะ เราไม่สามารถเลือกคณะสายสุขภาพได้เพราะเราคำนวณแล้วมันต่ำกว่า เราจึงเลือกสายวิทยาศาสตร์เคมีไป เพราะคิดว่าแค่สมัครเล่นๆ ไม่ได้ก็ไม่เอา ได้ก็เอาไว้เป็นตัวเลือก แต่สุดท้ายทางมหาลัยโทรมาบอกว่าถ้าเราสละสิทธิ์ รุ้นน้องเราจะถูกแบนจากทางมหาลัย ไม่ให้มีสิทธิ์สมัครโครงการนี้ไปปีนึงเลย

         เราจะทำยังไงได้ สงสารรุ่นน้องก้สงสาร นึกถึงหน้าคุณครูแนะแนวที่สนิทกัน เลยต้องยอมรับการเข้าเรียน ทั้งๆที่ไม่ได้รุบทุนการศึกษา ต้องกู้ยืมกยศ บางเดือนเงินไม่พพอใช้อีกต่างหาก ต้องไปรับจ๊อบสอนพิเศษ เพราะค่าใช้จ่ายในมหาลัยดังอย่างนี้มัน สูง!!! ในขณะที่พอเพื่อนๆในห้องได้เวลาแอ๊ดมิชชั่นกัน เราเลยลองเอาคะแนนตัวเองไปคำนวนดู มันเสือกติดคณะสหเวชในม.เดียวกับม.ดังที่เราได้เรียนนี่แหละ !!! ปีต่อมาถึงเวลาสมัครโครงการนี้ของรุ่นน้องรุ่นต่อจากเรา ผลปรากฏว่าไม่มีใครสมัครซักคนเพราะอะไรก้ไม่รู้ ยิ่งทำใ้ห้เรารู้สึกผิดหวังในตัวเองอย่างมาก


        ความผิดพลาดของเราที่ใหญ่หลวงที่สุดไม่ใช่การสมัครสอบไปมั่ว แต่มันคือการเลืกคณะ  ถ้าเรามัวแต่สนใจชื่อมหาลัย จนลืมสิ่งสำคัญไปว่าเราจะเรียนอะไร มันก็เท่ากับว่าสี่ปีเราจะต้องทนกับสิ่งที่ไม่ใช่ รวมทั้งอนาคตทั้งชีวิต 


โพสต์เมื่อ 28/04/2555 15:17 | 2
มาเล่าประสบการณ์บ้างครับ

ชีวิตของเด็กห่วยๆคนนึง จนวันนึง ที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ

            มันเริ่มต้นจากพอขึ้นมัธยม พี่เป็นคนที่ไม่เคยตั้งใจเรียนเลย โดดเรียนประจำ อาศัยแค่ ส่งการบ้าน ส่งงานให้ครบ อาศัยบารมีที่อยู่ห้องคิง โรงเรียนพอมีชื่อแห่งหนึ่ง ทำให้ได้เกรดมาง่ายๆ ยิ่งทำให้ชีวิตยิ่งไปกันใหญ่ จนกระทั่งพอขึ้น ม.6 เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ยังเล่น ไม่ตั้งใจเรียนแบบนี้ ต้องแย่แน่ๆ!!! เพื่อนรอบข้างก้เก่งๆทั้งนั้น ไซโคมีอยู่รอบตัวจิงๆ เดินไปทางไหนเพื่อนก็ถือแต่หนังสือ อ่านแต่หนังสือ ทั้งๆที่เขาทำมากันตั้งนานแล้ว ทำไมพี่เพิ่งมาสังเกต!! TT

   พี่เริ่มตั้งเป้าหมายว่า ต้องเรียน วิศวะ หรือไม่ก็ หมอ เท่านั้น!!!!

          แต่ด้วยที่เป็นคนขี้เกียจเป็นทุนเดิม การเปลี่ยนแปลงอะไรด้วยระยะเวลาอันสั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอก จิงมั้ย?? 55555 เพื่อนในกลุ่มก็ดีมาก พอรู้ว่าเราจะกลับตัวกลับใจ ก็ช่วยเหลือทุกๆอย่าง
         
          พี่ีไม่เก่ง Eng เพื่อนที่แสนดีทำไงน่ะหรอ ?? ยัดใบศัพท์ฟ้าครูสมศรี มาให้ พร้อมประกาศว่า ต่อไปนี้ มึงต้องพูดคุยกับเพื่อนในกลุ่มเป็นภาษาอังกฟษเท่านั้น แค่ในคาบเรียนมันไม่พอหรอกรุ้มั้ย!!! แม่เจ้าาาาาาาา T_____________________T แล้วกูจะคุยรู้เรื่องมั้ย !!
         
         แต่สุดท้ายก็ทยอยปรับตัว เพื่อนก็คอยช่วยขัดเกลาแกรมม่าไปเรื่อย จนพูดจนชิน วันไหนไม่ได้พูด Eng กับเพื่อนเหมือนขาดอะไรไป

        สิ่งสำคัญที่สุดในการเตรียมตัวนะ สำหรับพี่คิดว่าคือใจของเราเองนี่ละ ถ้าเราพร้อมที่จะสู้ พี่ว่ายังไงก้ไหวว !!

และแล้วก็ถึงเวลาอ่านหนังสือ !!!

1.ชีววิทยา - อย่างพี่น่ะเหรอ ...อ่านเองคับ!!! 555555555555555555
หนังสือ สสวท. 6 เล่มมมม พี่อ่านครับ 6 เล่ม ภายใน 2 อาทิตย์ แต่!!! เกิดปัญหาว่ะน้อง พออ่านเล่ม 6 ดัน ลืมเล่ม 1 ไรงี้
     
            พี่เลยเริ่มใหม่ ด้วยการ อ่านเล่ม 1 จบ ทับต่อ เล่ม 1 -2 จบ เล่ม 1-2 จบ อ่าน 1-2-3  อันนี้แนะนำว่า ควรอ่านแบบแรกให้จบก่อน ถ้าลืมค่อยเอาตามนี้ละกันเนอะ เพราะอ่านแบบทับไปมาจบ ก็สรุปด้วย หนังสือ ชีวะ พี่เต๊นท์ รับรอง เป๊ะอ่ะ!!! shy


2.เคมี - อันนี้ยอมรับจิงๆว่า พี่เรียนพิเศษเอาอ่ะน้อง คอร์ส เอนท์ อ.อุ๊ เลย ด้วยความท่ี่พี่ไม่เคยเรียนคอร์สอื่นๆมาก่อน ไม่ลงปูพื้นฐานด้วย พื้นฐานตัวเองก็ไม่มี เลยพยายาม อ่านหนังสือ สสวท. ให้ได้รอบ 1 เพื่อให้คุ้นชินก่อน แต่นั่น!! นรกชัดๆ !! T T   ขอบคุณ อ.อุ๊ จิงๆที่ช่วยผมไว้ haha


3.ฟิสิกส์ - พี่อ่านเองครับ สสวท. 3 เล่ม จบ น้องจะเข้าใจพื้นฐานจิงๆซึ่งมันจะไปต่อยอดกับพวกโจทย์ได้หมดเลยยย ปลื้มมาก แต่กว่าจะจบได้นี่โคตรทรมาณ 3. เล่ม 2 เดือน กว่าาา อาเมนนนนน sleeping


4.สังคม - เนื่องจากพี่ชอบวิชาสังคมเป็นทุนเดิม วิชานี่พี่เลยแค่ อ่านหนังสือ สรุป ของ อ.ชัย เท่านั้นเองค้าบบบ


5.ไทย - อันนี้พี่เคยอ่านแต่พวกที่เป็นสรุปมาให้ ตามเว็บ ของ อ.ปิง อ่ะ แค่นั้นจิงๆ 555 wink


6.Eng - ขอบคุณเพื่อนจิงๆ ที่ทำให้จากเกลียด Eng มาชอบ Eng แกรมม่าก็ได้จากพวกมันนี่ละ อันไหนสงสัยก้เปิดตามเนตไปเลย เยอะแยะ จะดูจนกว่าทะลุปรุโปร่งยังได้ !!! และ ใบศัพท์ครูสมศรีที่ครอบจักรวาลลล love



       แหมมม พออ่านหนังสือไปได้สักพัก ก้เริ่มทำข้อสอบย้อนหลัง 15 ปี แหมมม เราก็พอทำได้เหมือนกันนะเนี่ยยย ขอบคุรเพื่อนและความตั้งใจของกูจิ๊งจิง TT แต่ยังไม่พอ เราต้องประลองลงสนามจิง!!

ลงสนาม พร้อมรบ !!

1.เริ่มจาก ในโรงเรียน

ตอนนั้น ร.ร. จัดทดสอบความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์พอดี พี่เลยลงประลอง ชีววิทยา วิชาที่อ่้านไปได้มากสุด ณ ขณะนั้น!! ผลออกมาได้ รองอันดับ1  ของ ม.ปลาย แอร๊ยย ดีใจที่สุดดดดดดด

2.ธรรมศาสตร์ เปิดแล้วนะ
          ตอนนั้นธรรมศาสตรืเปิดสอบรับตรง พี่ก้เอาไงดีวะ เอาคระไหนดีที่ได้ทดสอบความรู้ ก็ปราดไปเจอ คระสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง เออคระนี่ละมีครบทุกวิชาดี !! ผลสอบออกมาพี่สอบติดดดด!!!!!!!! ตอนนั้นดีใจมากกกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกก   แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเรียน โฮะ

3.โควตา ลาดกระบัง มาแล้วจ้าาา
       อุ๊ย ไรอ๊ะ สมัครฟรีไม่เสียเงิน แถมติดนี่ได้ที่เรียนด้วย เอาวะ เอานี่ละกัน คณะวิทยาศาสตร์ สาขา เคมีสิ่งแวดล้อมมมม
พี่ก็รอร้อรอ ป๊าดดดด สอบติดดดดดด แอร๊ยยยยยยยยย

4.วิศวะ เนี่ยละใช่
        พี่ก็ยังคงดื้อดึงสอบต่อไป และ พี่ก็ได้ยื่นรับตรง วิศวะ ม.เกษตร ไป ด้วยคะแนนอันแสนน้อยนิด หวังว่าเพียงจะเกิดปราฏิหาริย์ แต่แล้วปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นจิง พี่ติดแล้ววว ตอนนั้นพี่ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก และพี่ก็ตัดสินใจเนี่ยละ ความฝันของกู !!~! coolcool


5.กสพท. ทำให้หมดความมั่นใจ !!

       อีกสนามนึงแบบพี่ตอนนั้นมั่นใจมาตลอด อุ๊ยสอบไรก็ติดอ่ะเทอว์ กูทำได้แน่ แต่พอผลออกมาเท่านั้นละ พี่ไม่ผ่านเกณฑ์คณิต!! เขาเอา 30 พี่ได้ 28 คะแนนรวมถึง !! เหมือนฟ้าผ่ากลางใจ แต่ฟ้าคงลิขิตไว้ว่าเราคงเรียนรวิศวะ พี่เลย วิศวะ ก็ วิศวะ สิฮะ โฮะๆๆๆๆ  smart


ส่วนเรื่อง O-NET นั้น

       น้องๆไม่ต้องกลัวนะ คือถ้าเรามีพื้นฐานแน่นมา่ตลอดอ่ะพี่ว่าทำได้แน่นอน อ่านหนังสือทีนึง เราต้องเอาให้คุ้มที่สุด สอบได้หลายอย่าง !! 5555555 ฉะนั้นถ้าไม่อยากอ่านหลายรอบ ก็ต้องตั้งใจทบทวนสม่ำเสมอนะ!!


      สุดท้ายพี่อยากบอกว่า เลือกที่รัก เลือกที่ชอบ เลือกที่เราอยากเรียน   เราจะได้มีความสุข จะได้ไม่ต้องทรมาณเวลาเรียน นะคับผมมม

hihi
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 17:28 | 0
พูดถึงเรื่่องสอบตรงเเล้ว.....หดหู่ เหนื่อยใจ 
บางทีก็ติด.......เเต่ไม่ชอบ
บางครั้งก็ชอบ..เเต่ไม่ติด
บางที่ก็อยากสอบ..เเต่หนทางไกลเกิน
บางเดือนไปสอบอยู่ต่างจังหวัดหลายวัน...เเต่ก็ไม่ติด
ชีวิตหนอชีวิต....!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เเต่ถึงจะคว้าน้ำเหลว ก็ยอม เพราะถือคติที่ว่า

"เสียใจที่ทำไม่ได้ดีกว่าเสียดายที่ไม่ได้ทำ"

สุดท้ายต้องมาง้อเเอ็ดมิชชั่น หวังว่าเขาจะคืนดีนะ
smilesmilesmilesmilesmilesmilesmile



โพสต์เมื่อ 28/04/2555 17:17 | 0
แอดนี้ที่รอคอย

พูดก่อนเลยว่าผมเป็นเด็กแถวภาคอีสาน แรกๆก็ไม่ค่อยจริงกับการเรียนซักเท่าไร
แล้วก็ไม่มีความรู้เรื่องเรียนต่อซักเท่าไร แต่พอ ม.เขาเปิดรับสมัครก็ไปสมัครตามเพื่อน
ไปก่อน ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการเลือกอันดับเลย ถามเพื่อน เพื่อนก็ไม่ค่อยมั่นใจ
ผมเลยหาข้อมูลที่เว็บดู

เรื่องค่าสมัคร
พูดแล้วเซ็งangry จะทำอะไรก็เสียแต่ตังทางบ้านก็ไม่ได้รวย
สมัครรับตรง ก็ ไม่รู้กี่ที่ รวมๆก็ หลายพัน แม่ก็ร่มสงสัยว่าเอาตังไปทำอย่างอื่นหรือเปล่า
ยิ่ง มข. สมัครสอบรับแล้วยังไม่พอ  เลือกคณะก็ต้องมาเสียตังอีก เซง
สมัคร GAT PAT ก็ตั้งครั้ง ละ 700 2 ครั้ง ก็ 1400 บาท
มีแต่ O-NET ไม่ได้เสีย
จะพิมพ์ใบคะแนน E-score ไปสมัครก็ต้องเสียตังอีก โอ๊ยเซง เข้าออกธนาคารอย่างกับนักธุระกิจ
แม่ก็บ่นว่าเดือนนี้แกใช้เงินไป 5000 แล้วนะ(แค่ค่าสมัครนะนั้น ไม่รวมตังไป รร.)
ก็ได้แต่ตอบ  คับๆแม่การศึกษาคือการลงทุนคับต้องทำใจคับsmile

เมื่อถึงเวลาสอบ
วิชาที่ผมชอบคือ คณิต และ ฟิสิกส์
บอกเลยว่า PAT 1 นี้โหดเกินคนปกติจริงๆผมก็อ่านมาดีไม่น้อยเลยแต่ถึงเวลาทำนี้ต้องเปิดหนี
angry
เปิดไปจนหมดทุกข้อทำได้แค่ไม่กี่ข้อ ยังไม่เท่าไรตอนประกาศผล เซ็งไปใหญ่
mistake
เราทำแทบตายได้แค่นิดเดียว เพื่อนที่มันเดายังได้มากกว่า

PAT 2 วิทย์ผมว่าออกข้อสอบได้ดี ไม่ยากจนเกินไป มีง่ายบ้างมียากบ้าง

PAT 3 วิศวะ ทำได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียวทั้งที่อ่านพอๆกันกับ PAT 1

O-NET นี้มันเป็นการสอบที่ท้าทายไม่น้อยเลย สอบครั้งเดียวแต่เอาไปใช้ทั้งชีวิต
 ผมว่าคำตอบไม่ต้องคิดหรอก ตอบแบบเดาใจคนออกดีกว่า ตอบไม่ตรงคนออกยังไงมันก็ผิดflight


ปัญหาการประกาศผล GAT PATครั้งที่ 2 ประกาศผลผิดมันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยนะ
คนที่เค้าเสียใจว่าได้คะแนนน้อยกว่าความเป็นก็ร้องไห้(ฟรี)
คนที่ได้คะแนนเยอะกว่าความจริงก็ดีใจ(ฟรี)
ทำไม สทศ ต้องทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้
angry


ฝากถึงคณะกรรมการที่ออกข้อสอบ PAT 1 หน่อยซิคับ
ผมว่าข้อสอบที่ออกมามันยากกว่าความเป็นจริงนะคับ
ยากกว่าที่เรียนมาเยอะมากกกกก
ยากกว่าหนังสือเตรียมสอบเยอะ
มีเพื่อนผมบอกว่าคนออกไม่ได้มีคนเดียวมีหลาย
แต่ละคนเค้าก็จะเอาข้อสอบของตัวเองมาวัดกัน
ว่าข้อสอบแถวไหนไม่มีในหนังสือเตรียมสอบ
ข้อสอบต้องมีการคิดหลายขั้นตอนเพื่อทดสอบว่ามีความรู้ที่แม่นยำจริงๆถึงจะทำได้
เหอะๆ ขนาดโอลิมปิกยังทำไม่ได้เต็ม แล้วเราไม่ต้องไปหวังสูงหรอก

น่าจะออก แบบ ง่าย 20% ปานกลาง 30% ยาก 30% ยากมาก 20% (ผมแค่ประมาณเฉยๆคับ)
แต่นี้ออกแบบ   ปานกลาง 5% ยาก 50% ยากมาก 30% โอลิมปิกยังงง 15%
แล้วอย่าเอาคะแนนสูงสุดมากเทียบกับคนส่วนมากซิคับ
เพราะคนที่ได้คะแนนสูงสุด อาจจะเป็น  คนออกข้อสอบ ติวเตอร์ชั้นนำของประเทศ 
นักศึกษาที่อยากดูข้อสอบ  นักเรียนโอลิมปิก  หรือ อัจฉริยะ ก็ได้
แต่ที่รู้ๆคือไม่มีใครได้เต็ม

การอ่าน หรือ การติว
การติวผมว่าน่าจะเป็นช่วง ม.4-5จะดีกว่า เพราะการติวจะทำให้เข้าใจพื้นฐาน ถึงเนื้อหาปานกลาง
แต่เนื้อหาส่วนลึกควรอ่านเองจะทำให้เข้าใจได้ดีกว่า
ม.4-5 ติวด้วยอ่านด้วย

ส่วนม.6แนะนำให้อ่านเอาเองจะไวกว่า การไปติวเพราะไปติวบางทีก็ได้น้ำด้วยได้เนื้อบ้าง
แต่อ่านเอาถ้าตั้งใจหน่อย ได้แต่เนื้อเน้นๆแน่นอน

ผมรับประกันเลยว่า อ่านเอายังไงก็ได้ข้อมูลที่แน่นกว่าไปติวแน่นอน

ส่วนการติวควรคิดก่อนว่าถ้าไปแล้วจะตั้งใจไหมเพราะ
การติวแต่ละคอร์สไม่ใช่น้อยๆ แล้วต้องติวหลายวิชารวมๆแล้วก็เป็นหมื่นไม่รวมค่าหอค่ากินอีก

อีกทางเลือกสำหรับคนงบน้อย คือ
ติวฟรีมีเยอะแยะ สมัครลงไปฟรีกี่ที่สมัครหมด
(แม้จะไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ก็เสียค่า เดินทางอยู่ดี ลองชั่งใจดูว่ามันคุ้มไหม)

สำหรับวิธีการอ่านหนังของผมreading
ฟังดูอาจจะโหดๆหน่อยแต่มันได้ผลดีที่สุด
เลิกเรียน 16.00 น. เล่นเน็ตซัก ชั่วโมง(เลว) หาสาระนอกห้องเรียน ฟังเพลง
เพื่อคลายเครียดหรือจะทำอย่างอื่น
ถ้ามีการบ้านรีบทำก่อนแล้วค่อยเล่น
หลายคนถามว่า ทำไมไม่ทำการบ้านแล้วอ่านหนังสือเลย
บอกเลยว่าอ่านก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก เพราะจากการวิจัย
ตอนบ่ายสมองจะอืด(พูดจริงๆ)

เวลา 17.30 หรือ 18.00 น. ควรถึงบ้านแล้วมีอะไรก็รีบทำให้เสร็จ
ก่อน  2 ทุ่ม ไม่ว่าจะเป็น อาบน้ำ กินข้าว การบ้าน งานบ้านให้เสร็จหมดแล้วจริง
เพราะจะได้ไม่ขาดตอน เวลาอ่านหนังสือ
ผมจะอ่านไปเรื่อยๆจนถึง ตี 2

แต่หากเป็นเสาร์ -อาทิตย์ อ่านไปเรื่อยๆจนกว่าจะอยากนอน
ตอนกลางวันของเสาร์-อาทิตย์ อ่านให้ได้มากที่สุด

ผมทำอย่างนี้ทุกวัน
***หมายเหตุบางเว็บเค้าแนะนำอ่านตอนจะเช้าเช่น 3.00 น.-6.00น.
ผมทำแล้วโคตรแย่หากงีบหลับไปตื่นอีกที่โน้น เที่ยง ไม่แนะนำวีธีนะคับ


สุดท้ายของฝากไว้หน่อย

หากอ่านไม่เข้าใจกรุณาอย่าข้าม  อ่านให้เข้าก่อนที่จะเปิดหน้าถัดไป
*หากอ่านไม่เข้าใขควรทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้(คิดเอง555+)
1.ดูก่อนว่าหนังสือมันพิมพ์ผิดไหม
2.หากตรวจดูหนังสือถูกต้อง ให้ไปอ่านความรู้ก่อนหน้านี้
เช่น คณิต อ่านเอกโป แล้วไม่เข้าใจ ให้ไปอ่าน เลขยกกำลัง ม.ต้น
ฟังชันตรีโกณไม่เข้าใจ  ให้ไปอ่าน อัตราส่วนตรีโกณ ม.ต้น

 

flightflightflightโชดดี รอแอดflightflightflight

โพสต์เมื่อ 28/04/2555 17:49 | 1
การเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้นั้นยอมรับจริงค่ะว่าเป็นสิ่งวุ่นวาย และมีการเปลี่ยนแปลงมากๆเพราะว่าจากการเกิดอุทกภัยในปี2554 ทำให้ทุกอย่างมีการเปลียนแปลงไปหมด ในการสอบแกท-แพท ก็มีการเลื่อนไป สอบตรงแต่ละที่ก็เลื่อนไปหมด ตอนแรกพวกเราก็ดีใจว่ามีเวลาอ่านหนังสือมากกว่า แต่อีกความคิดหนึ่งที่ตามมาคือเมื่อไรเราจะมีที่เรียน และในปีนี้ก็มีสอบ 7 วิชาสามัญเป็นปีแรก มีเคลียริ่งเฮาส์ แกท-แพท เหลือแค่ 2รอบ มีการเปลี่ยนแปลงอยางมาก ทำให้รุ่นนี้งงสุดๆ
  • GAT-PAT ในปีนี้ถูกลดลงจำนวนลงจาก6ครั้งเป็น2ครั้ง ครั้งแรกมีการเลื่อนไปถึง 2 เดือน จากการเกิดอุทกภัย ในครั้งที่สองคะแนนได้ลงกันระนาวเลยทีเดียว ไหนจะมีการประกาศคะแนนผิดอีก
  • 7 วิชาสามัญ มีการจัดสอบขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้เดาแนวข้อสอบไม่ถูกเลยทีเดียว
  • เคลียริ่งเฮาส์ จัดเป็นครั้งแรกเหมือนกัน เพื่อกันเด็กกักที่นั่ง ทุกคนที่สอบตรงติดต้อยืนยันเพื่อตัดสิทธิ์แอดมิชชั่น
  • O-NET ถึงกลับออกข่าวกันในเร็วๆนี้ เนื่องจากการออกข้อสอบที่ทำให้เกิดการพูดคุยกัน เช่น ถ้าเกิดอารมณ์ทางเพศ จะทำอย่างไร คำตอบ ชวนเพื่อนเตะฟุตบอล ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ขึ้นว่าถ้าเป็นผู้หญิงต้องไปเตะบอลด้วยเหรอ 555 หลังจากนั้นมีการออกข่าวอีกครั้งว่าคะแนนโอเน็ตทั้งประเทศ ลดลงจากปีที่แล้ว เกิดการตั้งคำถามขึ้นว่าเป็นเพราะใคร ทั้งคนออกข้อสอบ โรงเรียน อาจารย์ หรือตัวนักเรียนเอง (แต่ พวกหนูตั้งใจทำสุดๆแล้วนะคะ)what
  •  
  • ตัวข้าพเจ้าไปสอบที่่ธรรมศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ ปรากฎว่าเจอคนสอบถึง 4พันกว่าคน อึ้งเลยค่ะ แต่ปรากฎว่าติดค่ะ ยอมรับนะคะว่าอ่านหนังสือ ติวมาตั้งแต่ ม.5 เลยแหละค่ะ
คือจากทั้งหมดที่ได้เล่ามาอยากบอกว่าเราต้องพร้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเราไม่มีการเตรียมความพร้อม อาจจะทำให้เราพลาดกับอนาคตของเรา อีกอย่างคือการทบทวนบทเรียน ตำราต่างๆอยู่เสมอ เพราะบางทีข้อสอบอาจจะนำสิ่งที่เรามองข้ามไปได้ ต้องมีการติดตามข่าวสารการศึกษาอยู่เสมอ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเช่นใดบ้าง มีการติดตามข่าวสารบ้านเมืองเสมอ
       สิ่งที่อยากบอกคือการเข้ามหาวิทยาลัยได้นั้น ไม่ได้เข้าไปได้ง่ายๆต้องอาศัยความตั้งใจในคณะที่เราอยากเข้าจริงๆ ตอนนี้พวเราเด็แอดรุ่น 55 ก็กำลังรอผลแอดมิชชั่นอยู่เป็นสิ่งมี่กดดันมากในขณะนี้ แต่ถ้าเราได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่แล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไรย่อมดีที่สุดกับชีวิตเรา สมกับที่เราอดทนต่อสู้กับการนั่งอ่านหนังสือreadingsleepingและข้อสอบนับ10-20ชุดbye
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 18:46 | 2
^^ ขอบคุณพี่ๆทุกคนมากเลยนะค่ะ ทั้งเรพข้างบนและพี่ๆที่กำลังจะตอบข้างล่างด้วยค่ะ เป็นบทความที่เป็นประโยชน์ต่อรุ่นน้องอย่างเรามากเลยค่ะ ทั้งกำลังใจทั้งการเตรียมตัวเพื่อ ทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จ และรับมือกับความผิดหวังด้วย!! มันทำให้หนูมีแรงลุกไปอ่านหนังสือ555 ขอบคุณทุกตัวอักษรของพี่ค่ะ ^_______^
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 21:17 | 0
สวัสดีครับ .... อะแฮ่มๆ !

อันดับแรก ขอแนะนำตัวก่อนน้ะ

พี่เรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ของ สจล. กำลังจะขึ้นปี 2

แต่ตัดสินใจจะซิ่ว ผ่านการ แอดมิชชันในปี 2555

ว่าถึงเรื่องในปีของรุ่นของพี่ก่อนเลย คือการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2554

พี่สอบตรง มาก็หลายที่ แต่กระนั้นก็ 
ไม่เคย สอบติดสักที่เดียว

มีแต่ติดโดยการยื่นคะแนน หรือโควตา ที่มันไม่ใช่สาขาที่เราใฝ่ฝัน


*****************************************************************************

ขอย้อนกลับไปเริ่มตั้งแต่สมัยพึ่งขึ้นมอปลายเลยแล้วกัน น้องๆที่ขึ้น ม.ปลาย อย่ามัวแต่ใช้ชีวิตไปวันๆน้ะครับ อย่าลืมว่าในช่วงนี้ เราสามารถเก็บออม ความรู้ คะแนนที่ใช้ ในการเข้ามหาวิทยาลัยได้ นั่นก็คือ คะแนน GPAX ของเรา ซึ่งอาจมีบางมหาวิทยาลัยใช้ในการรับนักเรียนจากการยื่นคะแนน โควตา และที่สำคัญคือแอดมิชชั่น (20% แนะ ^^.) ในส่วนนี้แต่ละโรงเรียนก็จะมีการให้ที่แตกต่างกันออกไป หรือก็คือ แต่ละโรงเรียนนั้นเทียบกันไม่ได้ อ่ะๆ ! แต่จะขอเล่าในส่วนของโรงเรียนที่พี่จบมาแล้วกัน เป็นโรงเรียนหนึ่งใน พท.การศึกษาเขต2 กทม. ซึ่งก็จัดได้ว่าเป็นโรงเรียนที่ครองอันดับ นักเรียนหัวไม่ค่อยจะดี

ชีวิตม.ปลายของพี่นั้นก็ออกจะน่าเบื่อสักหน่อยก็คือมีปัญหากับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็ใช้ไปกับการเล่นคอมพิวเตอร์ แต่เรื่องการบ้านหรืองานที่ครูมอบหมายก็ทำครบ ส่งตามกำหนดตลอดเวลาสอบก็เตรียมตัว ทำคะแนนให้ได้ซัก 75 % ทุกวิชา (แต่พี่ไม่เก่งอังกฤษน้ะ) ทำแบบนี้ 3 ปี จบออกมาเกรดก็ประมาณ 3.6 กว่าๆ นี่ถือเป็นต้นทุนชีวิตพี่เลย


ชีวิต ม.ปลายของน้องๆ มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ น้องๆมีความสุขกับเพื่อนๆได้ น้องๆเล่นกีฬากับเพื่อนๆได้ ใช้เวลาทุกวันให้คุ้มค่าให้มีแต่ความสุข และที่สำคัญที่สุดอย่าทิ้งเรื่องเรียนเด็ดขาด ล่ะ...... ถ้าน้องสอบตรงไม่ติดก็ยังมี 20% ที่น้องจะได้ซักราวๆ 15 - 19 % แน่ๆ ตรงนี้เยอะน้ะ ^^

*****************************************************************************

ลำดับต่อไปเป็นการสอบ Onet ข้อสอบส่วนมากในการสอบ Onet ขอย้ำน้ะครับ ว่า ส่วนมาก ก็มาจากการเรียนในชั้นเรียน ถ้าน้องตั้งใจมาดี จุดนี้คะแนนที่ใช้ในการแอดมิชชันของน้องๆ จะได้เกินกว่า 50% หรือก็คือราวๆ 15 % จาก 30 % แน่นอนครับ เพียงแค่พลิกตำรามาทบทวนเนื้อหา ใช้เวลาทำความเข้าใจกับมันอีกครั้ง ^^ ที่จะติดกันก็คงจะเป็นวิชาในกลุ่ม ศิลปะ การงาน (แต่สำหรับพี่ที่หนักหนาที่สุดคืออังกฤษ T^T)

*****************************************************************************

ในส่วนของการสอบ Gat Pat รวมอีก 50 %

จะขอเริ่มจาก Gat ที่ทุกคณะสาขาต้องใช้ก่อนเลย

- ส่วนเชื่อมโยง ในส่วนนี้ถ้าน้องๆ ลองฝึกทำจากข้อสอบ Gat รอบก่อนๆหน้าแล้วทำได้ถูกต้องครบถ้วนละก็ 150 คะแนนจะไปไหน ^^
- ส่วนอังกฤษ ( จะไม่ขอพูดถึงน้ะ ไม่เก่งอะ.... ) ^^


และในส่วนของข้อสอบ Pat จะพูดถึงแค่ 1 2 3 น้ะ ^^

- Pat 1 วิชาคณิตศาสตร์ ถ้าน้องๆคนไหนที่เรียนพิเศษมาน่าจะทำกันได้บ้างอยู่แล้ว สำหรับน้องๆที่อ่านด้วยตัวเองนั้นแนะนำ ให้หัดทำข้อสอบ Pat 1 ครั้งก่อนๆ ทำความเข้าใจ ให้เป๊ะ ^^ (พูดๆมา ยังไม่เคยทำได้เลย) ทีนี้น้องก็จะพอทำได้บ้างแล้ว

- Pat 2 วิชาวิทยาศาสตร์
  .วิชาฟิสิกส์ ก็ดูในทุกๆเรื่อง จำเบสิกการทำในแต่ละข้อให้ได้จากการดูข้อสอบเก่าๆ ก็ช่วยได้ กลศาสตร์ ความร้อน ไฟฟ้า ฟิอะตอม นิว.... 
  .ส่วนวิชาชีวะอ่านท่องจำ ทำความเข้าใจ
  .วิชาเคมีก็จะมีบางส่วนที่เราต้องฝึกทำโจทย์ บางส่วนก็ท่องจำ เหมือนวิชาชีวะเลยก็ได้ ^^
  .part โลกอวกาศ ตรงนี้ไม่ยากถ้าน้องๆ เปิดตำราดูบ้างน้ะ ^^
  .part ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ให้น้องๆลอง ดูจากแนวข้อสอบเก่าๆก็ได้นะฮับ ^^ หึๆ

- Pat 3 ความถนัดวิศวกรรมศาสตร์
 อันนี้ต้องลองฝึกดู ทำ จากแนวข้อสอบเก่าๆก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งน้ะครับ แต่จากการสอบมาตั้งแต่รุ่นของพี่ สองครั้งหลัง คือ ธันวา 54 กับมีนา 55 นี้ข้อสอบจะเปลี่ยนแนวไปบ้างเล็กน้อยๆ และก็เป็นข้อสอบที่ลดวิชา แคลคูลัสลง จากปีพี่ และที่เพิ่มเข้ามา ก็เป็นเคมี ในรอบ ธันวา 54 แต่มีนา55 นี้ของไหล ความร้อน เยอะเลย เคมีลดลง

จากทั้งหมดนี้ถ้าน้องสมัครรอบแอดมิชชั่นแล้ว คะแนนน้องๆจะเกิน 50 % กันแน่ๆ ^^

ทั้งหมดที่พี่มีก็ประมาณนี้แหละน้ะ
สำหรับน้องๆที่สอบตรงไม่ติด เรียนไมค่อยเก่งก็ต้องตั้งใจ หมั่นตรวจเช็คคะแนนตัวเองดูเลยก็ได้ ประเมิณคะแนน ตั้งเป้าหมายไว้เลย
แล้วก็พยายามสู้ไปให้ถึงเป้าหมายที่ตัวเองตั้ง หรือถ้าน้องทะลุเกินกว่าเป้าไปได้ก็ดีเลย ^.^ โชคดีน้ะครับทุกๆคน 


และขอให้น้องๆที่ตั้งใจมาโดยตลอดประสบความสำเร็จในสิ่งนั้นๆ 
โพสต์เมื่อ 28/04/2555 22:47 | 15
สวัสดีจ้า เด็กแอดปีนี้คงจะเป็นอะไรที่สุดๆเลยก็ว่าได้มั้ง sad

เราขอเล่าก่อนว่าเรามีความฝันเล็กๆที่ยิ่งใหญ่คือ "แพทย์ ศิริราช"

ขอแบ่ง PART เป็น ม. 4- 5-6 นะจ๊ะ

ม.4...หลังจากที่ไม่ตืดเตรียมอุดมเราก็อยู่โรงเรียนเก่าของเรา แต่ความฝันตั้งแต่เด็กก็ไม่เปลี่ยน คือเราอยากเป็นหมอ ที่เลือกศิริราชเพราะเราประทับใจ ม.มหิดล มีโอกาศไปเข้าค่ายที่นั้นถึง 2 ครั้ง  ประทับใจสถานที่ รุ่นพี่ทุกคณะ และทุกอย่างที่เป็นมหิดล เลย  แต่ขอยอมรับว่า ม.4ไม่ได้เริ่มอะไรมากเท่าไร  ติดเพื่อน  ติดเฟส  บ้าเรียนพิเศษแต่ไม่รู้จักเอามาทวนเกรดเราเลยตกใน ม. 4 เทอม 2 นั้นทำให้เรารู้ว่า   "  การเรียนพิเศษไม่ใช้ทางออกเสมอไป " เพื่อนเราไม่ได้เรียนพิเศษที่ดัง(แถวพญาไทเลย) มันกลับได้ที่ 1 เกรดเยอะกว่าเราเพราะมันกลับมาทวน มาทำโจทย์สม่ำเสมอ  เพื่อนเรามันทำให้เราคิดได้เลย(มันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเรา)  เรายกเลิกตารางเรียนพิเศษที่ยาวเป็นหางว่าวของ ม.5 และ ม.6  (ราคารวมประมาณเกือบ 60000)  และเริ่มอ่านหนังสือที่มีกองเต็มบ้านซะ

ม.5.....ปิดเทอมก่อนขึ้น ม.5 เราอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ ตั้งใจว่าจะต้องจบ 1 รอบก่อนปิดเทอมให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จT^T   แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การติดค่าย สอวน.เคมี!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ณ จุดนี้การอ่านหนังสือมีเป้าหมายมากขึ้นเราอ่านแข่งก็ตัวเราไม่สนใจว่าคนอื่นเป็นยังไงเอาชนะใจตัวเองได้ก็พอ  รุ่นพี่ ม.6ที่โรงเรียนเก่งๆพลาด 7 วิชาสามัญเยอะมากๆ-*- ทำให้เรากลัว คิดว่าจะต้องฟิตให้มากกว่านี้ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นเหนื่อยมากท้อสุดๆถึงจะมีเวลาอีก 1 ปี (บางคนว่าเราบ้าที่ฟิตเกินเหตุ เดี๋ยวก็ลืม)  เราขอบอกน้องๆรุ่นต่อไปเลยว่าการเริ่มต้นก่อนนั้นย่อมใกล้จุดมุ่งหมายก่อนใครที่บอกว่าควรเริ่มตอนปิดเทอมขึ้น ม.6 เราขอบอกเลยว่าไม่ทันจริงๆขนาดเริ่มมาตั้งแต่ม. 5 อ่านแทบจะไม่ทันเลย-*-   ชีวิต ม.5 เรียนเยอะมากเนื้อหาหนักสุดๆ  กิจกรรมแยะมากๆๆๆๆๆๆ><

ม.6.... ในที่สุดช่วงเวลาที่เรารอก็มาถึง ช่วงปิดเทอมเรานั่งทำโจทย์อย่างเดียวเลยมันส์มากupsetความเครียดมันเริ่มทะลักเข้ามาแล้วเพราะเพื่อนร่วมห้องอยากได้แพทย์เยอะมากแล้วพวกเค้าก็ไปเรียนพิเศษอย่างสาหัสฉกาจฉกรรณ์ คนละ 3 -4 วิชาต่อวัน แต่อย่างที่เคยบอกเราเข็ดจาก ม.4 แล้วเรียนมันทุกที่สุดท้ายก็แพ้คนขยันmistake
เปิดเทอมมาเรียกว่าในห้องไม่มีอะไรเลยน้องจากการคุยเรื่อง การสอบ(กดดันได้อีก) เราแอบกลัวหวั่นๆเหมือนกันเพราะเพื่อนบางคนเปิดเทอมมาก็ติดโควต้า สอบตรงบ้างแล้ว มันนั่งชิล ชิล ในห้องไม่สนอะไรเลย-*- เพื่อนๆบ้างคนก็เหมือนเดิมลงกวดวิชาคอร์สตะลุยโจทย์กันแทบจะนอนที่วรรณสร์เลยทีเดียว อาเมน...-^-
ยอมรับนะเครียดมากตอนนั้น ยังไม่มีที่เรียน  7วิชาไม่รู้จะไหวหรือเปล่า ความถนัดหนูจะรอดมั้ย??

 "แต่ไม่ว่าตอนไหนที่เรากลัวสอบไม่ติดเราจะนั่งลงและหยิบ                    หนังสือขึ้นมาอ่านทันที "reading

ช่วงปิดเทอมเล็กเหมือนจะมีเหตุการณ์ที่เรารู้จากข่าวกันคือน้ำท่วมพ่อเราเครียดมากเพราะบ้านอยู่ในโซนพื้นที่สีแดง  แต่ดันไม่ท่วมซะที-*-ความถนัดแพทย์ประกาศเลื่อนสอบออกไป(แอบดีใจ)  แต่และการสอบอื่นๆละ?  GAT  PAT  เลื่อนไปไม่มีกำหนดแล้วถ้ามีสอบมี.ค ครั้งเดียวละ?  ตูจะรอดมั้ยเนี่ย!  7 วิชา ถ้าไปสอบติดๆกันหมดเลยทำไงละทีนี้? ช่างซวยไรปานนี้T^T สวรรค์มิโปรดเด็กแอดรุ่นนี้เป็นแน่!

การสอบกำหนดชีวิต

1.ความถนัดแพทย์ ไม่ได้เรียนทีใดเลย ว่ะฮ่ะฮ่าT^T  ซื้อหนังสือความถนัดแพทย์ตามงานหนังสือมาทำค่ะ คะแนนพอดูได้  แต่เวลาโปรดระวังก็วิชานี้เตรียมนาฬากาไปให้ดีนาฬิกาเราเจือกแบตหมดตอนสอบอ่าT^T โชคดีที่ทำเสร็จทัน



2.GAT/PAT เป็นอะไรที่ดราม่ามากเพื่อนเราบางคนออกจากห้องสอบมาถึงก็ร้องไห้เลยทีเดียวมันจะแอดเศรษฐศาสตร์ แต่คะแนนออกมาไม่สวยแน่ คะแนนสำหรับเราถือว่าไม่พอใจเท่าที่ควร  แค่คนอื่นบอกว่าดีแล้ว-*- เอ๊ะยังไง?  

3. 7 วิชาสามัญ  และแล้วก็มาถึง 70 %  ของแพทย์อยู่ที่นี่ชั้นจะต้องทำมันให้ได้ขอยอมรับทุ่มมากกับมันผลตอบรับออกมาสมกับค่าเหนื่อยที่ยอมแลกความสนุกของ ม.5 และ ม.6 ไป (แต่ขอบ่นหน่อยเถอะห้องสอบร้อนมากกกกกกก )

4.โควต้า  เราไปสอบทุกที่เลยอ่ะที่เกี่ยวกับแพทย์ มข.  ม.บูรพาก็ไปนะ  แต่โชคดีไปแต่ละที่ไท่เสียค่าที่พักเพราะ ยายเราอยู่มหาสารคามใกล้ๆกับขอนแก่น  ส่วนน้าอยู่พัทยาบ้านห่างจาก ม.บูรพาไม่ถึงกิโลเลยโชคดีไปเรื่องที่พัก-*-   มข.เราไม่ติดอ่ะT^T   ติดบูรพาแต่สละสิทธ์ เพราะเรายึดติดกับมันมากคือความฝัน   ศิริราช  นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่อยากให้ทำนะเพราะมันเป็นสิ่งไม่ค่อยจะถูกถึงไม่ผิดกฎหมายก็เถอะ

5.O-NET  ดังมากถึงขั้นออกข่าวสรยุทธ 555+  แม่เรานั่งขำกับข้อสอบ  แต่เราขำไม่ออกจริงๆในห้องสอบT^T  มันไม่แปลกนะเราว่า(คหสต.) เรื่องเตะฟุตบอลอ่ะเรามองว่ามันเป็นการออกกำลังกายอ่านจบฝนข้อนี้เลย  อื่นๆก็ยากเช่นเลขแต่ไม่เท่า 7 วิชา เราผ่านเกณฑ์ 60 ของ กสพท. มาอย่างเฉียด >0<

ช่วงเวลาแห่งการรอคอย


เราคงทำอะไรไม่ได้เเล้วนอกจากสวดมนต์ภาวนาให้มันมีชื่อเราติด  การสอบทั้งหลายแหล่เราไม่รู้ว่ามันวัดอะไรเด็กไทยได้  แต่ที่เรามั่นใจว่ามันวัดเด็กไทยได้อย่างเดียวคือ ความขยันความเพียรในการอ่านหนังสือไม่รู้นะที่เรามีวันนี้เราว่าเพราะเพื่อนเราอ่ะต้องขอบใจมัน มันเป็นเพื่อนที่ดีมาก ขอบใจที่คอยทุบหลังเวลานั่งเหม่อแล้วสั่งให้อ่านหนังสือ   ขอบใจที่บอกให้เริ่มอ่านซะที ขอบใจที่แกไม่ทิ้งชั้นนะเพื่อนkiss      congratulation

เรียนพิเศษ

สมัยนี้ใครไม่เรียนพิเศษแล้วสอบไม่ติด...

สมัยนี้ใครใครไม่เรียนพิเศษเดี๋ยวโง่

เราไม่เห็นด้วยเลยกับคำพูดพวกนี้เราเอาหัวเป็นประกันเลย(กับเพื่อนเราด้วย//แม้มันไม่รู้เรื่อง)ว่าเรียนพิเศษไม่ใช่ทุกอย่าง  แต่ถ้าบางคนอ่านเองไม่ไหวเราก็ขอแนะนำล่ะกัน เพราะหนูเรียนมาทุกที่แล้วตอน ม. ตั้นกับ ม.4 55555+

1.คณิตศาสตร์ 
    SUP'K  เรียนฮามากท้องแข็งทุกช่วงโมง  ที่นี้สูตรลัดเยอะสอนละเอียดโจทย์ทุกแบบบนโลก ย้ำทุกแบบจริงๆ
    อ.อรรณพ  แกสอนดีเราไปเรียนอ่ะ แต่เร็วมาชอบลบที่จดเร็วๆ การบ้านดี
   โอพลัส  เราฌฉยๆกับที่นี่อ่ะ พี่โอ๋ก็สอนรู้เรื่องดีอยู่
    เอ-เลเวล เปิดใหม่ของพี่แท็ปออนดีมานดีตรงที่เค้าเป็นจองเวลาเองได้

2.เคมี
   เจ้าเก่าตลอดกาล  "แม่อุ๊"  น่ารักมากแกทำอะไรก็เรียนรอยยิ้มนักเรียนได้><  สอนดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  แต่!!! ขอย้ำหากใครจะซื้อหนังสืออาจารย์อุ๊มาอ่านเองเราแนะนำว่าอย่า(คหสต.)เพราะแกมีเนื้อหาน้อยสรุปๆรวมแกจะอธิบายในห้องให้เด็กทำโจทย์เลย  หากซื้อมาอ่านอาจจะงงๆได้

3.ชีวะ
   หมอบีม  ฮา 55555555555555555555555  สอนดีใครจะเป็นหมอแนะให้เรียนเลย
   อ.เอกฤทธิ์ ยูเรก้า ละเอียดดดดดดดดดดดดดดดดยิบ แต่! จดเองหมดจ้า มือเทียบพังT^T

4.ฟิสิกส์
    แอพพลาย  พวกเทพ เรียนไปเลย
    ออนดีมาน เราชอบอันนี้นะ สอนช้าฟังไม่ทัน ย้อนได้ เรียนกับคอมส่วนตัว
    ไอเดียล  เจ้าแห่งความฮา พี่มักแกสุดยอดตลกมาก
     นีโอ  อันนี้ใครเป็นพวก ที่อดทนมากๆๆๆๆไม่หลับเราแนะให้ไปเลยสอบละเอียดทฤษฤีครบแต่ง่วง z z Z

5. อังกฤษ
    ครูสมศรี  สวย  ผอม  เซ็กซี่ 5555  เราว่าแกสุดๆเลยสอนดีมากๆ ชอบแนวการสอนไม่มีทางเบื่อ
    พี่แนน  อาซิ้มของหนู>< ครูพี่แนนเทคนิคดี แกรมม่าเป๊ะมาก ใจดีสุดๆ

6.สังคม-ไทย
   ดา-ว๊อง  อ.ปิงที่รักหนูรักอ.ค่ะ  เป็นครูสังคมที่สอนดีมากเสียใจที่เรียนแค่คอร์สเดียวT^T  
   ครูป๊อป  สอนแต่สังคมแต่คนนี้เนื้อหาแน่นทีเดียว

หนังสือที่อ่าน

เป็นสิ่งที่อยากแนะนำที่สุดคือหนังสือจ้า

1.คณิตศาสตร์
       อันนี้เป็นสรุปเนื้อหา สูตร
           
  ส่วนข้อสอบเราทำจากอันนี้
          


2.เคมี
       สรุปเนื้อหาเล่มนี้ดีมากแนะนำทุกคนควรมีเพิ่งซื้อมาก่อนจะสอบเอง

         


   ส่วนข้อสอบ แนะนำทำได้เกิน 10 พ.ศ. เราว่าโอเคเลยแต่ต้องถูกด้วยนะ^^
  


3.ฟิสิกส์

      อ่านทฤษฎีเล่มนี้เลย 
         

แต่ข้อสอบ  
       

4.ชีวะ 

     แน่นอนเด็กแอดต้องมี
   


และเราก็อ่านเล่นนี้ด้วย


5.อังกฤษ 
     เล่มเดียวเอาอยู่ ทำครบอ่ะสุดยอด-*-b 


ส่วนคำศัพท์อ่ะ เราอ่านในเล่มนี้มีด้วนด้านหลังเป็นศัทพ์ที่ออกบ่อยเราบอกแล้วเล่มเดียวเอาอยู่ 5555

6.ไทย-สังคม

(ไทยก่อน)
    เราซื้อมาจากในเน็ตอ่ะเห็นมัคนบอกว่าดีไม่มีขายทั่วไปต้องเรียนกับดา-ว๊อง


 

และทำ บ.ฝ เล่มนี้จ้า 




สังคม  เราซื้อมาเล่มเดียวอ่าของครูป๊อปดีใช้ได้


7.ความถนัดแพทย์

มีเล่มนี้แล้วก็อ่านของแบรนที่ไปเรียนมาและก็เปปทีนจ้า
     

8.GAT เชื่อมโยง

อ่านเล่มนี้แล้วก็ติวของแบรนด้วยจ้า





น้องๆจ๊ะที่พี่แนะนำมาน้องอาจจะได้แรงบันดาลใจบ้าง หรือบางคนเฉยๆ-*-  แต่พี่ขอยกคำพูดครูพี่แนนที่พูดว่า  "ถ้ากล้าที่จะฝันต้องกล้าที่จะรับผิดชอบความฝัน จุดความฝันขึ้นบนความจริง"  ปีนี้หลายคนพลาดไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ แล้วเราจะมานั่งเสียใจพูดว่า "โธ่! รู้งี้  อ่านหนังสือก็ดี"   "โธ่! รู้งี้ไม่เล่นเฟสดึกๆก็ดี"  "โห รู้งี้ทีหลังจะตั้งใจเรียน"  น้องจ๋า มีเงิน 1000 ล้าน น้องก็ซื้อคำว่า  รู้งี้ ไม่ได้นะจ๊ะ^^ 

ภาษิตพี่อาจจะแปลกๆแต่มันก็ทำให้พี่สำเร็จได้ในวันนี้inject

ความคิดเห็น

issarapornice 04/05/2555 20:00

พี่คะ หนูอยากได้ FACEBOOK พี่มากๆเลย ได้ไหมคะ T^T ถ้าไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ หนูขอถามพี่ข้อนึง คือตอน ม.5 เทอม 1 หนูก็คิดเหมือนพี่เลยค่ะ หนูก็อ่านหนังสือเพื่อเก็บความเข้าใจที่เรียนๆมาแล้ว หนูคิดว่าเริ่มต้นก่อนถึงก่อน แต่ตอนนั้นหนูยังได้แค่วิชาเคมีอะค่ะ แถมได้ แค่ 4 เรื่องเอง T^T แล้วตอน ม.5 เทอม 1 พี่อ่านได้หลายวิชาไหมคะ ปล.ตอนนี้หนูอยู่ ม.5 เทอม 2 ปิดเทอมอยู่กำลังขึ้น ม.6 ค่ะ
โพสต์เมื่อ 30/04/2555 00:38 | 0
สวัสดีครับ วันนี้ก็จะมาเล่าประสบการณ์การสอบในหนึ่งปีที่ผ่านมานะคับ
ที่จะพูดถึงคงจะแปลกนิดนึงเพราะตัวเองจะเน้นไปทางสอบตรงสายออกแบบ ไม่คิดว่าตัวเองจะเลยมาถึงแอดมิชชั่นได้
ก็จะมาแชร์ประสบการณ์สอบตรง ศิลปกรรมศาสตร์ มศวและจุฬาฯ มัณฑนศิลป์ ศิลปากร สถาปัตย์ฯลาดกระบัง รวมทั้ง GAT PAT O-NET ด้วยนะครับ

1. GAT 

     รอบแรกยอมรับว่าเตรียมตัวมาไม่ดี เพราะทุ่มเวลาไปติวสอบตรงอย่างเดียว พอมารู้ตัวอีกทีก็อีกอาทิตย์ก็จะสอบแล้ว ก็เลยรีบอ่านอย่างเร็วภายในหนึ่งอาทิตย์ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ เอาข้อสอบเก่าๆมาลองทำดู เพราะยังไงๆข้อสอบมันก็จะไม่ยากไปกว่าเดิมแน่ๆ ในพาร์ทอังกฤษที่มีแต่คนกลัว จริงๆแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวถ้าเราเตรียมตัวมาดีนะครับ เท่าที่จับทางได้เนี่ย มันจะมีพวกบทสนทนาเยอะอยู่ ถ้าใครมีเวลาลองไปฝึกเกี่ยวกับพวกสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวันตามซีรี่ย์ดูก็ได้ครับ ดูแบบเป็นซับไทยนะ จะได้รุ้ความหมายมัน ส่วนเรื่องบทความ ถามว่าทำยังไงดี เริ่มจากฝึกอ่านบทความ จับใจความมันโดนใจความมันจะอยู่ที่ชื่อเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ในย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย(ถ้ามี)ก็จะเป็นใจความของมัน ส่วนกลางๆก็จะเป็นเนื้อหาของมันนะ อย่าตอบเกินความจริงที่ไม่ได้เขียนมาในบทความ เลือกตอบข้อที่พอดีๆ เช่น บทความบอกว่า เกือบทุกคน แต่เราไปตอบทุกคน อย่างนี้เราก็ผิดนะ ฉะนั้นดูคำที่เค้าใช้ให้ดี เรื่อง Error Identification ก็ให้เราทวนเรื่องโครงสร้างให้ดี เค้าไม่วัดอะไรมาก แต่เค้าจะมีตัวหลอกล่อเยอะ ฉะนั้นฝึกทำบ่อยๆ เราจะมีดวงตาเห้นธรรมเห็นข้อผิดเอง สุดท้ายเรื่องเรียงประโยค ตรงนี้ให้เราไปดูเรื่องคำเชื่อม  (Conjunction) มาให้ดี จำมาเลยได้ยิ่งดี จำแบบเป็นกลุ่มก็ได้นะ เช่นพวกความหมายคล้ายกันก็จำมันเป็นเพลงไป พวกนี้จะช่วยเราได้ในพาร์ทนี้แหละ

2. PAT 
เนื่องจากตัวเองเรียนสายศิลป์อ่ะนะครับ เลยไม่มีพวกแพทเลขแพทวิทย์
2.1 PAT5
     ไม่เคยอ่านเตรียมสอบแพทครูมาก่อน ก็ยังพอทำได้อยู่ เนื้อหาข้อสอบจะออกแนวความรู้รอบตัวทั่วไป รวมถึงมีข้อสอบที่วัดบุคลิกลักษณะความเป็นครูอะไรประมาณนี้ด้วย คำแนะนำก็คืออย่าเครียดน่ะแหละ เพราะจำนวนข้อค่อนข้างเยอะ แล้วโจทย์คำถามก็ค่อนข้างยาว ฉะนั้นมีสมาธิ อย่าลอกแลก จัดการกับเวลาใ้ห้ดี

2.2 PAT6
      แพทศิลปกรรมศาสตร์จะออกข้อสอบเนื้อหาคล้ายๆกับวิชาศิลปะในโอเน็ต แต่เพิ่มเนื้อหาหลักการออกแบบเข้าไปด้วย เช่น 
EX หลักการออกแบบ สิ่งใดสำคัญที่สุด
    1.ความสวยงาม ความหรูหรา
    2.ประโยชน์ใช้สอย
    3.ใช้วัสดุ วัตถุดิบในพื่นที่ให้เป็นประโยชน์ (ตอบข้อนี้)     
     เหตุผลก็คงจะตามหลักการรักษาสิ่งแวดล้อมนะครับ เป็นเหตุผลสำคัญที่สุด นอกจากนี้ก็จะมีเนื้อหาประวัติศาสตร์ศิลป์ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยจะเน้นทางตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ทั้งในเรื่องจิตรกรรม ประติมากรรมและสถาปัตยกรรม โดยจะถามถึงว่าผลงานนี้ ใครคือผู้สรรสร้าง ผลงานนี้อยู่ในลัทธิใด (เช่น Impressionism Cubism ออกบ่อย) ศิลปินท่านนี้อยู่ในลัทธิใด ถ้าทางฝั่งไทยก็ให้ไปอ่านเกี่ยวกับพระพุทธรูปปางต่างๆ วัดวาอารามและพระราชวังต่างๆ คิดว่าข้อสอบน่าจะสนใจศิลปะของประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนมากขึ้นด้วยนะครับ ในเรื่องดนตรีและนาฎศิลป์นี่ไม่ค่อยสันทัดนะครับ แต่คิดว่าในหนังสือเรียนน่าจะมีเนื้อหาอยู่ แต่ข้อสอบจะออกค่อนข้างกว้างแล้วก็จะเน้นหนักไปทางศิลปะด้วย ในช่วงท้ายของข้อสอบจะเป็นตอนที่ให้หาความสัมพันธ์ด้วย แต่ไม่อยากเกินความสามารถหรอกครับ ในเรื่องเวลานี่เหลือเฟือเลย นั่งทำชั่วโมงครึ่งก็เสร็จละ มีเวลานอนยาวเลย 555

2.3 PAT7 ความถนัดภาษาญี่ปุ่น
     ไม่ได้อ่านเลย บอกตามตรง เข้าไปมั่วมาก แต่พอได้ดูแนวข้อสอบมาบ้าง จะออกไวยกรณ์ตั้งแต่ม.4 เทอมสองเลยยาวมาจนถึงบทสุดท้ายตอนม.6เลย ค่อนข้างกว้างแต่ออกประมาณอย่างละข้อสองข้อ อีกพาร์ทที่มาฆ่ากันนิ่มๆเลยคือ Reading เพราะเยอะพอสมควร ประมาณ 5-6 เรื่องได้ คำแนะนำก็ึคงมีแค่ฝึกทำข้อสอบเก่าแล้วก็พยายามตุนคลังคำศัพท์ในหัวไว้เยอะๆครับ เพราะมันก็จะช่วยเราได้พอสมควร

3. O-NET
     ก็มีทั้งหมด 8 วิชา ภาษาไทย สังคม อังกฤษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะและการงานอาชีพ
เนื้อหาก็เท่าที่ได้เรียนมาตลอดสามปีนั่นแหละครับ ในวิชาภาษาไทย จะเน้นเรื่องหลักภาษาและการอ่านจับใจความซะมากกว่า เรื่องวรรณคดีจะออกไม่มาก สังคมก็จะออกแนววิเคราะห์นิดหน่อย ต้องจำไว้ว่าต้องตอบข้อที่ถูกที่สุด เพราะมันเหมือนจะถูกทุกข้อเลย อังกฤษง่ายกว่าแกทพอสมควร คิดว่าอ่านคู่มากับแกทเลยก็ได้ แต่ให้ดูพาร์ทแปลกๆอย่างพาร์ท Error Identification ด้วย เพราะจะมาแปลก 1ข้อ 16 ตัวเลือก คณิตและวิทย์ก็ปล่อยผ่าน ไม่ได้เรียนสายวิทย์มา 555 แต่ก็ได้ทวนเนื้อหามาบ้าง เอาที่สำคัญๆ ฟื้นความรู้ขึ้นมา คะแนนก็ถึงครึ่งพอดี ฉะนั้นก็ไม่ต้องเครียดครับ ถ้าเราเตรียมตัวมาดี

4.สอบตรง
   ศิลปกรรมศาสตร์ มศว
     สนามสอบแห่งแรกของปี ในคณะนี้ส่วนใหญ่เปิดสอบตรงอย่างเดียว ไม่รับแอดมิชชั่น แล้วเราก็เลือกสอบได้แค่สาขาเดียวเท่านั้น ข้อสอบก็จะมีภาษาไทย ภาษาอังกฤษ (ไม่ยากมากทั้งคู่) ข้อสอบ SAT (วัดไหวพริบของเราประมาณนั้น) แล้วก็ข้อสอบของแต่ละสาขาำไป ในคณะนี้ก็จะมีทฤษฎีของแต่ละสาขา ตามด้วยปฏิบัติ 
      ก็ขอเล่าที่ตัวเองไปสอบแล้วกันนะครับ สาขาออกแบบสื่อสาร ข้อสอบทฤษฎีก็จะไม่แตกต่างจากข้อสอบทฤษฎีนิเทศศิลป์ของลาดกระบังสักเท่าไหร่ เนื้อหาก็จะมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกล้อง เลนส์ ศิลปินต่างๆ แล้วก็พวกโลโก้ สัญลักษณ์ที่พบเห็นได้โดยทั่วไปเช่น Facebook 
     ส่วนปฏิบัติของสาขาออกแบบสื่อสารนี้จะมีกี่ข้อ ให้ทำอะไรบ้างก็ขึ้นอยู่กับโจทย์แต่ละปี ออกแบบปกหนังสือบ้าง ออกแบบโปสเตอร์บ้าง ปกซีดีบ้าง พยายามคิดให้แหวกและให้รอบคอบเข้าไว้ จัดสรรเวลาให้ดีคือเรื่องสำคัญที่สุด ทำไม่ทันอาจจะหมายถึงสอบตกเลยก็ได้่นะครับ ที่นี่ผมสอบติดมีสิทธฺเข้าศึกษาแต่ว่าไม่ได้เลือก ถ้าใครอยากได้เทคนิกอะไรตั้งแต่ตอนสอบหรือสัมภาษณ์ เรื่องพอร์ตก็ได้นะครับ ก็ถามมาได้

   ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
       ตอนที่ไปสอบจะแบ่งออกเป็นสองครั้ง ครั้งแรกจะสอบแค่วิชาที่เป็นข้อเขียนเท่านั้น วิชาสามัญก็จะสอบเหมือนกับหมดทุกคณะที่เปิดรับตรง(พิเศษ) คือภาษาไทย(ออกแนวคิดวิเคราะห์)และภาษาอังกฤษ ส่วนอีกวิชาเป็นวิชาเลือกระหว่างสังคมและคณิตศาสตร์ ต่อมาก็จะเป็นวิชาทฤษฎีนฤมิตศิลป์และวิชาทฤษฎีทัศนศิลป์ ตามที่เราได้สมัครไว้ ทางทัศนศิลป์ เนื้อหาก็จะคล้ายๆโอเน็ตศิลปะ ที่ตัดดนตรีกับนาฎศิลป์ออกไป ส่วนนฤมิตศิลป์ก็จะคล้ายกับแพท6
      ต่อมาเป็นสอบครั้งที่สอง ที่ดูเ้หมือนจะให้เวลาเราเตรียมตัวพอสมควร สอบรอบนี้ก็จะมีแค่ปฏิบัติตามสาขาที่เลือก ก็จะยกตัวอย่างสาขาเรขศิลป์ (ก็คือนิเทศศิลป์นั่นเอง) ภายในเวลา 3 ชั่วโมง กลับต้องทำข้อสอบหลายข้อมาก ปีที่ไปสอบมีสามข้อ ข้อแรกคือจากที่ทางม.ให้เราเอารูปหน้าตรงเข้าไป เค้าก็สั่งให้เราวาดรูปหน้าด้านข้างซึ่งใส่หมวกสไตล์กรีกโรมันที่ทำจากไม้ ขนสัตว์และเหล็ก ข้อสองก็ให้ออกแบบโปสเตอร์กำหนดสีด้วยคือ ขาวดำแล้วก็อีกหนึ่งสี ส่วนอีกข้อคือออกแบบไอคอนสำหรับแอพในสมาร์ทโฟน 4 แอพ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะมีเรื่องของที่เราเอาไปใช้สอบน่ะแหละครับ เพราะบางทีก็หยิบไปไม่หมดเพราะเราเข้าได้รอบเดียว ออกมาเอาน้ำไม่ได้บ้าง ก็ต้องเตรียมใส่ขวดไป อีกเรื่องที่สำคัญก็คือเวลา 3ข้อ 3 ชั่วโมงก็เท่ากับข้อละชั่วโมง อันนี้ก็ขึ้นอยุ่กับการฝึกฝนของเราแล้วล่ะครับ

    มัณฑนศิลป์ ศิลปากร
      ที่นี่มีสอบสามัญ 5 วิชาคือ ไทย สังคม อังกฤษ วิทย์และคณิต โดยคะแนนวิชาไทย สังคมและอังกฤษรวมกันต้องเกิน 45 คะแนนจากเต็ม 150 ถึงจะผ่านนะ ส่วนวิทย์และคณิตรวมกันต้องเกิน 30 คะแนนจาก 100 เนื้อหาข้อสอบก็ถือว่าไม่ง่ายเลย แต่ก็เป็นเนื้อหาตอนม.4-5 ประมาณนี้
      วิชาบังคับอีกวิชาก็คือวิชาวาดเส้น ที่นี่เค้าจะให้เวลาเราทำเยอะ คือ 3 ชั่วโมง แต่โจทย์ก็จะยากขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่จะเจอโจทย์วาดมือ ถือนู่นนี่นั่น เช่นช้อน กระจกส่องหน้า ไม่ก็อาจจะเจอโจทย์วาดสิ่งของไปเลยเช่นปีที่ไปสอบสั่งโจทย์วาดซองมาม่าต้มยำกุ้ง ฉีกข้างในออกมาให้เห็นบะหมี่ข้างในมากกว่าครึ่ง ห้ามหันด้านลายของซองมาม่าหนี ให้วาดลายด้วย บางทีก็อาจจะออกหน้าคนได้ วิธีเดียวที่จะปราบโจทย์พวกนี้ก็คือ ทำมันให้หมด วาดให้หมด ให้เราชินกับมัน และจัดสรรเวลาให้ดีด้วย เตรียมดินสออีอีไปเยอะๆ ซักโหลถึงสองโหลไปเลย งานยิ่งเนี้ยบยิ่งดีนะ ที่นี่เค้าจะตรวจค่อนข้างโหด ฉะนั้นพยายามอย่าให้มีจุดผิดพลาดเด็ดขาด มั่นใจเข้าไว้
     ต่อมาก็คือวิชาของแต่ละสาขา ให้เวลา 3 ชั่วโมง นิเทศศิลป์แต่ละปีโจทย์ก็จะเปลี่ยนตลอด ทำโปสเตอร์บ้าง ทำบิลบอร์ดบ้าง มีอยู่ปีนึงมาแปลก ทำใบความรู้ ฉะนั้นหัวเราต้องเปิดกว้างเข้าไว้ ไม่ใช่ว่าเราจะทำสวยแล้วเราจะติดนะ หัวต้องสร้างสรรค์มากๆด้วย ฉะนั้นลองสังเกตงานของศิลปินดู ลองดูวิธีคิด วิธีสร้างสรรค์งานของเค้า ลองหาความเป็นตัวของตัวเอง หาเอกลักษณ์ ลองฝึกทำไปเรื่อยๆ คงคำแนะนำที่ดีที่สุด โจทย์เค้าให้อะไรมา อย่าให้ขาด ทำผิดโจทย์เค้าไม่ตรวจนะครับ ฉะนั้นทำให้ตรงโจทย์ด้วย อ่านให้รอบคอบ

    สถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และดิจิตัลมีเดีย ลาดกระบัง
        จากที่ไปสอบมา ตอนเช้าสอบข้อเขียน มีทฤษฎีของสาขาบ้างซึ่งเนื้อหาก็จะคล้ายกับออกแบบสื่อสาร มศว แต่ของฟิล์มให้ไปดูเรื่องหนังไทยที่ไปประกวดตามเทศกาลหนังต่างๆด้วย เรื่องผุ้กำกับเช่นกัน แล้ววิชาสามัญที่มีในข้อสอบก็จะเป็นอังกฤษ และภาษาไทย ไม่แน่ใจว่ามีสังคมมั้ยนะ แต่ไม่มีวิทย์และคณิตย์นะ
       ส่วนภาคบ่ายมีสอบปฏิบัติ 3 ชั๋วโมง ของสาขาภาพยนตร์ปีที่ไปสอบมีโจทย์มาเป็นเรื่องราว สั่งให้วาดเรื่องนั้นลงไปในสตอรี่บอร์ด พร้อมแต่งต่อจนจบ อีกฝั่งหนึ่งของกระดาษให้วาดฉากหนึ่งของเรื่องนั้น คือฉากตำรวจไล่โจรผู้ร้าย ปัญหาคือเวลา เพราะตัวเองก็ทำไม่ทัน ไม่รู้ผ่านข้อเขียนไปได้ไงเหมือนกัน จริงๆก็ติดสัมภาษณ์ด้วย ตอนสัมภาษณ์แนะนำว่าให้เอางานจริงไปด้วยนะ เผื่อเค้าขอดู ส่วนใหญ่เขาก็จะอยากดูด้วยแหละ ถ้ามีพวกงานที่เกี่ยวกับภาพยนตร์หรือเอมวีอะไรพวกนี้ก็เอาซีดีไปด้วย เค้ามีให้เราโชว์นะครับ

    ***ที่ผ่านมาหนึ่งปีนี้มันสอนอะไรหลายอย่างมาก และอีกสิ่งหนึุ่งที่ได้เรียนรู้จากมันคือ ถ้าเราพยายาม เราก็ทำได้ มันไม่มีคำว่าสายสำหรับคนตั้งใจจริงนะครับ ชีวิตม.ปลายมีค่ามาก แต่อนาคตก็มีค่าเช่นกัน จัดสรรเวลาให้ดี แล้วสิ่งๆดีก็จะเปิดแขนอ้ารอรับเราอยู่ข้างหน้าครับ ขอให้ทุกคนที่ตั้งใจโชคดี May the odds be ever in your favor.(ขอให้โชคเข้าข้างคุณ) 

                                               Sheepish เด็กแอดรุ่นหนีน้ำ 55
โพสต์เมื่อ 29/04/2555 15:53 | 1
เราขอเเนะเเนวเด็กที่อยากเป็นนิสิตอักษรจุฬาละกันนะ 
เราใช้เเพทญี่ปุ่นยื่นนะ


-  อย่างเเรกเลย เปิดเน็ตเช็คข้อมูลข่าวสารบ่อยๆ 
ว่าการสอบเค้าใช้อะไรบ้าง อย่างรุ่นเรา ตอนเเรกเป็นgat70% pat30% อุตส่าห์หลงดีใจ เเต่ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นไทย อังกฤษ สังคม ญี่ปุ่น อย่างละ25% ถามเพื่อน ถามครูเเนะเเนวบ่อยๆ ว่าอะไรสมัครตอนไหน 
จ่ายเงินวันไหน ดูเหมือนเป็นเรื่องที่รู้ๆกันอยู่เเล้ว เเต่ทุกปีมันก็มีหลายคนที่ทำไม่ทัน ก็เลยไม่ได้อย่างน่าเสียดาย


- อักษรจุฬาปีหน้าไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าจะใช้อะไรสอบเข้าบ้าง เเต่เราว่าที่เเน่ๆ ต้องมีอังกฤษกับภาษาที่สามเเน่ 
เรียนให้เเม่นๆเลยนะ^^


- การอ่านหนังสือ
เราอ่านจริงๆจังๆตอนขึ้นมอหกมานี่เอง กับตะลอนเรียนพิเศษ วันๆอยู่เเต่เเถวตึกอุ๊ สยามกิต สยาม ซึ่งเหนื่อยมากกกกกกกกกกก
เราอ่านวันละนิดละหน่อย
หลายๆทีตื่นเช้ามา ไปนั่งเเม็คเเล้วอ่านก่อนไปรร
ถ้าเป็นไปได้ อยากให้เริ่มตั้งเเต่ม4 5 จะดีมาก จะเก่งได้ มันต้องใช้เวลา
ไม่ใช่เเค่ขยันเเค่วันสองวันจะสู้คนที่ขยันมาเป็นปีได้


- หนังสือญี่ปุ่นที่เราใช้ คือเล่มฟ้าหนาๆที่รวมหลายสิบฉบับไว้ในอันเดียว ข้อสอบระดับ3เก่า ข้อสอบn4 ข้อสอบpatเก่า 
ทำให้ครบทุกอัน โดยเฉพาะข้อสอบpatเก่า ทำสักสามสี่รอบได้จะดีมาก
ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่รู้ๆกันอยู่เเล้ว เเต่จริงๆมันสำคัญมากนะ
ตอนเเรกๆเราทำก็ได้คะเเนนน้อย พอทำไปทำมา ก็ได้เยอะขึ้น
ข้อไหนผิด วงไว้เลย กลับมาดูว่าผิดเพราะอะไร ตรงนี้สำคัญมาก! 


- ที่เรียนพิเศษ 
1 ญี่ปุ่น จริงๆเราเเนะนำให้เรียนตัวต่อตัวกับครูเก่งๆจะดีสุด เป็นเร็วสุด เเต่ถ้าอยากเรียนกลุ่ม เราเเนะนำให้เรียนที่"zashi"อยู่เเถวราชเทวี พี่เค้าเก็งเเพทดี หรือ"mainichi"ก็ดีนะ ครูญี่ปุ่นสอนดี
2 อังกฤษ เรียนกับครูสมศรีเท่านั้น! คนนี้สุดยอดมากกกกกกกๆๆๆๆ
ไม่รู้จะพรรณนายังไง คือชีเก็งข้อสอบเเกทเก่งมากๆ 
เเผ่นคำศัพย์4หน้าที่เค้าให้มา ท่องให้ครบทุกตัวนะ มันออกจริงๆ เห็นในข้อสอบนี่ เเทบลุกขึ้นมา ชูมือขึ้นเเล้วหมุนๆเลย 55555


- พอร์ท
ไม่ต้องซีเรียสเท่าไหร่่นะสอบตรงอักษรจุฬา เเต่ให้เตรียมไปบ้างเป็นพิธี
ไม่งั้นเดี๋ยวเหวอว่าทำไมทุกคนมี เราไม่มี 555
ตอนเรียนเวลามีเเข่งญี่ปุ่นอะไร เราไปเเข่งทุกงาน ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง
เป็นประสบการณ์ สนุกดี เก็บเกียรติบัตรดีๆ เอามาใส่พอร์ท
อีกอย่างที่ใส่ได้ เกียรติบัตรสอบวัดระดับญี่ปุ่น 
ไปสอบจะได้ทดสอบความสามารถตัวเองไปในตัว
เเถมได้เอามาใส่พอร์ทดูเก๋อีก 


- สัมภาษณ์
ส่วนใหญ่เค้าไม่ถามอะไรยากๆนะ ถามเเบบบ้านอยู่ไหน มายังไง น้ำท่วมมั้ยทำนองนี้ เเต่ให้เตรียมพวกทำไมอยากเข้าคณะนี้ โตขึ้นอยากเป็นอะไร ส่วนของเราถามคณะนี้เรียนอะไรบ้าง เราเลยไล่วิชามายาวๆ 
อา.ทึ่งเลย 5555 สำคัญนะ! 


      สุดท้ายเเล้ว อยากจะบอกว่าสิ่งที่เราท่องไว้ตลอดปีที่ผ่านมาคือ ในขณะที่เราก็เล่นเฟส เดินสยาม อ่านนิยาย ดูหนัง มีคนอีกหลายหมื่นทีี่อยากเข้าอักษรจุฬาเหมือนเรากำลังนั่งอ่านหนังสือ เรียนพิเศษอย่างบ้าคลั่งอยู่.... อาจจะเหนื่อยหน่อยในวันนี้ เเต่ก็เเค่ปีสองปีเท่านั้นเเหละ 
สู้ๆนะคะน้องๆทุกคน ^^
โพสต์เมื่อ 29/04/2555 16:04 | 2
รู้ว่าทุกคนเคยได้ยินคำเหล่านี้

คนเก่งหรือจะสู้คนขยัน 

เหนือฟ้ายังมีฟ้า


แต่มีคำๆหนึ่งที่สะดุดใจฉันมาก นั่นก็คือ...

"จงอย่าออมแรงให้กับชีวิต แล้วชีวิตจะไม่ออมแรงให้ักับคุณ"

ในสายตาของคนใกล้ตัวมองว่าฉัน.....

เป็นเด็กขี้เกียจ....
เป็นเด็กหัวไม่ดี....
ไม่สนใจเรียน....
ได้เกรดแค่ 2.6 กว่าๆ....


ทุกคนมองข้ามฉัน แต่ฉันไม่เคยมองข้ามตัวเอง และก็ยังมีคนที่คอยให้กำลังใจฉันอยู่เสมอ นั่นก็คือ....พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และแฟนของฉัน

ทุกคนเป็นกำลังใจให้ฉัน

ทุกคนทำให้ฉันมีแรงใจและแรงกายฮึดสู้ขึ้นมา

ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ.....รอวันที่ฉันประสบความสำเร็จ!

ฉันจึงเริ่มที่จะค้นหาตัวเอง ค้นหาความฝัน และความถนัด จนในที่สุดก็เจอ........
สถาปัตย์

ฉันไม่สน ว่าตัวเองจะเกรดเท่าไร 

ฉันไม่แคร์ ถ้าใครจะหาว่าฉันโง่แต่ทะเยอทะยาน

ฉันไม่ถือ ถ้ามีใครจะสมน้ำหน้าฉัน

แต่ฉัน จะขอใช้พลังในตัวฉันที่มี ทำให้ความฝันของฉัน เป็นจริงขึ้นมาให้ได้!


เมื่อฉันค้นพบตัวเอง ฉันจึงเริ่มที่จะแสวงหาความรู้เพิ่่มเติม เพราะ สถาปัตย์ ในตอนนั้นฉันแทบไม่รู้จักเนื้อหาหรือแนวข้อสอบอะไรเลย
ฉันเริ่มหาสถานสอนพิเศษเกี่ยวกับสถาปัตย์ ค้นหาที่ไหนๆก็เต็มหมด ฉันรู้ตัวช้าไป....ช้ากว่า
'พวกเขาเหล่านั้น'

แต่ฉันจะยังไม่หยุดแค่นี้ คิดว่าหาสถานที่สอนพิเศษไม่ได้แล้วฉันจะหมดความพยายามงั้นหรอ นี่คือสิ่งที่ฉันคิด ฉันจึงค้นหาใหม่อีกครั้ง และในที่สุดก็เจอเว็บๆหนึ่ง่ที่สอนพิเศษเกี่ยวกับด้านนี้ เป็นรุ่นพี่ในมหาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ฉันไม่ลังเลใจที่จะลงทะเบียนและจ่ายตังอย่างรวดเร็ว...

หลังจากเรียนพิเศษจบคอร์ส ฉันก็มานั่งอ่านทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปทั้งหมด แล้วก็นั่งทำตาราง ตรวจสอบดูว่าฉันยังไม่ได้อ่านอะไรบ้าง...

ในช่วงเปิดเทอมม.6 ฉันยอมรับว่าไม่ค่อยสนใจเรียนเท่าใดนัก ฉันจะสนใจแต่การอ่านหนังสือเตรียมสอบเพื่อที่จะเข้าเรียนสถาปัตย์ แต่ก็ใช่่ว่าฉันจะทิ้งการเรียนนะ ฉันพยายามประคับประคองเกรดของฉันไม่ให้ตกไปมากกว่านี้ และจะทุ่มเต็มที่กับ GAT PAT4 และ O-Net!

จบม.6 มา เกรดก็ไม่ตกอย่างที่ใจหวัง แถมเพิ่มมาให้ใจฉันลิงโลดอีกด้วย

ประสบการณ์ในการสอบตรง ฉํนก็ไปสอบมาเกือบจะทุกที่ ที่มีคณะสถาปัตย์ ยกเว้น จุฬา เพราะเกรดฉันไม่ถึง 3 ฉันจึงยื่นโควต้ารับตรงไม่ได้

ฉันไม่เลือกมหาลัย ขอแค่เป็นมหาลัยที่มีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็พอ หรือคณะในแขนงของศิลปกรรม


ออกแบบผลิตภัณฑ์ มศว. - ฉันไม่ได้อ่านเตรียมตัวมาเลย เพราะไม่รู้ว่าข้อสอบจะเป็นแบบไหน ยังไง และพึ่งจะเคยสอบตรงเป็นครั้งแรกในชีวิต ครั้งนั้นตื่นเต้นมาก แต่ฉํนก็พยายามทำเต็มที่ จนในที่สุดฉันก็ผ่านรอบข้อเขียน  แต่เนื่องจากฉันตื่นเต้นและเตรียมตัวมาไม่ค่อยดี จึงทำให้ตกสัมภาษไป

สถาปัตย์ ศิลปากร - คนสมัครเยอะมาก แต่ฉันไม่ถอย ฉันค่อยๆอ่านความถนัด และฝึกทำโจทย์บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำเต็มที่เนื่องจากช่วงนั้นน้ำท่วม แต่ในวันสอบฉันก็ไปสอบเอาจนได้ด้วยตัวของฉันเอง แต่...ไม่ผ่าน ฉันยิ้ม และคิดว่า ฉันยังจริงจังกับมันไม่มากพอ

GAT PAT - ฉันตั้งใจทำเต็มที่ อ่านหนังสือทุกวัน โดดเรียนเพื่อมานั่งอ่านแกทแพท (อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง) นอนวันละ2 ชม.ในช่วง7วันก่อนสอบ หนักมาก เหนื่อยมาก แต่ผลที่ออกมา....ดีใจมาก

สถาปัตย์ เกษตร - ฉันไปสอบด้วยท่าทางมั่นใจ ว่าจะเอาที่นี่ให้ได้ แต่ฉันขาดประสบการณ์ในการทำข้อสอบ ฉันยังไม่เก่งพอ ยังไม่รู้กว้างขวางพอ เลยทำให้....ไม่ติด

O-NET - เป็นอีกครั้งที่ฉันอ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำ ฉันเริ่มคิดที่จะแอดมิดชั่น ฉันนอนวันละ2ชม. เหมือนตอนแกทแพท และพอไปสอบ ก็ไม่ยากอย่างที่คิด วิชาศิลปะที่ว่ายาก เนื่องจากว่าฉันถนัดด้านนี้เป็นพิเศษ จึงไม่ยากเท่าไร แต่เนื้อหายอมรับว่า ลึกจริง! ผลคะแนนออกมา  น่าพอใจสำหรับฉันที่สุดแล้ว ได้ 50% 

ฉันเริ่มมานั่งคิด ถ้าฉันลองอ่านและทำแบบฝึกหัดจริงจังอย่างที่สอบแกทแพทและโอเน็ต มันอาจจะทำให้ฝันของฉันเป็นจริงขึ้นมาได้!


GAT-PAT รอบ2 - ฉันประมาทตัวเองเกินไป เลยทำให้คะแนนน้อยกว่าครั้งที่แล้วนิดหน่อย ฉันถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต

สถาปัตย์ ลาดกระบัง - ฉันไม่ได้อ่านความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับที่นี่ เลยตอบได้ไม่มากเท่าไร แต่ถ้าเป็นวิชาการฉันทำเต็มที่ ไม่ยากอย่างที่คิด แต่คนสอบเยอะมาก ฉันพยายามไม่ประมาท และคิดว่าทำได้ คิดว่าติด แต่...ไม่ติด ฉันยังไม่เก่งเท่า 150กว่าคน ที่ผ่านไปสัมภาษ ฉันประมาทเกินไป

สถาปัตย์ พระนครเหนือ - ที่สุดท้ายที่ฉันจะได้สอบตรงในช่วงชีวิตม.ปลายแล้ว ฉันเหนื่อยและท้อแท้มาก แต่ก็ยังได้กำลังใจจากครอบครัว ฉันอ่านและทำแบบฝึกหัดแต่ไม่หักโหม เพราะใจที่อ่อนแรง แต่ฉันก็พยายามสู้ต่อไป ถ้าหลุดจากนี้ ฉันก็จะไปแอดมิดชั่น ด้วยคะแนนหมื่นเก้ากว่าๆ ฉันไปสอบด้วยความแจ่มใสและอารมณ์ดี ทำข้อสอบได้บ้างไม่ได้บ้าง หลับบ้าง แต่ฉันก็ทำเต็มที่
และในที่สุด.....
ฉันก็ติด!

ตอนนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว แต่จะทำไม่สำเร็จถ้าไม่มีพวกเขาเหล่านี้

ขอขอบคุณ พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ทุกๆคน อาจารย์ทุกท่าน ที่ทำให้ฉันได้มีวันนี้ ได้เรียนในคณะที่ชอบ อย่างที่ใจหวัง


**ฉันสัญญา ว่าจะตั้งใจเรียน และจะเป็นคนดี ให้สมกับที่พ่อแม่หวังเอาไว้.......ฉันสัญญา**


*****ฉันขอให้ทุกคนอย่าท้อแท้ ถึงแม้วันนี้คุณจะเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นไปหนึ่งก้าว แต่ก็ยังดีกว่าคุณไม่ได้เริ่มที่จะทำอะไรเลย แล้ววันหนึ่ง คุณก็จะประสบความสำเร็จอย่างที่คุณต้องการ.....*****


ARCH #02
คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 
โพสต์เมื่อ 30/04/2555 01:27 | 1
สวัสดีจ้า พี่เป็นเด็กแอดรุ่นผ้าปูโต๊ะนะ  
คนอื่นเค้าพูดเรื่องข้อสอบกันเยอะแล้วพี่อยากจะฝากน้องๆเรื่องอื่นบ้างเช่นเรื่อง สุขภาพ เพราะสิ่งที่พี่เจอมากับตัวนั้นทำให้ฝันที่พี่อยากเป็นนั้นหายไปกับตา  พี่อยากเข้าคณะสัตวแพทย์.....แต่ตอนแอดในปีนั้นพี่ไม่ติด  พี่เลยอ่านหนังสือแล้วสอบใหม่ ไม่รู้ว่าเพราะอ่านมากไปหรือเปล่า ก่อนวันเกิดพี่ไม่กี่วัน พี่ก็หูอื้อไปเฉยๆ อยู่ดีๆก็อื้อ พี่ก็เลยไปนอนพักกะว่าพรุ่งนี้จะไปหาหมอ แต่ประมาณตี3 พี่ก็ตื่นมา ลูกตาพี่กรอกไปมาหาจุดโฟกัสไม่ได้ พ่อรีบพาไปโรงบาล หมอบอกพี่เป็นหูดับฉับพลัน ไม่ทราบสาเหตุ>_< และโอกาสหายก็น้อยมาก ตอนนี้เป็นมาจะ8เดือนแล้ว ก็ยังไม่หายนะ 
 พี่อยากฝากไว้ว่า รักษาสุขภาพตัวเองด้วย อ่านมากหนะดี แต่เยอะไปก็แย่  ร่างกายเราบางครั้งก็รับไม่ไหว  
สู้ๆนะน้องๆ ขอให้ติดในคณะที่ชอบ และอยากจะทำงานในอนาคต^_^
โพสต์เมื่อ 03/05/2555 03:41 | 0

เคยสอบมาหลายที่ก็ไม่ติด
แต่ชีวิตก็ไม่เคยจะสิ้นหวัง
กลับรวบรวมความพ่ายแพ้เป็นพลัง
มาหยุดยั้งเอนไซม์ความเสียใจ TT

ก่อนอื่นเลยขอกล่าว  สวัสดีทุกคนนะครับ!!
วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์การสอบตรงของผมครับ
ผมสอบตรง
คณะรัฐศาสตร์ ปกครองฯ ม.ธรรมศาสตร์นะครับ
บทความผมอาจแปลกไปหน่อย ฮ่าๆๆๆ

1. ทำใจให้แพ้
         
ตอนสมัครก็คิดไว้แล้วว่าผมต้องไม่ติดแน่เลย อะไรจะรับน้อยปานนี้ แล้วเลขที่ใบสมัครผมก็ XXXXXX6666 ใช่ครับ 4 ตัวสุดท้ายคือเลข 6 หมดเลยครับ นี่คือสัญญาณว่าจะสอบไม่ติดหรือเปล่า แค่คิดผมก็ถอดใจแล้วครับ

2. น้ำท่วม
          ช่วงนั้นไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย ข่าวก็ไม่ดู ยิ่งดูยิ่งเครียด ยอมรับเลยครับว่าถ้าสอบวันที่ 29 ตุลาคม 2554 นั้นผมไม่มีอะไรในสมองแน่เลย แต่พอดี ม.ธรรมศาสตร์ เลื่อนไปสอบ 29 ธันวาคม 2554 ครับดีขึ้นมาหน่อย ตั้งแต่นั้นแหละครับที่ผมเริ่มเตรียมตัว สู้!!

3. อินเตอร์เน็ต
          ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยพึ่งการติวจากที่ไหน!! ไม่มีคนมาสอนพิเศษ!! ไม่เคยไปเข้าค่ายนักรัฐฯ!! ไม่เคยเข้าโครงการเปิดถ้ำสิงห์ หรือสิงห์แดงสัญจร!! แทบจะ ไม่มีต้นทุนใดๆ เลย!! นอกจากอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ และหนังสือเตรียมสอบวิชาสังคมฯ สามสิ่งนี้ที่ต่อลมหายใจให้ผม

4. ค้นหาข้อสอบเก่าจากเน็ต
          ข้อสอบเก่าที่รุ่นพี่โพสต์ไว้ในเน็ตนี้เป็นประโยชน์มากเลยครับ ซึ่งข้อสอบก็มีตั้งแต่ปี 2549-2553 ในเว็บ unigang นี่ก็มีนะครับ และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมได้รู้จักเว็บนี้ด้วย ผมจึงเริ่มจับทางข้อสอบได้ว่าส่วนใหญ่ข้อสอบจะออกอะไร ออกประมาณนี้นะ และก็หาข้อมูลเพิ่มเติมครับ

5. เว็บวิกิพีเดีย
          ผมเริ่มหาข้อมูลจากเว็บ wikipedia ทั้งการเมืองไทย ต่างประเทศ และประวัติศาสตร์ต่างๆ ซึ่งมันเป็นความรู้ที่ผมชอบมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้รู้จักโลกว่ามันกว้างใหญ่แค่ไหน และผมก็จดใส่กระดาษครับ ทำเป็นเหมือนข้อสอบเลย เอาไปท่องที่โรงเรียน ให้เพื่อนถาม แล้วผมก็ตอบ สนุกดีครับ แถมได้นำความรู้ไปเผื่อเพื่อนๆ ด้วยครับ 

6. จด จด แล้วก็จด
          ถ้าผมดูข่าวแล้ว ผมก็จะจดใส่กระดาษ เล่นเฟสบุ๊ค ผมก็จะไปกดถูกใจเพจพวกมติชนออนไลน์ ข่าวสด และเพจที่มันอัพเดตข่าวตลอดเวลาเพื่อจะจดข่าวใส่กระดาษครับ จากนั้นก็จดโจทย์สาระหน้าที่พลเมือง(หนังสือเตรียมสอบวิชาสังคมฯ) ไม่เว้นแม้แต่ไปกินข้าวที่ร้าน ถ้าเขาเปิดข่าวให้ดู ผมก็บันทึกไว้ในมือถือ แล้วก็จดใส่กระดาษ แล้วก็มาท่องกับเพื่อน มันทำให้ผมขยันขึ้นมากเลยครับ

7. สอบกลางภาคส่งกระดาษเปล่า!!
          วันที่ 19-22 ธันวาคม 2554 เป็นวันสอบกลางภาคที่โรงเรียนครับ วันที่ 24-27 ธันวาคม ก็สอบแกท แพท ส่วน 29 ธันวาคมก็วันสอบตรง แทบไม่มีเวลาให้หายใจเลย ฮ่าๆ ผมยอมรับเลยครับว่าตอนนั้น ผมทิ้งทุกอย่าง สอบกลางภาคผมส่งกระดาษเปล่าไม่ได้อ่านอะไรเลย แถมไม่ได้นอนด้วย มันเสี่ยงมากครับ ซึ่งเกรดผมก็น้อยอยู่แล้ว แต่ผมก็ตั้งมั่นเพื่อรัฐศาสตร์ครับ!!

8. เพื่อนแท้คือเสียงเพลง เพื่อนท้อคือหยาดน้ำตา
          ผมเป็นเด็กหอครับ มีเพื่อนแท้ก็คือเสียงเพลง ตอนกลางคืนช่วงสอบกลางภาคผมฟังเพลงพร้อมกับทบทวนเนื้อหาต่างๆ ที่จะสอบรัฐศาสตร์ ผมเปิดเพลง Live & learn "อยูที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน..." ผมไม่เคยฟังจบ และผมต้องน้ำตาไหลอยู่เสมอ ผมคิดว่าผมคือผู้แพ้ ผมจะสอบไม่ติด แต่เมื่อฟังเพลงนี้แล้ว ผมจะรู้สึกมีกำลังใจมากทีเดียว มันทำให้ผมต้องตั้งใจมาก ส่วนอีกเพลงก็คือ เพลง Hero ของมารายห์ แครี่ ผมแปลไม่ออกหรอกครับว่ามารายห์ร้องอะไร แต่ผมรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่มารายห์ร้องออกมา มันทำให้ผมต้องสู้ สู้ให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ ผมก็ยังฟังเพลงลูกทุ่งด้วยครับ เพลงพวกที่คิดถึงบ้าน มาทำงานที่โรงงานประมาณนี้ มันทำให้ผมมองเห็นความลำบากของพ่อ แม่ ที่ต้องส่งผมเล่าเรียน ทำให้ผมต้องสู้เพื่อนท่าน และอยากให้ท่านได้มีความสุข ผมเปิดเพลงพวกนี้พร้อมกับอ่านทบทวน(รัฐศาสตร์)ซ้ำไปซ้ำมาจนถึงเช้าไม่ได้นอนเลย และก็ไปสอบกลางภาค ซึ่งมันเป็นต้นเหตุให้ผมต้องส่งกระดาษเปล่านั่นแหละครับ ฮ่าๆๆ ผมเป็นแบบนี้อยู่หลายวันเลยครับ ร้องไห้จนจะเป็นนักแสดงได้อยู่แล้ว ฮ่าๆ มันจะอาจแสดงถึงความอ่อนแอของผม แต่มันก็คือกำลังใจที่ดีที่สุดของผมครับ

9. ถึงวันสอบตรงแล้ว หลังจากทิ้งทุกอย่าง
         
ผมกินอะไรไม่ลงซักอย่าง วิชาที่ผมสอบ มี 2 วิชาครับ ซึ่งก็คือ ความรู้ทั่วไปทางรัฐศาสตร์ และก็เรียงความครับ ซึ่งก่อนเข้าห้องสอบผมก็ได้อ่านบทความความแตกต่างระหว่างรัฐธรรมนูญปี 2540 กับ 2550 จากเว็บวิกิพีเดีย(อีกแล้ว จริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวกับหัวข้อเรียงความที่ให้มาเลย ฮ่าๆๆ) ซึ่งมันช่วยผมได้มากในการตอบเรียงความ ข้อสอบความรู้ฯ มี 60 ข้อ 4 ตัวเลือก 1 ชั่วโมง และเรียงความ 2 ข้อ 1 ชั่วโมง ซึ่งมันทำให้ผมต้องจดจำไปตลอดชีวิต ฮ่าๆๆๆ

10. สะเพร่าและชะล่าใจ
         
ด้วยความตื่นเต้นในข้อสอบ ฮ่าๆๆๆ ชัวโมงแรกข้อสอบ 60 ข้อ ผมก็อ่านโจทย์แบบผิวเผินหลายข้อมากๆ แล้วก็ฝนไปเลย จำได้ว่ามีบางข้อว่าจะฝนตัวเลือกที่ 4 แต่ดันไปฝนตัวเลือกที่ 5 ซะงั้น สะเพร่ามาก เฮ้ออออ บางข้อชะล่าใจอย่างแรง ไม่ขอกล่าวถึงแล้วกัน แอบเจ็บใจเล็กน้อย ฮ่าๆๆ ต่อมาชั่วโมงที่ 2 เรียงความครับ 2 ข้อ เห็นแล้วอยากตายคาห้องสอบ ข้อแรกถามประมาณว่า "ประะชาธิปไตยมีลักษณะอย่างไร เหมาะกับปัจจุบันหรือไม่ เพราะเหตุใด" ส่วนข้อสองถามประมาณว่า "ระบบกับบุคคลควรแก้ที่ไหน จงให้เหตุผล" ผมทำเรียงความข้อแรก เสร็จภายใน 45 นาที ฮ่าๆๆๆ แต่อีก 15 นาทีหมดเวลาซวยแล้วไง ฮ่าๆ ผมจึงรีบทำข้อสองจนหมดเวลา ยอมรับเลยครับว่า ทั้งมือสั่น สมองรวน แต่ก็มีสติอยู่บ้าง หลังจากสอบเสร็จก็มึนหมดเลย เหมือนคนเป็นบ้า ฮ่าๆๆๆ  

11. เช็คดูคำตอบในวิกิพีเดีย
         
กลับมาถึงบ้าน หลังจากสอบเสร็จ มาเช็คดูโห!!! มันสุดยอดมาก บางข้อ ไม่คิดว่าจะมีในวิกิฯ แต่ก็มี แล้วผมก็ตอบผิดด้วย ฮ่าๆๆๆๆ ข้อสอบทุกข้อ ถ้าจำออกมาได้ แล้วมาเช็คคำตอบดูในเว็บข่าว หรือบทความต่างๆ สามารถรู้ได้เลยว่าเราตอบถูกหรือผิด ซึ่งไม่ต้องไปเฉลยกำกวมเหมือนข้อสอบ สทศ. เลยสักนิด!!

12. ทำเอ๋ยทำใจ T T (จบแล้ว เย่ๆ)
          หลังจากทำใจรอวันประกาศผลมา 2 เดือนกว่า และแล้ววันประกาศผลสอบบบบบบบบ!!! ก็มาถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 ประมาณ 6 โมงเย็น (วันถัดไปสอบโอเน็ต แต่ละอย่างเหมือนจะช็อค หัวใจจะวาย ฮ่าๆ) ตื่นเต้นมากครับ มือขวาจับเมาส์คลิกดูผล มือซ้ายจับหนังสืออ่านโอเน็ต พอคลิกรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์เข้าไปปุ๊บก็...........เลื่อนลงมาดูเรื่อยๆ ฮ่าๆ เอ๊ะ ชื่อผมอยู่ไหน เขาประกาศเรียง ก-ฮ ตอนนั้นแทบช็อค ท่อง ก ถึง ฮ ไม่ถูกเลย ฮ่าๆๆ ฮาได้อีกตอนนั้น แต่แล้ว.................... :D 
               
          อาจจะกล่าวได้เลยว่า คนบางคนนั้นประสบความสำเร็จก็เพราะ "กูเกิ้ล" นี่แหละครับ ##สำหรับผม ผมไม่ถือว่าเป็นความสำเร็จ แต่มันคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเท่านั้นครับ และก็ขอบคุณมากที่สุดเลยครับเว็บนี้ วิกิพีเดีย##


            ผมเป็นเด็กบ้านนอกที่เข้ามาเรียนในเมืองครับ เวลาผมท้อตอนอ่านหนังสือ หรือคิดถึงบ้าน ผมก็ชอบเปิดเพลงฟังเพื่อให้กำลังใจตัวเองครับ สุดท้ายนี้ขอฝากเนื้อเพลงท่อนนี้ที่โดนใจผมอย่างจัง    "ฝันที่จากบ้านเรา มีความเหงาเหมารถมาส่ง ผ่านทางชีวิตกี่โค้ง ก็ยังคิดถึงบ้านเสมอ"  

ปล.1 เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ เด็กแอดมิชชั่น 2555 ทุกคนครับ สู้ๆๆ
ปล.2 ขอบคุณเว็บ Unigang ที่ให้ผมได้มาแชร์ประสบการณ์ครับ

โพสต์เมื่อ 30/04/2555 14:03 | 1
-ผมเด็กแอดรุ่นหนีน้ำ
-ผมเด็กแอดรุ่นไปเตะบอล
-ผมเด็กแอดรุ่นOnet 5 ตัวเลือก
-ผมเด็กแอดรุ่นหนูทดลอง(ข้อสอบPat 2 3 )
-ผมเด็กแอดรุ่น 7 วิชาสามัญ
-ผมเด็กแอดรุ่น เคลียริ่งเฮ้า
ผมเด็กแอดรุ่น รุ่นที่ซวยที่สุด
โพสต์เมื่อ 30/04/2555 21:31 | 3
1 ปี มี 365 วัน ต้องมีสักวันที่เป็นวันของเรา !!!!!!!!!

เชื่อว่าหลายๆคนที่อยู่ม.6 และกำลังขึ้นม.6 คงจะรู้สึกเครียด และกังวลเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย  แต่สำหรับบางคนอาจจะตื่นเต้นรอเวลาสอบ เพราะเตรียมตัวมาตั้งแต่ม.4-5 อยู่แล้ว

เมื่อก่อน !! ตอนเราอยู่ม.4 รุ่นพี่ม.6 ฝากฝังเอาว่า
"ให้เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ม.4- ม.5 นะเพราะจะอ่านไม่ทัน ข้อสอบส่วนใหญ่มักจะออกในม.4-5"
ในความคิดเรา " จะรีบไปไหนว่ะ??? 55"
ตอนนี้ !! "รู้งี้ อ่านหนังสือสะสมตั้งแต่ม.4-5 ดีกว่า 'TT อ่านไม่ทันจริงๆ"

เมื่อก่อน !! เราชอบถามรุ่นพี่ม.6 ว่า " พี่ติดไหนยั้ง??พี่เรียนไหน??ทำไมยังไม่ติดอ่า??"รุ่นพี่อ้ำอึ้งๆ
ณ บัด Now!! คำถามนั้นย้อนกลับมาถามเรา โอ๊วววว จะบ้าตาย " รู้สึกได้เลยถึงความรู้สึกของรุ่นพี่ในตอนนั้น มันทั้งอึดอัด ทั้งลำบากใจ จะตอบไปตรงๆว่า กุยังไม่ติดเว๊ยยย ก็ยังไงอยู่ เลยต้องตอบไปแบบสุภาพผสมกลบเกลื่อนว่า พี่รอฟังผลอยู่ พี่รอสอบ พี่รอแอด พี่ติดแล้วแต่สละสิทธิ์ ฯลฯฯฯฯ สารพัด"

จะบอกว่าม.6 รร เราเป็นอะไรทที่สบายมาก เรียนน้อย ว่างเยอะมาก เลยทำให้เราและเพื่อนขี้เกียจกันมาก Facebook twitter ไม่เคยขาด กิจกรรมก็เยอะ ทั้งกีฬาพี่ งานไหว้ครู คุมน้อง เวลาอ่านหนังสือก็ไม่ค่อยมี พอรู้ว่า GAT PAT เลื่อนสอบ(ติดน้ำท่วม) ก็ยิ่งดีใจ ไม่อ่านหนังสือ ผัดวันประกันพรุ่ง ว่างั้น !! 55แต่พอต้องสอบจริงๆ เครียดมาก เพราะ ไม่มีเวลา ต้องสอบติดๆกัน ตารางสอบแน่นหมด เพราะดันตรงกับสอบ โควต้า มช. สอบกลางภาค แถมมีกิจกรรม อื่นๆอีกเยอะ ก่อนสอบเราจึงนัดกันหยุดเรียนเพื่ออ่านหนังสือ (ไม่ดีนะ แสดงถึงการขาดระเบียบวินัยของตัวเอง)

อยากจะบอกน้องๆว่า : ขอให้อ่านหนังสือ ตั้งแต่วันนี้เถอะนะ เชื่อพี่ แม้ว่ามันยังอีกไกล แต่ถ้าอ่านสะสมไปเรื่อยๆมันอาจจะช่วยเราได้ ดีกว่าเราจะมาหักโหมก่อนสอบ 1 อาทิตย์ ทำให้เสียทั้งการเรียนที่ รร เสียสุขภาพด้วย และสุดท้ายเราก้จะไม่ได้อะไรเลย อีกอย่างขอให้น้องทำความรู้จักตัวเองให้ดีก่อน ว่าตัวเองชอบอะไร อยากเรียนอะไร อย่าไปเลือกมั่วๆ เลือกเพราะสถาบันดัง เลือกเพราะคนนิยม เลือกตามเพื่อน เลือกเพราะอยากติดไวๆ กลัวไม่มีที่เรียน ขอให้น้องเลือกด้วยใจที่รักจริงๆ และดูการตลาด ด้วยว่าปัจจุบันเขาต้องการอาชีพไหน ถ้าน้องเลือกในสิ่งที่ไม่ใช่น้อง ผลที่ตามมามันยังอีกเยอะ อาจจะซิ่วใหม่ก็ได้

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่มันคือ จุดเริ่มต้นของชีวิต หนทางยังอีกยาวไกล และเราก็ต้องเดินด้วยตัวเราเอง ถ้าเราเริ่มต้นผิด เราก็เดินผิด และสุดท้าย สิ่งที่ภาคภูมิใจ สิ่งที่ทำไปก็ไม่มีค่าอะไรเลย เลือกเพราะเราชอบจริงๆ และเราจะมีความสุขกับมันแต่ถ้าในบางสิ่ง เราอาจจะเลือกไม่ได้ แต่เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้!!

มาถึงข้อสอบกันมั่ง
ข้อสอบ โควตา มช
.(อันนี้ลงสายศิลป์นะ คณะศึกษาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ)
วิทยาศาสตร์ เจ็บใจหลาย ออกของม.4-5 แป๊ะ แต่เราเรียนสายวิทย์มา ก็เลยง่ายหน่อย คำถามยอดฮิต มีทุกรุ่น เรื่อง คลื่น ข้อใดไม่เปลี่ยนแปลง ___ตอบเลย ความถี่(f)
คณิต ออกพื้นฐานหมดเลย คำนวณเยอะ แต่เราเรียนสายวิทย์มาจะเน้นไปทางคณิตเพิ่มเติม เลยลืมพื้นฐาน
อังกฤษ ยากมาก ให้บทความมาเยอะ คำศัพท์ยากมาก บทสนทนาก็เยอะอยู่ ภาษาไทย  อันนี้ก็น่าปวดหัว หลายๆคนอาจคิดว่าง่าย นี่แหละปัญหา ส่วนใหญ่จะออกบทประพันธ์ และให้วิเคราะห์บทกลอน
สังคม  ก็จะเฉลี่ยกันมี ศาสนา พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ที่หินสุดๆ คือศาสนา ส่วนใหญ่ มักจะให้คำสุภาษิต หรือบทสวดมนต์มาแล้วถามว่าแปลว่าอะไร ที่จำได้คือ “ ธรรมมะคือคุณากร คำว่าคุณากร หมายถึงอะไร”
ข้อสอบ GAT PAT ทั้ง 1และ 2/2555
Gat อันนี้และแต่ความเข้าใจ และการวิเคราะห์นำมาเชื่อมโยงกัน ส่วนใหญ่จะไม่ยาก แต่หลายๆคนอาจขาดความมั่นใจ ลังเลกัน เลยตอบผิด ทริค เวลาตอบต้องตอบจากเลขน้อย ไป เลขมาก เพราะบางคนอาจงงGat อังกฤษ ท่องศัพท์เยอะ Error ไม่ได้ก้ดิ่งเลย แต่ง่ายนะ ไม่ยากมาก
Pat 1 อันนี้ยากมาก มีการผสมผสานกัน ประยุกต์กันเยอะ แต่ถ้าจะฟันคะแนน ง่ายๆก็เรื่องเซต มี 2-3 ข้อ ถ้าทำไม่ได้จริงๆอย่าดิ่งทุกข้อ นำความน่าจะเป็นแลการทดลองสุ่ม มาประยุกต์ใช้จะดีกว่า 555
Pat2 จะมีเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ ทักษะทางวิทยาศาสตร์  เคมีไม่ได้อ่านโจทย์เลย ยากมาก ส่วนใหญ่ จะนำมาประยุกต์กัน เช่น ในข้อหนึ่งต้องใช้ทั้งบทปริมาณสารสัมพันธ์ ไตเตรต กรดเบส การเกิดปฏิกิริยา นอกจากนี้ยังมีอินทรีย์เคมี ให้โครงสร้างมา 3 หน้า โอ๊ะ บร๊ะเจ้า!!! ฟิสิกส์ ไม่ค่อยมีคำนวณ ส่วนใหญ่จะเป็นทฤษฎีใช้ความเข้าใจ จะออกม.4 มากเรื่องการเคลื่อนที่ แค่ทำความเข้าใจ ชีวะ ออกตั้งแต่เรื่องกล้องจุลทรรศน์ ศึกษาดีๆอาจฟันคะแนนง่ายๆ แต่ชีวะโจทย์ยาว บางคนอาจขี้เกียจอ่านโจทย์เลย มั่วไปเลย แต่ถ้าอ่านดีๆจะง่ายมาก เช่น เรื่องพันธุศาสตร์ ดาราศาสตร์ ก้ไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่ คำถามยอดฮิต ออกมา 2 รอบแล้ว เกี่ยวกับอาฟเตอร์ช็อค
Pat5 นี่ไม่ต้องอ่านอะไรเลย แค่ฟังข่าวก็ทำได้ คนฟังข่าว อ่านข่าวเยอะๆจะทำได้เยอะ ส่วนใหญ่จะออกเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและความรู้รอบตัว ขนาดง่ายๆเรายังผิด 55 เช่น แม่น้ำสายใดยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องตอบ ชี แต่เราตอบ เจ้าพระยา นอกจากนั้นจะถามเกี่ยวกับ รางวัลโนเบล รางวัลยูเนสโก้ รางวัลมหิดล มีเรื่องน้ำท่วม อาเซียน ใครเป็นประธานอาเซียนคนต่อไป ฟังข่าวเยอะๆเถอะ แล้วก็มี พวกอนุกรม การวิเคราะห์รูปภาพ เหมือนเล่นเกมส์เลย แต่มักจะไม่ทันเวลา ข้อสอบเยอะมาก ส่วนใหญ่สอบภาคบ่าย ทั้งร้อน ง่วง แทบเป็นลม เป็นข้อสอบวัดใจก็ว่าได้
O-net ก็ไม่มีอะไรมาก จะออกที่เรียนมา แต่ขอให้อ่านเยอะๆ เพราะ เราเจ็บใจมาก เนื้อหาจะออกครอบคลุม คำตอบอยู่ที่ปลายปากกาแต่ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่แน่ใจ ลังเลใจ คณิต วิทย์ ก้ง่ายอยู่ ภาษาไทยจะออกเกี่ยวกับหลักภาษา คำเป็น คำตาย ครุ ลหุ บทประพันธ์ บทกลอน อังกฤษ ก็ยากอยู่ มีเยอะ ขี้เกียจอ่าน มีPart Error อ่า ที่มีช้อย 16 ข้อ ให้กาข้อเดียว เพื่อนในห้อง กาทุกข้อ 55สังคม เน้นที่ศาสนา โดนเฉพาะศาสนาอิสลาม พราหมณ์ ยากมาก หน้าที่พลเมือง เศรษศาสตร์ ขอเน้นให้อ่านข้อมูลใหม่ เพราะ ปัจจุบันมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปรับเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ควรฟังข่าวศึกษาให้ดี พละ ก็ออกข้อสอบกวนเกิ๊น วัดใจ ใช้ตัวเองเป็นที่ตั้งน่าจะดี  ศิลปะนี่ก็ยาก เพราะไม่ใช่เด็กศิลป์ เป็นภาษาอังกฤษ เยอะ การงานก็โอเคอยู่

ไม่มีอะไรยาก ขอแค่ตั้งใจ สิ่งแรกคือ ควรทำความรู้ใจตัวเอง ตั้งความหวัง ความฝัน อย่าฝันลมๆแล้ง  ห่างๆFB /BB บ้างก็ดี  สำหรับคนมีแฟน เวลาสอบควรลดคุยโทรศัพท์ หรือห้ามทะเลาะกันเด็ดขาดเพราะจะทำให้ไม่มีสมาธิ ควรติดตามข่าว ข้อสอบ โดยเฉพาะเข้า www.Unigang.com บ่อยก็ดีมาก สิ่งสำคัญคือ สุขภาพ  สุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าเราเจ็บป่วยระหว่างการสอบอาจเสียใจตลอดชีวิต ทางที่ดีหมั่นออกกำลังการ พักผ่อนเยอะ ๆ น่าจะดี เพราะเราเคยมีประสบการณ์โดยตรง ในวันสอบO-net วันแรก ปวดท้องมาก กลัวเป็นไส้ติ่งแตก ถูกห่ามส่ง รพ. ตอนกลางคืน กลัวไปสอบในวันที่ 2 ไม่ได้ แต่หมอบอกเป็นลำไส้อักเสบ วันที่ 2 ต้องทรมาน ทำข้อสอบไปด้วย ปวดท้องไปด้วย ทรมานสุด สุดท้ายขอให้ทุกคนโชคดี ยอมลำบากวันนี้ เพื่อ 30 ปีข้างหน้า 
โพสต์เมื่อ 30/04/2555 22:55 | 0
สวัสดีครับน้องๆทุกคน
พี่จะเล่าประสบการณ์ของพี่ให้ฟัง^^
 
ตอนผมม.4ชีวิตผมเหมือนรู้สึกถึงความผิดหวังมา สอบเตรียมอุดมก็ไม่ติด มหิดลก็ไม่ติด ทำให้ต้องอยู่โรงเรียนเดิม ก็ยังดีที่ได้ทุนการศึกษาของทางโรงเรียนไม่งั้นคุณพ่อผมได้ให้ออกจากโรงเรียนแน่ เพราะเป็นโรงเรียนเดิมผม เป็นโรงเรียนเอกชนค่าเทอมสูงพอควร กอปรช่วงนั้นคุณพ่อผมมีปัญหาด้านการเงินด้วย เนื่องจากย้ายสถานที่ทำงานใหม่ ทำให้ผมเกือบโดนย้ายโรงเรียนไปอยู่โรงเรียนรัฐบาลแถวบ้าน ซึ่งบอกตรงๆว่าประสิทธิภาพการสอนคงเทียบกับโรงเรียนเอกชนที่ผมอยู่ไม่ได้ ถือเป็นโชคดีของผมที่ได้ทุนการศึกษา
 
นี่คือความผิดหวังแรกในชีวิตของผมทำให้ผมสู้ ยังดีที่มันเป็นแค่ม.4 ...
 
หลังจากที่ผมเริ่มศึกษาในชั้นม.4 ผมนั้นจึงได้ตั้งใจเรียนเป็นอย่างมากทำให้ผมเรียนได้ติดอันดับท๊อปๆของระดับ เรียกได้ว่าเกรดเกือบ4จุดเลยทีเดียว
 
แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมเริ่มประมาท ... คิดว่าถ้าตนเองจะทำจริงๆก็ทำได้แหละ
 
พอขึ้นม.5ผมก็ได้พบกับความรักครั้งแรกของวัยหนุ่มสาว ทำให้ผมทุ่มเทหลายๆอย่าง จนทำให้การเรียนผมตกลงมา เพราะคิดว่าตนเองเก่ง แบ่งเวลาได้ อ่านนิด อ่านหน่อยก็เข้าใจ ในห้องเรียนบางครั้งทะเลาะกับแฟนก็ทำให้ไม่มีสมาธิ อีกทั้งยังไปนู้นไปนี่ ไปเที่ยวกับเพื่อนๆอีก ก็ช่วงวัยรุ่นนี่นา 55555 
 
เรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากตัวผมเองที่ แบ่งเวลาไม่เป็น ไม่รู้จักแยกแยะเรื่องเรียนกับเรื่องส่วนตัว อีกทั้งความประมาท ทำให้อันดับของระดับชั้นของผมร่วงลงมา เกรดก็ร่วงลงมา ยังดีที่เกรดยังสูงอยู่บ้าง เนื่องจากคะแนนเก็บช่วยไว้ แต่คะแนนสอบไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับผมอย่างมาก...
 
บทเรียนในตอนม.5ได้สอนอะไรผมเยอะมาก ทำให้ผมเริ่มคิดได้...
***ช่วงม.5เป็นช่วงที่ควรจะพร้อมและมีความรู้พอสมควรแล้วที่จะพอก้าวเข้าห้องสอบได้แล้วเพราะเหลืออีก1ปี
 
แต่ผมกลับยังประมาท มัวแต่ทำอะไรก็ไม่รู้ คิดว่าตนเองเก่ง เพื่อนๆในห้องของผมและคู่แข่งจากทั่วประเทศของผมเค้าก้าวไปไกลกว่าผมหมดแล้ว...
 
หลังจากที่ผมได้รับใบเกรดของม.5ทั้งสองเทอม ทำให้ผมกลับมาตระหนักถึงความตกต่ำของผมว่าทำไมจากที่ผมอยู่ในระดับท๊อปๆของระดับกลับตกลงมาได้ถึงเพียงนี้ 
 
ผมจึงใช้เวลาในช่วงปิดเทอมม.5ขึ้นม.6 ปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเองใหม่
ผมนั่งคิดและวางแผนทุกอย่าง ว่าต้อง 
 
แบ่งเวลาให้ถูกต้อง ลดการเที่ยวเล่น แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการเรียน 
พักผ่อนให้เพียงพอ ตั้งสติ มีสมาธิ ตั้งใจอ่านหนังสือ
 
อีกทั้งที่สำคัญคือ ถามตัวเองว่าจะเข้าคณะอะไร สาขาอะไร
ใข้อะไรเป็นสำคัญ วิชาไหนต้องเน้น วิชาไหนเป็นจุดอ่อน จะปิดจุดอ่อนยังไง จะได้รู้ว่าต้องอ่านตรงไหนก่อนดี อ่านตรงไหนถึงจะได้ผลเยอะที่สุด
 
จากนั้นก็เริ่มเรียนพิเศษและอ่านหนังสืออย่างเต็มที่เพื่อปิดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งในวิชาที่ผมไม่ได้ถนัด แต่หลังจากที่ผมเรียนพิเศษแล้ว ผมก็ได้ผมว่า
 
***สุดท้ายการอ่านหนังสือและการทบทวนและการทำโจทย์ด้วยตนเองคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด
 
...ก้าวขึ้นม.6 --- ไม่สายเกินไปที่จะแก้ไขความผิดพลาด
 
เนื่องจากผมได้ตั้งใจเรียนในม.4ทำให้มีพื้นฐานอยู่บ้าง ส่วนม.5ผมก็พอถูๆไถๆ ทำให้ผมสามารถทบทวนบทเรียนได้อย่างรวดเร็วเรียกได้ว่าเริ่มจะตามเพื่อนๆได้แล้ว แต่ก็ยังกากอยู่ดีTT 

เพื่อนบางคนแม่งอ่านจบม.6 เตรียมตัวสอบกันหมดแล้ว...
 
ทำให้ผมรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากแต่ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอก
 
พอช่วงขึ้นม.6ฤดูแห่งการสอบก็มาถึง ไม่ว่าจะเป็นGAT-PAT สอบตรง กสพท บลาๆๆๆ
 
ผมเองก็ค่อยๆอ่านทบทวน ทำโจทย์ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพราะคิดว่าถ้าพลาดตรงนี้ ไม่มีโอกาสให้แก้ตัวเหมือนตอนม.4แล้ว คงไม่มีใครใจดีมาให้ทุนเราอีกถ้าเราไม่มีความสามารถเราต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อตัวเองและครอบครัว ทำให้ผมฮึดสู้และมีกำลังใจที่จะทำให้ดีที่สุด
 
ในการสอบGAT-PATผมเองก็ทุ่มเทเต็มที่ในรอบตุลา แต่ผลออกมามันก็ยังไม่ดีพอสำหรับผม โดยเฉพาะการเปรียบเทียบกันในห้องและค่าเฉลี่ยคะแนนทั้งประเทศทำให้ผมรู้ว่าผมยังห่างชั้นกับระดับประเทศอยู่พอควร ผมต้องเต็มที่กว่านี้ และที่สำคัญยังมีสอบตรงรอผมอยู่ ผมต้องสอบตรงให้ติดจะได้สบายซะที
 
ความฝันของผมอยากเข้าวิศวกรรมศาสตร์มาก หลังจากการสอบGAT-PAT ผมจึงได้ไปสอบตรงเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์
 
ของมหาวิทยาลัยหนึ่งซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในฝันของผม ผมตั้งใจและคิดว่าผมต้องทำได้ ผมเองก็เตรียมตัวมาดีในระดับหนึ่งแล้วก็เต็มที่มากขึ้น เพื่อทำให้มันดีกว่ารอบGAT-PATที่ผ่านมา และคิดว่าผมคงไม่แพ้ใคร...
 
แต่สุดท้าย ... โชคไม่เข้าข้าง ฟ้าไม่เป็นใจ
 
"ผม สอบ ไม่ ติด"
 
แต่ในขณะที่เพื่อนๆของผมในห้องกลับสอบตรงติดที่มหาวิทยาลัยนี้กันมากมาย เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ ผมรู้สึกเครียดและท้อใจเป็นอย่างมาก ว่าผมเองก็ทำดีแล้วทำไมยังไม่ได้อีก ทำไมๆๆๆ
 
...แต่ผมไม่ยอมแพ้ครับ 
ผมพยายามตั้งสติ มองหาทางออก และผมก็พบว่า...

ผมยังมีหนทางสุดท้ายเหลือนั้นคือการแอดมิชชั่นกลาง
 
เรายังเหลือGAT-PATรอบมีนาอีกหนึ่งรอบ เราต้องสู้ ห้ามหมดหวัง
 
ไม่เป็นไร เรายังมีโอกาสสุดท้ายอยู่ในมือ ผมเชื่อว่าผมต้องทำได้ ครั้งนี้ผมตั้งใจหนักขึ้นกว่าเดิม กอปรด้วยความรู้และความชำนาญที่ได้สอบมาหลายสนามไม่ว่าจะสอบตรงหรือGAT-PAT ทำให้ผมแกร่งขึ้น และ มีประสบการณ์มากขึ้น เริ่มไม่ตื่นสนาม เริ่มควบคุมตัวเองได้
 
***สิ่งที่สำคัญในการทำข้อสอบคือ เราต้องทำแข่งกับเวลา เราต้องทำให้เร็ว ให้ถูกต้องซึ่งความเร็วและความถูกต้องนั้นจะมาได้ก็จากการทำโจทย์บ่อยๆ ทบทวนความรู้ เห็นโจทย์แล้วต้องรู้ทันทีว่าต้องทำยังไง ไม่งั้นทำไม่มีทางทันแน่นอนครับ ข้อไหนที่ไม่ได้ก็ข้ามไปก่อนก็ได้ (ไม่ใช่ข้ามหมดนะ555)
 
ในการแอดมิชชั่นกลางนั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้GAT-PAT คือ O-NET เพื่อนๆผมส่วนใหญ่สอบตรงติดกันไปหมด ถ้าคนที่ยังสอบตรงไม่ติดหรือติดแล้วไม่เอารอแอดมิชชั่นกลาง คะแนนGAT-PATของพวกมันก็สูง ทำให้ไม่ค่อยเครียดเรื่องคะแนน O-NET แต่ผมไม่คิดแบบนั้น ผมคิดว่าผมต้องทำให้ดีที่สุด ในทุกส่วนที่มีผลต่อคะแนนผม ไม่ว่าจะGAT-PAT หรือ O-NETก็ตาม ผมจะไม่ประมาทอีกแล้ว...
 
ผมเหมือนคนแปลกประหลาดในห้องนั่ง อ่านหนังสือเพื่อสอบO-NETในขณะที่เพื่อนผมหลายคนสอบตรงติด นั่งเล่นไพ่ เล่นเกมเศรษฐีกันหลังห้อง อย่างสบายใจ เพราะความตั้งใจอย่างสม่ำเสมอของพวกเค้าทำให้พวกเค้าสอบตรงติดและได้ คะแนนGAT-PATสูงกันทั้งนั้นทำให้พวกเค้าไม่มีความวิตกกังวล เช่นผม ที่ต้องทำให้ดีในทุกๆด้าน
 
อ่านO-NETไม่พอ ยังต้องมาอ่านGAT-PAT เพื่อทำให้คะแนนดีอีก เพราะรอบตุลาผมยังทำได้ไม่ดีพอ
 
แต่สุดท้ายแล้วผมก็ทำได้...
 
ด้วยความตั้งใจจริงของผม ฟ้าไม่กลั่นแกล้งผมอีกต่อไป
ผมสอบแอดมิชชั่นติดอันดับ1 ในคณะและมหาวิทยาลัยที่ผมตั้งใจไว้ได้สำเร็จ
 
ผมเองก็กลับมาคิดว่า ถ้าผมเองตั้งใจตั้งแต่แรกก็สอบตรงติดคณะในฝันไปนานแล้ว ไม่ต้องมาเครียด มาเสียเวลาเอาเวลาไปเรียน และ เพิ่มความรู้ด้านอื่นยังดีกว่า
 
แต่คนเราพอผิดหวัง หรือ ผิดพลาด ไม่ได้ดั่งใจหวัง เราก็ต้องสู้ไม่ถอย หาทางออกให้กับตนเอง แล้วทำมันให้สำเร็จ ถ้าหากตั้งใจจริงแล้วผมเชื่อว่าฟ้าคงไม่ใจร้าย ไม่ยอมมอบความสำเร็จให้กับคุณหรอก
 
สุดท้ายแล้วชัยชนะจะตกเป็นของผู้ที่ตั้งใจที่สุด
 
อย่าท้อแท้ อย่าหมดหวัง ทำทุกๆวันให้ดีที่สุด ผมเชื่อว่าทุกๆคนก็จะทำฝันให้เป็นจริงได้เช่นเดียวกับผม
โพสต์เมื่อ 01/05/2555 02:20 | 1
สวัสดีค่ะ

ด้วยค.ที่ว่าเป็นคนที่มีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน ^_^

ก็เลยไม่ได้ตะลุยสอบไปทุกสนาม ฮ่าๆๆ  เลือกเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ อยากเรียน  เลือกสิ่งที่คิดว่า "เฮ้ยย!! ติดแล้วเีรียนชัวร์"  ประสบการณ์ในการวิ่งหาห้องสอบ 55  บลาๆๆ   เลยไม่ค่อยมี!!  แต่ที่อยากฝากก็คือ  
อย่าตื่นสนามสอบค่ะ  สมาธิต้องดี  บางคนอ่านมาดี อ่านมาเยอะ แต่ตื่นสนามสอบ คะแนนออกมาเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่  เรียกว่า  "ซวย"  เลยล่ะค่ะ 

การอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบก้อไม่เท่า่ไหร่  ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเล้ยย
แต่จะเก็บในห้องแทน  เก็บให้ได้มากที่สุดและไปทบทวนอันนั้นแหล่ะค่ะ อ่านเรื่อยๆๆ
ไม่กดดันตัวเอง !!

การสัมภาษณ์ก็เหมือนกันค่ะ เรื่อยๆๆ  อย่ากดดันตัวเอง ทำออกมาให้ดีที่สุด ให้เป็นตัวเราเองมากที่สุด เอาให้สุดๆๆไปเลยค่ะ  เต็มที่ อย่างน้อยถ้าไม่ติด ก็ ไม่เจอหน้ากันแล้ว จะอายไปทำไม 55+ 

ตอนนี้ติดรับตรงแล้ว  ไม่ลงแอ็ดแล้วค่ะ  

คิดว่าทั้งรับตรงและแอ็ดปีนี้  โหดไปน้ะ คือมันก็ยากอ่ะ  กว่าจะติดที่เราหวังไว้     และคิดว่า ปีหน้าและปีต่อๆๆไป อาจจะโหดกว่านี้
อีกมากๆๆๆๆ
เลย  อยากให้  รุ่นต่อๆๆไป เตรียมตัวไว้ให้ดี  อ่านหนังสือไว้ล่วงหน้า  อ่านเรื่อยๆๆ     เราไม่ใช้ตอนนี้  แต่สักวันเราก็ต้องใช้มันนั้นแหล่ะ  อย่าไปกังวลกับการที่มันไม่ออกสอบเลย ไปกังวล กับเื่รื่องอื่นที่มันมีสาระดีกว่า( ผู้ชายๆๆ (ตรงไหน) 55+)   


มองโลกในแง่ดีเข้าไว้  แล้วทุกอย่างจะดีเอง!!   ทั้งนี้ทั้งนั้น ,, ก็อยู่ที่ตัวเราด้วยน่ะค่ะ :)  สู้ๆๆๆflight ^___________________^
โพสต์เมื่อ 01/05/2555 13:24 | 1
     เอาจากประสบการณ์โดยตรงของตัวพี่เองเลยนะ พี่ก็เป็นแค่เด็ก

นักเรียนในโรงเรียนต่างจังหวัดคนหนึ่ง ตอนพี่สอบเข้า ม. 4 พี่ก็สอบ

สอบเข้าโรงเรียนรัฐชื่อดังประจำภาคก็ไม่ติดเลยกลายเป็นเด็กฝากใน

โรงเรียนเอกชนที่มีชื่ออีกแห่งไปแบบงงๆ พี่คอยเตือนตัวเองเสมอ

เสมอว่าเราเป็นเด็กฝาก เราต้องตั้งใจเรียนเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า

แม้จะเป็นเด็กฝากแต่เราก็มีความสามารถไม่แพ้เด็กสอบเข้าเหมือนกัน

น้องรู้มั้ยว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตการเรียนพี่เลยนะ จากเด็ก

คนหนึ่งที่เคยทะนงตนว่าตนเก่ง (เพราะตอน ม. ต้น พี่ได้เกรดดีมาก)

เลยทำให้มองข้ามความขยันและความพยายามที่จะขวนขวายหาความ

รู้เพิ่มเติม จนนำมาซึ่งความผิดหวัง (ถามว่าเสียใจมั้ย เสียใจนะ แต่ก็

สมควรแล้วล่ะ) พอมาอยู่ ม. ปลาย พี่เลยตั้งใจเรียน + หมั่นทบทวน

จนวันเหล่านี้ก็มาถึง

1. สอบตรง 14 จังหวัดภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

- ไทย ปีพี่ออก อ่าน คิด วิเคราะห์ เยอะสุดแต่ไม่ยาก หลักภาษา +

วรรณคดี พอมีบ้าง เน้นทำโจทย์ Ent ปีเก่าๆ

- สังคม ทำโจทย์ Ent ปีเก่าๆ + ติดตามข่าวสารที่เด่นๆ ดังๆ ในช่วง

นั้น

- คณิต ยากมากกก ยากที่สุดในสามโลกเลย ลองไปหาโจทย์

โอลิมปิก(จริงๆ นะ) + PAT 1 รอบหลังๆ มาทำ พอช่วยได้

(วิชานี้ทำให้เด็กเก่งๆ หลายคนไม่ได้ไปต่อในคณะแพทย์ ทันตะ

เภสัช เยอะอยู่นา เพราะคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ใครที่จะเข้าคณะเหล่านี้

ระวังด้วย)

- วิทย์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) ง่ายกว่า PAT 2 อยู่ ทำโจทย์ Ent ปีเก่าๆ ให้

เยอะๆ รับรองผ่านฉลุย

- อังกฤษ แนวเดียวกับกับข้อสอบ Ent ปีเก่าๆ เช่นกัน  “conver error

reading vocab” แค่นี้จริงๆ

โดยรวม สำหรับสอบตรง ม.อ. แล้ว เน้นทำโจทย์ Ent ปีเก่าให้เยอะๆ

ยิ่งเยอะเท่าไรยิ่งดี (จริงๆ นะ)

2. GAT

GAT แบ่งเป็น 2 พาร์ท คือ เชื่อมโยง และภาษาอังกฤษ

- เชื่อมโยง ความยากง่ายขึ้นอยู่กับบทความกับตัวหนาที่เขาให้มา

บอกตรงๆ นะ เชื่อมโยงไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำ

โจทย์เยอะๆ ขอแค่มีสติ สมาธิ และความรอบคอบเท่านั้นแหละที่

จำเป็นจริงๆ

- อังกฤษ ชี้แจงเป็นพาร์ทๆ เลยนะ

                Conver เป็นบทสนทนาธรรมดา เข้าใจง่าย(ถ้าไม่คิดมาก)

แต่สิ่งที่จะทำให้พาร์ทนี้ยากคือ ช้อยส์ที่ให้มา ซึ่งบางทีดูเหมือนคำ

ตอบที่ถูกมันไม่ได้มีแค่ช้อยส์เดียวนี่สิ เช่น ข้อ 1 น่าจะใช่นะ เอ๊ะ แต่

ข้อ 3 ก็เป็นไปได้นี่นา(แต่มันก็มีแค่คำตอบเดียวเท่านั้นแหละ) ยังไง

น้องๆ ก็ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าควรจะตอบข้อไหน โดยดูจาก

สถานการณ์ เนื้อหาที่คุย และอารมณ์ของผู้พูดนั่นเอง เท่านี้ยังไม่พอ

บางทีในช้อยส์นั้นชอบใส่ idiom มา ถ้าน้องแปลตรงๆ ไม่มีทางแปล

ออกหรอก ยังไงก็อ่านพวก idiom ต่างๆ มาบ้างแล้วกัน

                Vocab จะมาแนวคำใดไม่เข้าพวก ถ้าแปลได้ก็จบ ผ่าน

ฉลุย ถ้าแปลไม่ได้ก็จบ แต่จบชีวิต ฉะนั้นท่องศัพท์ให้ได้เยอะๆ นะ

                Word selection การเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับข้อความ

สิ่งที่จะทำให้น้องทำพาร์ทนี้ได้ คือน้องต้องรู้

ความหมายของศัพท์ที่ให้มา และต้องรู้วิธีใช้มันให้เป็น ยกตัวเองเช่น

some กับ any มีความหมายเหมือนกันใช่มั้ย แต่ some ใช้กับประโยค

บอกเล่าและคำถามเชิญชวน ส่วน any ใช้กับประโยคปฏิเสธและ

ประโยคคำถาม (นี่แค่ตัวอย่างนะ จริงๆ ไม่ง่ายขนาดนี้หรอก เพราะ

เป็นพาร์ทที่ยาก คะแนนแต่ละข้อของพาร์ทนี้เลยเยอะหน่อยตั้งข้อละ

3 คะแนนแหนะ)

                คำที่เขียนเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน(คำพ้องรูป

นั่นเอง)  โจทย์จะให้ประโยคมา โดยเน้นที่คำๆ หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น 

___________A(แปลว่า ก)______ . ถามว่า ในแต่ละช้อย คำ A ใด

ที่แปลว่า ก เหมือนกัน

1. _____________________A(แปลว่า ข).

2.________A(แปลว่า ค)______.

3.___A(แปลว่า ก)___________.(ถูก)

4.____A(แปลว่า ง)__________.

                อ่านป้าย + การ์ตูนเด็กหัวล้าน (ตั้งให้เอง 55)เข้าไปอ่าน

เล่นๆ ที่เวบนี้เลย  www.manythings.org/signs และ 

http://beingfive.blogspot.com/


                Reading อันนี้ก็ทั่วๆ ไป ความยากง่ายขึ้นอยู่กับบทความ

และคำศัพท์ในบทความ อ่านพวกบทความภาษาอังกฤษให้เยอะๆ

+ฝึกทำโจทย์เก่าๆ ช่วยได้มาก

                Error ใครแม่นแกรมมาผ่านฉลุย สำหรับใครที่ยังแม่นก็ให้

ฝึกทำโจทย์ Ent ปีเก่าๆ ให้เยอะๆ ถ้าน้องทำมากพอ จะรู้ว่ามันก็ออก

เรื่องเดิมๆ วนๆ อยู่อย่างนั้นแหละ

                เรียงประโยค มันจะอยู่ใน 5 ข้อสุดท้าย แต่มันจะให้

ประโยคมาทั้งหมด 6 ประโยค ซึ่งอีกหนึ่งประโยคเป็นประโยคหลอก

โดยน้องจะต้องรู้ให้ได้ว่าประโยคไหนมาก่อนมาหลัง ซึ่งแต่ละประโยค

จะแฝงคีย์เวิร์ดเอาไว้แล้ว เช่น คำบอกเวลา คำสรรพนาม เป็นต้น  ถ้า

น้องแปลทุกประโยคออกก็ไม่มีปัญหา

3. PAT 1

พี่โชคดี(หรือโชคร้ายหว่า) เพราะพี่เป็นรุ่นที่สามารถสอบ GAT PAT  

ได้ตั้งแต่ ม.5 จึงเห็นวิวัฒนาการขอข้อสอบมาโดยตลอด โดยเฉพาะ

PAT1 ที่เปลี่ยนไปมาก ราวกับไปทำศัลยกรรมมาแหนะ 55 อยากจะ

บอกว่ารอบหลังๆ มานี่ PAT 1 ยากมากกกคนละเรื่องกับรอบแรกๆ เลย

แต่รุ่นน้องก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะน้องรู้แนวแล้ว ฝึกทำโจทย์ให้

เยอะๆ บ่อยๆ

ถ้ามีเวลาให้เริ่มตั้งแต่โจทย์ Ent ปีเก่าๆ เอาพื้นฐานให้แน่นก่อน แล้ว

ค่อยมาเป็น A-NET ,PAT 1, Olympic มันจะทำให้ทักษะน้องพัฒนา

ขึ้นอย่างมั่นคงเพราะพื้นฐานน้องแน่น  จำไว้นะ สิ่งที่จะทำให้สามารถ

อยู่รอดในสนามสอบคณิตศาสตร์คือ ทำโจทย์ ทำโจทย์ และทำโจทย์

4. PAT 2 มีทั้งหมด 5 พาร์ท คือ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ดาราศาสตร์ และ

ความถนัดทางวิทยาศาสตร์

- ฟิสิกส์ ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ เพราะวิชานี้มีแนวการออกข้อสอบตายตัว

อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเพิ่มมาสำหรับสอบ PAT 2คือต้องเน้นนิยามต่างๆ

ให้มากๆ ด้วย

- เคมี ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ เช่นกัน โดยทั่วไปวิชาเคมีจะแบ่งเป็น 2 ส่วน

คือ บรรยายและคำนวณ

สำหรับภาคบรรยาย พยายามอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหาให้ได้

มันจะทำให้น้องจำเนื้อหาได้แม่นยำและถูกต้อง

สำหรับภาคคำนวณ พี่อยากให้พยายามทำความเข้าใจกับเนื้อหาก่อน

แล้วค่อยไปจำสูตร เพราะมันจะทำให้น้องสามารถนำสูตรไปใช้ได้

อย่างถูกต้องและรวดเร็ว (จริงๆ ก็ไม่ค่อยเชียร์ให้ใช้สูตรหรอกนะ แต่

สำหรับสนามสอบ ความถูกต้องและรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ)      

- ชีววิทยา ท่องไว้ “จำ เข้าใจ จำ เข้าใจ จำ เข้าใจ…” วิชานี้ไม่เน้นว่า

จะต้องทำโจทย์เยอะๆ ขอแค่น้องแม่นในเนื้อหาก็พอ

- ดาราศาสตร์ ไม่ยากเลย ถามตรงๆ เลย อ่านมาก็ทำได้ ฉะนั้นอย่าทิ้ง

นะ

- ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ จะว่ายากไปมั้ยก็ไม่นะ แต่ก็ไม่ง่าย

พาร์ทนี้จะวัดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และเข้าใจเกี่ยวกับการ

ทดลองทางวิทยาศาสตร์ ถ้าตีความโจทย์ได้ วิเคราะห์เป็นก็ทำได้

5. PAT 5

PAT นี้ชอบเปลี่ยนแนวข้อสอบบ่อย เดี๋ยวมาช้อยส์ เดี๋ยวมาเชื่อมโยง

- ช้อยส์ แนะนำให้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองบ่อยๆ ยิ่งถ้าใครเก่งวิชา

สังคมด้วยจะช่วยได้เยอะ

- เชื่อมโยง ก็เหมือนๆ กับ GAT แต่บทความยากกว่า ยาวกว่ามากก ยัง

ไงก็อ่านอย่างมีสติหน่อยแล้วกัน

6. O-NET (เป็นข้อสอบที่ไม่ยากเลย จริงๆ นะ ถ้าเตรียมตัวมาดี)

- ไทย หลักภาษา + อ่าน คิด วิเคราะห์ + วรรณคดี อ่านมาให้เป๊ะ แล้ว

ก็ทำโจทย์เก่าๆ ช่วยได้

- สังคม เศรษฐศาสตร์ + ภูมิศาสตร์ +ประวัติศาสตร์ + ศาสนา +

หน้าที่พลเมือง ทำโจทย์เก่าๆ และติดตามข่าวสารบ้านเมือง ช่วยได้

- คณิต ง่ายกว่า PAT 1 เป็นไหนๆ ยิ่งถ้าเป็นเด็กวิทย์หรือศิลป์-

คำนวณ ด้วยแล้ว หมูๆ เลย โจทย์แทบไม่พลิกแพลง คำนวณตรงๆ ก็

หลุด แนะนำให้จำสูตรแม่นๆ + ทำโจทย์บ้างก็ดี

- วิทย์ ง่ายกว่า PAT 2 เช่นกัน เด็กวิทย์ได้เปรียบเต็มๆ แต่ก็ไม่ยากกิน

ความสามารถเด็กศิลป์เช่นกัน เนื้อหาที่ออกสอบประมาณวิทยาศาสตร์

ม.ต้น ลองไปหาซื้อหนังสือวิทย์ O-NET มาอ่านดูนะ ไม่ต้องถึงขั้น

แยกเล่มฟิสิกส์ เคมี ชีวะ หรอก

- อังกฤษ ต้องยอมรับว่าวิชานี้ไม่ง่ายเท่าไรนัก น้องต้องแบ่งเวลาให้

เป็น เพราะมี passage ค่อนข้างเยอะ และยาวด้วย อีกทั้งยังมี Error

ที่นอกจากน้องจะต้องรู้ว่าข้อไหนผิดแล้ว ยังต้องแก้ให้ถูกอีกด้วย

โอ้ววว ฉะนั้นน้องต้องเตรียมตัวให้ดีๆ ทำโจทย์เก่าให้เยอะๆ

(TIP! ถ้าน้ออยากเก่งภาษาอังกฤษ พี่แนะนำให้ลองดูหนัง

soundtrack ฟังเพลงสากล อ่าน fiction เป็นต้น ทำบ่อยๆ แล้วทักษะ

ภาษาอังกฤษของน้องจะพัฒนาขึ้นเยอะเลย)

สุขศึกษา + ศิลปะ + การงาน เป็นสามวิชาที่ดูเหมือนจะง่ายเนอะ แต่

จริงๆ แล้วไม่ง่ายเลย สุขศึกษาไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ศิลปะกับการงานนี่

โหยยย โจทย์นี้ประมาณว่ากูเคยเรียนด้วยเหรอ แต่ถ้าอยากได้คะแนน

เยอะๆ ก็ไม่ยากนะ ลองไปหาซื้อหนังสือวิชาเหล่านี้มาอ่านดู ที่เด็กบ่น

ว่ายากไม่ใช่อะไรหรอก เพราะส่วนมากไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวิชา

เหล่านี้เท่าไหร่ (พี่ก็ด้วย 555)

     ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือประสบการณ์ของพี่ล้วนๆ เลยนะ พี่เองก็ไม่ได้

เก่งอะไรนักหรอก แต่พี่แค่คิดว่าพี่อยากจะแนะนำน้องๆ

ในฐานะที่เคยผ่านมาก่อนก็เท่านั้น น้องจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ก็ขึ้นอยู่

กับน้อง พี่บังคับไม่ได้อยู่แล้ว อ๊ะ เดี๋ยวๆ สำหรับน้องที่ยังไม่รู้ว่าตัวเอง

อยากเรียนอะไรดี พี่แนะนำให้ไปเข้าค่ายที่พี่มหาวิทยาลัยต่างๆ จัดขึ้น

ดูนะ มันเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเราได้ พี่เองก็เคยเข้าค่ายอยู่

สองค่าย คือ เภสัช ม.อ. และครุศาสตร์ จุฬาฯ ผลปรากฏ พี่สอบติดทั้ง

เภสัช ม.อ. และ ครุศาสตร์ จุฬาฯ พี่ว่าก็ตลกดีเหมือนกัน ฮ่าๆๆ พี่ว่ามัน

ยาวไปและ ยังไงก็ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีนะ
 
               
 
โพสต์เมื่อ 01/05/2555 17:12 | 1

พี่เปนคนสอบตรงมาเยอะมาก - แต่ไม่ติดสักกะที - T_T

แพทย์วลัยลักษณ์ - รุว่าทำข้อสอบไม่ได้หรอก มันยาก กะข้อสอบเข้าแพทย์อะ กะไปสอบนะ แต่เมื่อถึงวันที่สอบ กสพท. ไม่ไปเฉยเลย 555+ ทุกวันนี้กะยังเสียดายที่ไม่ไป ถึงจะรุว่าไม่ติด แต่จะมีสักกี่คนทีเคยทำข้อสอบ กสพท. ในแต่ละปี ***สุดท้ายเราก้อไม่ใช่หนึ่งในนั้น 55+ (เล่าเอาขำนะ)

 **** พี่ว่าเรามาที่สาระกันดีกว่า******  เหรออออออออออ 55+

สำหรับนิติ มธ. บอกได้ สามคำ มันสุดยอดมากๆๆๆๆๆๆๆๆ  พี่กะมั่นใจนะ สุดท้ายได้หนู (ชวด) 5555+
 มันต้องเข้าใจในตัวกฎหมายนะน้อง ไม่ใช่แค่จำ ไม่งั้นจะทำไม่ได้ แต่ที่สำคัญรองลงมา น้องๆๆๆๆต้องฝึกเขียนเรียงความและย่อความ ให้เยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่สุดนะ มันจะทำให้เราได้เปรียบมาก หากเราชำนาญแล้ว ---- สุดท้ายคือภาอังกฤษ เนื้อเรื่องทั้งนั้น ประมาณ 6-7 เรื่อง ต้องฝึกทำข้อสอบนะ
     * ยังไงก้อพยายามเข้านะค่ะ 555555+

สำหรับน้องๆที่ต้องการสอบเข้า สัตวแพทยศาสตร์ ที่ ม.ขอนแก่นนะ
- ถามว่าข้อสอบยากรึป่าว มันกะไม่ได้ยากนะ แค่อ่านหนังสือให้ดีๆๆๆ ครบทุกบท ก้อทำได้ (แต่บังเอิญพี่ไม่ได้อ่านมันกะเลย - ชวด)
- มันมีสอบวิชา คณิต อังกฤษ ชีวและเคมี ความถนัดด้วย
     * คณิตมันออกตรงตามเนื้อหานะ ไม่พลิกอะไร ตรงเลย (ขอเม้านะว่า 7 วิชา ยากกว่าอีก) ครบทุกชั้น 4-6 อ่านกันให้ดีๆนะ
     * อังกฤษ มันกะเหมือนข้อสอบทั่วไป มีครบ ไวยกรณ์ เนื้อเรื่อง บทสนทนา แค่ฝึกทำข้อสอบให้เยอะๆ กะผ่านฉลุย
     * ชีว เนื้อหาตรงเลยยยยย  ไม่มีซับซ้อน ความจำล้วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
     * เคมี กะตรงนะ แต่สำหรับพี่ มันยากที่สุดแล้ว (เพราะหลับประจำในห้องเรียน) เลยทำไม่ค่อยได้
     * สุดท้ายกะความถนัดสัตวแพทย์ มันเปนเนื้อหาที่ไม่เคยเจอ แต่โชคดีที่พี่ๆคณะเค้ามีจัดติวให้ ก้อเลยช่วยได้ แต่เอาเข้าจริงๆ T_T มีข้อหนึ่งนะที่ติดใจพี่มากเค้าถามว่า - "ขี้เพี้ย"ที่ชาวอีสานนำมาทำลาบ ก้อย ได้มาจากส่วนใดของสัตว์ - ทำเอางง เพราะไม่รู้ แถมตอบผิดซะด้วย 55555+ / เอาเปนว่าถ้าตั้งใจกะทำข้อสอบได้แน่
 

สำหรับน้องๆคนไหนที่อยากจะเข้าก้อขอบอกได้เลยว่า อ่านหนังสือซะตั้งแต่ตอนนี้ หากไม่แน่ใจก้อลองหาข้อสอบของมหาลัยนั้นมาลองฝึกทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวกะทำได้


**** แต่ที่อยากนำเสนอก้อคือ แอดมิชชั่น มันเปนอะไรที่ ลุ้น มั่กๆๆๆๆๆๆๆ ******** คัยไม่แอด ไม่อาจเค้าใจความรู้สึกอันลุ้นระทึกได้ ****** อืมมมมม ต้องไปแล้วละ (ชั่วโมงเน็ตหมดแหละ)**** แบบนี้และเด็กเซราะกราว 5555+ ********* โชคดีกันทุกคนเด้ออออ
********* เด็กใต้ รักจริง ***********

 

โพสต์เมื่อ 02/05/2555 07:31 | 2
ผมเป็นเด็กซิ่ว 
-สอบตรง ที่เร็วที่สุด คือ มศว
ข้อสอบจะแบ่งเป็น 2ชุด คือ 1.วิชาการ           และ 2.ความถนัด  วิชาการจะออกตามหลักสูตรเป็นหลัก ไม่มีวิชาไหนออกเกินหลักสูตร ส่วนความถนัดจะคล้ายๆความถนัดแพทย์ Part IQ
 - กสพท
ตรงนี้ปี 55 มีการใช้ข้อสอบ 7วิชารับตรงรวมกับคณะอื่นด้วย
เริ่มจาก ความถนัดทางการแพทย์  จะแบ่งเป็น 3 ตอน คือ
 1. IQ คือ ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ ตรงนี้ควรเน้นเกี่่ยวกับ การคิดรวบยอด หลักการคิดทางคณิตศาสตร์ และ การเปลี่ยนแปลงของรูปภาพ
 2.จริยธรรมทางการแพทย์ ข้อสอบตอนนี้ควรตอบตามความเป็นจริงทางการแพทย์ ไม่ควรตอบในแง่ดีไว้ก่อน ควรศึกษากฎข้อบัญญัติทางการแพทย์ไว้ด้วย
 3.ความคิดเชื่อมโยง ปีนี้เป็นอะไรที่แปลกมาก คือ มันจะต่างจาก Gat เชื่องโยงตรงที่ มันไม่พิมพ์ตัวหนา ทำให้เราต้องหาข้อความในบทความนั้นเอง ทำให้เสียเวลามาก
 ส่วน 7 วิชาสามัญ ล่ะ (สอบ เดือนมกราคม) ขอแบ่งย่อยทีละวิชา
1.คณิตศาสตร์ ตั้งแต่กสพท จัดสอบเองมา คณิต จะเป็นข้อกา 25ข้อ    ไม่มีข้อเขียน แต่ปี 55 นี้  สทศ เป็นคนออกข้อสอบเอง ทำให้ข้อสอบ มี 30 ข้อ แบ่งเป็น เขียน10 กา 20 ซึ่งรูปแบบข้อสอบ มันจะยากกว่า Entrance A-net แต่ไม่ยากเท่า Pat1 ข้อสอบคณิตจะคล้าย สมาคมคณิตศาสตร์มากๆ ลองไปฝึกทำกันดู
 2.ฟิสิกส์ มี25 ข้อ จะออกแนว A-net ซึ่งมันก็ยากและ ไม่ยาก ปนๆกันไปฝึกมาดีวิชานี้ไม่เกินความสามารถ
3.เคมี จุดหลอกเยอะมาก ควรทำ ent มามากๆ ไม่งั้นจะโดนหลอกได้
4.ชีววิทยา ข้อสอบแข่งกับเวลา ควรฝึกทำแบบจับเวลามาก่อน ไม่งั้นอาจจะทำไม่ทัน
5.อังกฤษ ปีนี้ออกยากมากครับ passage ยาวมากๆ และ แถมมีเชื่อมโยงแบบ Gat อีก คนส่วนใหญ่ทำไม่ทัน ควรฝึกทำโจทย์มาเยอะๆ
6.สังคม วิชานี้ออกข้อสอบไม่ต่างจาก entrance มาก ควรศึกษาเนื้อหามาดี
7.ภาษาไทย ออกข้อสอบแบบบทความให้คิดวิเคราห์
-เภสัช ศิลปากร
ข้อสอบออกไม่ยากมากครับ เน้นตรงตามหลักสูตร รูปแบบการออกข้อสอบ เหมือน Entrace ครับ
-Gat Pat2
Gat เชื่อมโยง ตรงนี้ออกข้อสอบเหมือนปีก่อนๆ ครับ ไม่ยากมาก 
Gat Eng ตรงนี้ก็ไม่ต่างจากรอบเก่าๆ มากครับ ฝึกมาดีๆ ก็ทำได้ล่ะ
Pat2 ตรงนี้ออกได้ยากกว่า รอบเก่าๆมากครับ บางข้อก็ไม่มีในบทเรียน ควรทำโจทย์มากๆ ฝึกทำโอลิมปิก ทุนคิง มาบ้างมันจะพอช่วยได้บ้าง

หนังสือที่แนะนำ
-คณิตศาสตร์ อ่านแค่ 2 เล่มพอครับ Hi-speed math เล่ม1กับ 2 ก็พอล่ะ
-เคมี ผมอ่านของ tutorpoint กับ ทำโจทย์แยกบท ของ อ.สมาน(พศ พัฒนา)
-ชีวะ ผมอ่านของพี่เต้น
-อังกฤษ AX22 ปัจจุบัน มี Ax25
-สังคม ใช้ของ Davance
-ภาษาไทย  ใช้ของ Davance

โพสต์เมื่อ 03/05/2555 21:59 | 2
สำหรับพี่ พี่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสืออะไรมากมาย พี่สอบตรงก้อหลายที่อยู่ จ่ายเงินค่าสมัครไปก้อเยอะ ยืนยันสิทธิ์ไปก้อมี แต่สุดท้ายพี่ก้อสละสิทธิ์ทุกอย่างเพื่อรอผลแอด เมื่อถึงวันที่พี่ต้องเลือกคณะแอด พี่เครียดมากไม่รู้จะเลือกคณะอะไร นั่งร้องไห้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นอนไม่หลับอยุสามสี่คืน เลือกแล้วเลือกอีก ตอนแรกพี่ตั้งจัยจะต้องเลือกให้ได้ภายในวันที่17 เมษา  แต่สุดท้ายพี่ก้อมาตัดสินจัยเลือกครั้งสุดท้ายจิงๆคือวันสุดท้ายของการเลือกคณะแอด เหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พี่เลือกไม่ได้ นั่นคือ พี่ไม่รุว่าตัวเองชอบอะไร เพราะฉนั้นแล้วพี่อยากให้น้องๆทุกคนที่กำลังจะขึ้นม.6จิงๆ ค้นหาตัวเองให้เจอ รู้ว่าตัวเองชอบอะไร นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด จะได้ไม่ตกอยู่ในสถานการณืเดียวกับพี่ เพราะพี่ผ่านความรู้สึกนั้นมาแล้ว มันเครียด ทรมาน บอกไม่ถูกเลยล่ะ อย่าลืม!!น๊จ๊หาตัวเองให้เจอ มุ่งมั่นทำตามฝันด้วยความตั้งจัย แล้วความสำเร็จก้อไม่ไกลเกินจะไขว่คว้า สู้ สู้happy
โพสต์เมื่อ 04/05/2555 07:05 | 1
โพสต์เมื่อ 04/05/2555 07:26 | 0
สรุปแล้ว เอาเป็นว่า

ถ้าอยู่ ม.4 ก็อ่านให้เยอะที่สุด เราจะได้เปรียบเสมอ ถ้าเรารู้มากกว่าคนอื่น

ถ้าน้องอยู่ ม.5 ก็ต้องขยัน แม้จะไม่ทัน แต่ก็ดีกว่าเราไม่ได้ทำไรเลย

แต่ถ้าอยู่  ม.6 เราต้องขยันที่สุด ของที่สุด เราจะประมาทไม่ได้เลยสักนาที เพราะเราไม่รู้หรอกว่าคณะที่เราอยากเรียนมีกี่คนที่ต้องการ

ที่สำคัญก็ ถ้าฝันแล้ว ต้องเดินออกไปคว้าให้มันอยู่ในมือให้ได้

                จากรุ่นพี่ที่ผิดพลาดจากความฝัน เพราะความประมาท 
โพสต์เมื่อ 05/05/2555 19:03 | 0
ขอฝากบทความนี้ให้กับน้องๆม.ปลายและน้องๆ ที่ขึ้น ม.6 ในปีนี้นะครับ smile

ก่อนอื่นเลย ขออนุญาตแทนตัวเองว่า พี่ นะครับ :)

เรื่องแรกที่อยากจะฝากก็คือ "การค้นหาตัวเองให้เจอ"

โดยส่วนตัวแล้ว พี่เคยไปแนะแนวให้กับน้อง ๆ ที่โรงเรียนเก่ามาครับ แต่ไม่ได้แนะแนวเคร่งเครียดอะไรมาก เราก็พูดคุยกันตามประสาพี่น้องเล่าสู่กันฟังครับ พี่มีโอกาสได้คุยกับทั้งเด็ก ม.4 ม.5 ม.6 น้องส่วนใหญ่จะชอบถามพี่ว่า "อ่านหนังสือยังไงอ่ะพี่ วันละกี่ ชม." บ้างก็ถามว่า "กวดวิชาที่ไหนดีครับพี่ครับ" แต่ทุกครั้งที่พี่ได้ยินคำถามเหล่านี้พี่จะย้อนกลับไปถามน้อง ๆ พวกนั้นว่า "แล้วน้องอยากเรียนอะไรครับ รู้ตัวหรือยังเอ่ย?" และร้อยละ 90 ของคำตอบที่พี่ได้คือ "ยังครับ" "ยังสับสนอยู่" 55555

เอ้อ พี่ว่านะครับน้องที่รักทั้งหลาย สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่เราจะอ่านหนังสือสอบ พี่ว่าเรา ต้องหาตัวเองให้เจอก่อน พี่ยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ สมมติน้องที่อยู่กรุงเทพมีเป้าหมายจะเดินทางไปเชียงใหม่ น้องก็คงนั่งเครื่องบิน ไม่ก็รถทัวร์ต่างๆ ไปยังเป้าหมายนั้นเลยใช่ป่าว? คงไม่มีใครไปอ้อม ทะเลสาปสงขลาแล้วค่อยเดินทางขึ้นเหนือหรอกเนอะ ชีวิตเราก็เหมือนกันครับ ใครหาเป้าหมายได้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะมุ่งหน้าไปถึงจุดหมายได้ก่อนเช่นกัน พี่จึงรู้สึกว่า การหาเป้าหมายเนี่ยสำคัญนะน้อง !!

วิธีการที่ดีที่สุดในการค้นหาตัวเอง (สำหรับคนที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ) คือ
1. มีทัศนคติที่ดีตอนเรียนในห้องเรียน มองที่ตัววิชา (อย่ามีอคติกับผู้สอนนะ ยังไงเขาก็ครู)
2. มองได้ง่ายที่สุดก่อนใครเพื่อนเลย ก็คือ ดูซิ วิชาไหนเราชอบมั่งนะ ?
3. แล้ววิชานั้นมันไปตรงกับสาขาวิชา/คณะไรได้บ้าง 
4. ใจเย็นๆ แล้วลองคิดดูว่าถ้าเราเรียนจบ แล้วประกอบอาชีพนั้นๆ เราจะมีความสุขหรือไม่
5. ลองไปเข้าค่ายคณะนั้นๆดูบ้าง บางทีเราอาจจะเข้าใจมันมากขึ้น
6. ปรึกษาคนใกล้ตัว คุณพ่อคุณแม่ เพราะคนใกล้ตัวเค้าจะเห็นความเป็นตัวเรามากที่สุด

แล้วจึงตัดสินใจเลือกทางเดินให้ได้ มุ่งมันทำฝันให้เป็นจริง

พี่เป็นกำลังใจให้นะสำหรับน้องๆ ที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ 
ไม่เป็นไรนะครับ ใจเย็นๆ พี่เชื่อว่า โชคชะตาได้ลิขิตทุกอย่างไว้แล้ว เหลือแค่เราพยายามที่จะหามันนะ พลังความรักของพ่อแม่ จะผลักดันให้น้องประสบความสำเร็จนะ

ส่วนเรื่องข้อสอบ และการอ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือ

****ขอบอกก่อนนะว่า พี่จะไม่ขอแนะนำที่เรียนพิเศษที่ใดเป็นพิเศษนะครับ เพราะว่าพี่เชื่อว่าทุกที่มีดีต่างกันอยู่ที่ตัวของเรานะ ๆ อย่าเชื่อกระแส 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าที่ไหนมีให้ลองเรียนให้ไปเรียนดูก็ได้นะครับ จะได้รู้ว่าเราเข้ากับสไตล์การสอนที่นี่ได้มั๊ยอะไรแบบนี้ ไม่ต้องกลัวนะ อาจารย์ติวเตอร์ท่านใจดีอยู่แล้ว :)****

สำหรับน้องม.4
 
ถ้าน้องมีความขยันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว นั่นคือ ทบทวนอยู่สม่ำเสมอ ไม่ต้องคิดมากครับ อ่านไป ทวนไป ทำแบบฝึกหัดไป คะแนนดีๆจะบังเกิดแก่ท่าน !! ถ้ายังไม่ขยันยังมีโอกาสแก้ตัวนะ สู้ๆ 

สำหรับน้องม.5
พี่ว่าระดับชั้นนี้ต้องรู้ตัวเองแล้วนะน้อง ว่าอยากเรียนอะไร อยากเป็นอ่ะไร และควรจะเริ่มมีการนำข้อสอบ ENT เก่าๆ มานั่งทำสัก 3-5 พ.ศ. นะครับ ต้องขยันมากขึ้นนะสำหรับคนที่ยังไม่ขยัน ยังทันที่จะเริ่มต้น แต่ต้องทำอย่างเสมอต้นเสมอปลายต่อไปด้วยนะ น้องมีเวลาเตรียมตัวก็ ม.5 นี่ล่ะ เก็บเกี่ยวความรู้ดีๆ เพราะขึ้นม.6ไป เวลาจะเดินเร็ว อย่างเหลือเชื่อ !!

สำหรับน้อง ม.6
อย่างที่บอกเลยก็คือ เวลาในชั้นนี้ไปไวมาก คนที่อ่านหนังสือเตรียมมาดีอยู่แล้วก็พยายามสู้ต่อไปนะ อีกนิดเดียวเท่านั้น ช่วงเวลานี้จะมีสอบตรง สอบนู่นสอบ นี่เยอะแยะ สำคัญที่สุดคือ อย่ามองเพื่อนที่เค้าติดๆๆๆๆๆ กันไปแล้ว แล้วมานั่งท้อใจนะ เราพลาดสนามนี้ยังมีสนามหน้าเยอะแยะ ใช่ป่าว? คนที่ยังไม่ขยันต้องขยันนะ สู้เถอะ สู้มา 12 ปีละ กะแค่เวลาไม่กี่เดือน เพื่อ อาชีพที่จะอยู่กะเราอีก 30 กว่าปี คุ้มจะตายช่ายป่าว? บอกได้คำเดียวว่า อ่าน อ่าน ทวน ทวน ทำ ทำ แล้วจะสำเร็จ สู้ สู้ สู้ !!!!

ทีนี้เรื่องข้อสอบ

พี่บอกได้คำเดียวเลยนะครับว่า
ไม่ว่าจะ GAT หรือ PAT ใด พี่เชื่อว่าอยู่ที่การฝึกฝน ทำโจทย์อย่างต่อเนื่อง ให้ชินมือ ให้ความคิดเราได้ลื่นไหลเวลาทำในห้องสอบ
แต่ขอแนะว่า อย่าทิ้ง ภาษาอังกฤษนะครับ เพราะมันเป็นตัวที่ช่วยหลายๆคนมาเยอะแล้ว อีกอย่างฝึกฝนไป ในชีวิตได้ใช้แน่นอนครับ

พร่ำมาเยอะละ ไม่มีอะไรจะให้น้องๆ นอกจากขอฝากแง่คิดไว้นะครับ


"มีดถ้าไม่ถูกลับให้คมตลอด สักวันก็จะเป็นมีดไม่สามารถฟาดฟันสิ่งใดได้ ต้นไม้ถ้าไม่พรวนดิน ไม่รดน้ำ จะออกดอกออกผลที่สวยงามได้เช่นไร"

ถ้าเราไม่ป้อนความรู้ใส่ปาก สม่ำเสมอ เราก็จะไม่อิ่มความรู้ ไม่สมบูรณ์เสียที

พี่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ชีวิตที่ดีไม่มีอะไรง่าย ชีวิตที่ง่ายไม่มีอะไรดี 

 
อยากมีชีวิตที่ดี ต้องทนลำบาก ทนฝ่าฟันนะครับน้องๆ

ขอเป็นกำลังใจให้น้องทุกคนได้ประสบความสำเร็จในการเรียนและการสอบ สู้ๆ ครับ :)))

FIGHTING !!


โพสต์เมื่อ 05/05/2555 08:22 | 0
หวังว่าจะมีคนอ่านนะ

เราสอบแค่สองที่เองอ่ะ
ที่แรก มศว. ไม่ติด
ต่อมาสอบ แกท แพท
ข้อสอบยากไหม ก็ ยากมากกกกกกกกกกกกก
ถ้าจะให้แนะนำก็ทำแค่ข้อที่ได้ก็พอ แต่ต้องถูกนะ และก็เยอะพอสมควรดด้วย
พูดตรงๆ แพทคณิตเราเว้นเยอะมาก แกทก็ทำไม่เป็น 555
แต่เราทำแค่ที่ได้  อย่างที่บอก
ตอนนี้เราได้
วิศวเครืองกล มจพ. กับ วิศวไฟฟ้าเครืองกลการผลิต ม.เกษตรศาสตร์
เสียค่าสอบปีนี้ไม่ถึง 4000 อ่ะ

ถ้าแนะนำหนังสือ ก็ดูความเห็นอื่นเอา
เราก็อ่านเกือบทุกเล่มนะ
ยกเว้น คณิต ถ้าเป็นแบบปีนี้ ทำได้แค่ ทำใจ
เพราะมันยากเวอร์อ่ะ ไม่ได้เรื่องปกติ ได้ก็เทพ


คะแนนเเกท เราแค่ ร้อยกว่าๆ
แพท ก็ ร้อยกว่าๆ ทุกอัน ทั้งสองครั้ง
ไม่บอกว่าร้อยเท่าไร เกินครึ่งแค่อันเดียวทั้งสองรอบแต่คนละวิชา
มันค่อนข้างช่ำถ้าให้บอก

เอาแค่คิดว่าตัวคุณอยากเรียนอะไร ชอบไหม
แล้วก็ไปดูเนื้อหาที่จะเรียนในมหาลัยคราวๆว่าพอไหวรึป่าว 
แล้วก็เตรียมตัวสอบ
อ่านแค่ที่จะออกสอบ
หมายถึงวิชาที่จะออกนะ
แล้วก็ตั่งใจทำในห้องให้ดี
แค่นี้ก็พอ

เชื่อเราดิจะได้ไม่เครียด
โพสต์เมื่อ 05/05/2555 14:30 | 1
ทันมั้ยเนี่ยไม่ทันก็ฝากบทความนี้ก็บน้อง ๆไว้เนอะ
 
.. จะบอกว่าหัวใจที่สำคัญที่สุดของการเข้ามหาลัย คือ

                        “รู้ว่าตัวเองชอบอะไร”


ถ้าน้องรู้ตัวว่าตัวน้องชอบอะไรแล้ว เรื่องอื่น ๆ ก็ง่ายมาตามลำดับ
ยิ่งรู้เร็วยิ่งได้เปรียบ 
 
เหมือนน้องรู้สถานที่ที่น้องต้องการจะไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือหาแผนที่ และเดินไปตามทางที่ ใกล้ที่สุด

แต่ถ้าน้องยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรก็เหมือนกับยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหนแล้วออกเดินทางสะเปะสะปะไปเสี่ยงดวงเอา สุ่มไปเรื่อย แต่กว่าจะเจอสิ่งที่ใช่ ..

.. มันเหนื่อยนะน้อง ..
 
ที่กล้าพูดอย่างนี้เพราะพี่ผ่านมาแล้ว เจอกับตัวเอง
พี่เป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เวลาจะอ่านก็อ่านล่อไปทุกวิชา
เวลาสอบก็ไปสอบเกือบทุกสาย

เพราะคิดว่า ..ติดที่ไหนแล้วค่อยเลือกเอา ..

.. แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น

การอ่านดะไปซะทุกวิชา .. ทำให้พี่พอได้ทุกวิชา

..แต่ไม่เก่งสักวิชา ..(โดยเฉพาะในเวลาที่กระชั้นชิดอย่างตอนม 6)

ไปสอบเกือบทุกที่  

..เหนื่อยจริง ๆ(เคยตระเวนสอบเกือบทุกอาทิตย์เกือบสัก 2 เดือนได้)

 .. และก็เปลืองจริง ๆอีกด้วย .. ค่าใช้จ่ายในการสอบแต่ละอย่าง มันไม่ได้อยู่แค่ค่าสมัครสอบ แต่มันต้องรวมค่ากิน ค่าที่พัก บลา ๆ (สั้น ๆ ว่ารวมที ช๊อค !!! แพงเกิ๊นนน TT)
 
แล้วถามว่าที่ไปสอบทั้งหลายเนี่ยติดมาเอามั้ย ? .. ไม่เอา
 
.. พี่เลยอยากขอฝากน้องว่า .. ก่อนไปสอบตรงแต่ละที่ทุกครั้ง ให้น้องถามตัวเองก่อนว่า
 
ถ้าติดแล้ว จะเอามั้ย ?  ถ้าคำตอบคือไม่เอาแน่นอน ก็อย่าไปคิดมาก

ตัดออกไปเลย ..เสียเวลาอ่านหนังสือ

** เว้นแต่ เป็นคณะที่ชอบ แต่ยังไม่ใช่มหาลัยที่ใช่ อันนี้ “ถ้าอยากลองสอบ”  ก็อาจไปลองข้อสอบดู ๆ บ้างก็ได้ เสริมความมั่นใจJ
 
ปล. ถ้ายังไม่รู้ว่าชอบอะไรจริง ๆแนะนำให้ใช้วิธีค่อย ๆ ตัดคณะที่ไม่ใช่ออกไปแทน จะง่ายขึ้นนะ

 
ว่าด้วยเรื่องแนวข้อสอบตรงของแต่ละที่ เท่าที่พี่จำได้แล้วกันนะ
 
ปิโตรเคมีศิลปากร: อันนี้เปิดให้สอบต้น ๆ ม6 เลย สอบแต่เคมี 50 ข้อ ตอบผิดติดลบ เนื้อหาที่สอบก็คล้าย ๆ ข้อสอบเก่าเคมีทั่วไป มีทั้งยากง่ายปนกันไป อย่างข้อง่าย ก็เช่นให้ชื่อสารแล้วถามสูตรเคมีตรง ๆ เลย ข้อยากก็เป็นกราฟอลังการอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งพี่ไม่เคยเห็นมาก่อน =  =’
 
คำแนะนำ : ทำเท่าที่ทำได้ ข้อไหนไม่รู้จริง ๆ อย่าเดา (เพื่อนพี่หลายคนไม่ติดเพราะอยากเดานี่ล่ะ ตอบไปซะทุกข้อเลย โดนหักกระจาย) 


 
หมอขอนแก่น: สอบต้น ๆ ม6 คนไปลองสนามเยอะมาก เนื้อหาที่สอบแน่นทุกวิชา ข้อสอบส่วนใหญ่จะปานกลางไปถึงยาก คนที่สอบได้นี่ต้อง”พร้อม”ทุกวิชาแต่เนิ่น ๆ จริง ๆ สอบ 2 วัน ตามความเห็นพี่ ๆ ว่าอังกฤษง่ายว่า smart I นะ ถ้าทำ smart I ได้ ขอนแก่นอังกฤษชิว ๆ
 
คำแนะนำ : ถ้าตั้งใจจะสอบหมอขอนแก่นจริง ๆ ควรอ่านเนื้อหาให้จบและทำข้อสอบเก่าไปเยอะ ๆ “ทุกวิชา”
 

 
สอบตรงมศว: อันนี้ก็เปิดม6 เทอมแรก คนสมัครสอบเยอะ แต่อย่าไปกลัว !!! ข้อสอบง่ายไปถึงปานกลาง ไม่ค่อยมีข้อยากโผล่มา ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นเพราะไม่ได้อ่านเรื่องนั้น ๆ มาเองมากกว่า การสอบเน้นเร็วและชัวร์
 
คำแนะนำ : ที่อยากเน้นน้องหน่อย คือ พวกข้อที่แข่งกับเวลา จะมีการสอบพวกเชาว์ อะไร ๆ ปนมาและ คนส่วนใหญ่(ซึ่งพี่เป็นหนึ่งในนั้น TT) มักทำไม่ทันกัน หัด ๆทำข้อสอบแนวเชาว์ปัญญาไว้หน่อยก็ดี


 
Smart I : เป็นสอบตรงเข้า บริหาร –บัญชี ของธรรมศาสตร์ ปีนึงมีสอบหลายครั้ง เก็บคะแนนได้ 2 ปี ข้อสอบเน้นความเร็ว มีสอบ คณิต (อารมณ์ประมาณ ม3 ไม่ยากมากแต่ต้องเร็ว) วิเคราะห์ (มีบทความแล้วถาม) อังกฤษ (error บทความ เติมคำ เลือก part ที่มั่นใจทำไปก่อน) ความรู้ทั่วไป (มักเป็นข่าวปัจจุบัน หรือความรู้รอบตัว เช่นว่า BIG C เป็นของประเทศอะไร แพลงกิ้งคืออะไร)
 
คำแนะนำ : ดูข่าวรอบตัวไปบ้าง คณิตฝึกทำสักหน่อยคะแนนจะพุ่งกระฉูดมาก คอนเฟิร์ม
 


สอบตรงมธ เศรษฐศาสตร์: สอบ คณิตไทย อังกฤษ
คณิต ไทย เป็นข้อสอบทั้งฝน และเขียน แต่อังกฤษฝนอย่างเดียว
ไทยมีให้เขียนเรียงความแสดงความคิด คณิตมีให้เขียนแสดงวิธีทำด้วย ส่วนตัวพี่ พี่เขียนไม่ทัน =  =’’ คิดมากไปมัวแต่เรียบเรียงคำพูด พี่ว่าอังกฤษยาก จำนวนข้อเยอะ(80 ข้อ ชม ครึ่งมั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ ๆ) และศัพท์ยากใช้ได้เลย  .. TT ออกมาจากห้องสอบทีนี่มึนเลย = =’
 
คำแนะนำ : มีรุ่นพี่เศรษฐศาสตร์มธ เคยแจกข้อสอบเก่าเอาไว้ในเน็ต น้องลองไปดูแนว ๆข้อสอบเก่าในนั้นดู แล้วก็ลองฝึกเขียนเรียงความจับเวลาดูจะช่วยได้มาก (จริง ๆนะ)


 
ทุน กพ: ทุนที่พี่สอบใช้ อังกฤษ ไทย สังคม (วิชาที่สอบแล้วแต่ทุนนะ) ที่พี่สอบเป็นข้อสอบเขียนหมดยกเว้นอังกฤษ กาอย่างเดียว ข้อสอบก็ไม่ได้มีอะไรเยอะแยะ แค่กระดาษคำถามแผ่นนึง มีโจทย์ อยู่ 5 ข้อ และสมุด 5 เล่ม ให้เราเขียนคำตอบลงไป”เท่านั้นเอง”=  =’’ ข้อสอบจะวนหมวดเนื้อหา เช่น ปีนี้ถามเศรษฐศาสตร์ ปีหน้าถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางให้แสดงความคิดทัศนะของน้องเองมากกว่า
 
คำแนะนำ
: พี่แนะนำให้ฝึกเขียนเรียงความไปเยอะ ๆ เวลาไปเขียนจริงจะได้คล่อง ลองเอาโจทย์ข้อสอบเก่า มาลองนั่งเขียนดูก็ดี (ข้อสอบเก่ามีแจกในเวป กพ ลองเปิดดูนะ)
 
ปล. อังกฤษห้ามทิ้งนะ ถ้าอังกฤษน้องไม่ถึงมีน เค้าจะไม่ตรวจข้อเขียนให้
 


สอบตรง หมอ odod มธ: เนื้อหาแน่นอารมณ์ประมาณขอนแก่น แต่เบากว่าหน่อย ออกเกือบทุกบท อ่านดี ๆนะ
 
คำแนะนำ : ใครพร้อมกว่าได้เปรียบ
 
ปล. อังกฤษง่าย เก็บดี ๆ


 
Gat pat : มักรักษาแนวข้อสอบเดิมเอาไว้ ดังนั้น การทำข้อสอบ gat pat ย้อนหลังจึงเป็นอะไรที่เวิร์คมาก
 
GAT ไทย : อ่านวิธีทำให้ถูกแลฝึกทำข้อสอบเก่าไปทุกปี ลองหัดฝนด้วย  ปีหลัง ๆจะง่ายกว่าปีแรก ๆ เวลาทำอย่าไปคิดอะไรซับซ้อนมาก ให้เขียนเท่าที่เค้าให้เขียน อย่าไปคิดเอง  แล้วก็อ่านทุกคำพูด
 
ปล. อ่านทวนสัก 3 รอบกำลังสวย
 
GAT อังกฤษ : ทำข้อสอบเก่า !! เอาการ์ตูน เด็กไฮเปอร์มานั่งอ่านให้หมด (มีให้อ่านในบล๊อค) อยากจะบอกว่าพี่กะเพื่อนนั่งปริ้นมาเป็นปึก นั่งอ่านสนุกดี และที่สำคัญสอบ 2 รอบ ที่พี่อ่านไปออกทั้ง 2 รอบ !! ไปปริ้นอ่านเล่นซะเถอะน้อง ฮ่า ๆ  แล้วก็ท่องศัพท์ + ดูศัพท์หมวดหมู่ + หัดทำ error + หัดเรียงประโยค  ถ้าว่าง ๆ ก็ดูหนังภาษาอังกฤษ เลือกสักเรื่องที่ชอบลองฟัง ๆ การสนทนาในหนังดู > <
 
PAT 1 : อันนี้พี่ค่อนข้าง no comment  =  =’’ มันยากดับตับจริง ๆ พี่มักคิดได้ครึ่งข้อแล้วติดแหง็ก ฮ่า ๆ TT  ข้อแนะนำก็ เลือกเรื่องที่น้องถนัดแล้วอ่านให้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ อย่าไปเพิ่งไปห่วงจะเก็บหมด ถ้าเรื่องที่น้องเน้นยังไม่เป๊ะ  อย่าเพิ่งไปเน้นเรื่องอื่น เอาเรื่องที่น้องถนัดให้เป๊ะก่อน คะแนนน้องจะดีขึ้นมาก
 
ปล. อย่าเพิ่งไปหยุดอยู่ข้อใดข้อหนึ่งนาน ไปหาข้อที่พอทำได้แล้วทำก่อน
 
PAT 2 : ปีพี่เคมีหิน =  =’’’
รุ่นพี่่ของพี่่วิทย์เคมี ฬ มาลองสอบด้วยออกมายังบ่น
บางข้อมันเกินหลักสูตรไปอ่ะ เป็นของ ปี1 ปี 2 (จริง ๆนะ อาจารย์พี่บอก) ก็นั่นล่ะ ทำเท่าที่ทำได้แล้วกัน TT
 
ปล. พี่ไม่รู้ว่าปีน้องเคมีจะยังหินอยู่ป่าวนะ แนะนำให้เก็บ ฟิสิกส์ ชีวะ ดาราศาสตร์ ดี ๆ<< 3ตัวนี้มักจะไม่ค่อยหลุดหลักสูตรมาก (หลุดบ้างบางข้อแต่ไม่เยอะเท่าเคมี)


 
7วิชา : ภาษาไทยเน้นวิเคราะห์
สังคมดูข้อสอบเก่า ๆ 
อังกฤษ ระวังทำไม่ทัน (พี่ไม่ทันหลายข้อเลย TT)ทำเร็ว ๆนะ


 
ONET : มีตอบ 2 ข้ออะไรเยอะมาก =   =’’ อธิบายแนวไม่ค่อยถูก ดูข้อสอบเก่าไปอ่ะ
วิทย์ คณิต อังกฤษ สังคม ไทย : แนวคล้ายเดิม แต่ ตอบ 2 ข้อเยอะ อ่านโจทย์ดี ๆนะ
โดยเฉพาะอังกฤษ เห็นฝน error ผิดกันหลายคน คะแนนหลายไปเป็นแถบ เสียดายแทน
แต่ศิลปะ การงาน คอม พละ สุขะ  นี่ไม่รู้จะช่วยยังไงจริง ๆ ตามแต่ดวงน้องเถิดนะ  = =’
 

**เพิ่งมาดูที่นั่งพิม เยอะโฮก
 
สู้ ๆ ละกันนะน้อง
อย่าลืมตามความเคลื่อนไหวบ่อย ๆ (เปลี่ยนเร๊วเร็ว =  =’)
หวังว่าบทความนี้จะช่วยน้องได้ไม่มากก็น้อย
 

เต็มที่กับชีวิตนะ อย่าให้ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง >  <
 
 
 
โพสต์เมื่อ 05/05/2555 14:48 | 1
อยากจะเล่าประสบการณ์ตอนไปสอบสถาปัตลาดกระบัง ภาควิชานิเทศศิลป์ครับ
 
นี่คือการสอบตรงครั้งที่ 2 ของผม เด็กประจวบบ้านนอกไม่คุ้นชินกับเมืองกรุง แต่ครั้งนี้ผมมีเพื่อนไปสอบอีก1คน
ขณะนั่งรอเวลาเข้าสอบ ผมและเพื่อนเดินไปทั่วลาดกระบัง พบกับคู่แข่งเข้าคณะ กว่าพันคน (เหลือ 40คน น้อยไปไหน 55)
แต่ละคนแนวไม่ซ้ำกันเลยทั้งอาร์ตทั้งแปลกก็มี (เราก็แปลก 55)ช่วงเช้าตกตะลึงกับเสียงประกาศที่ว่า"ใครที่มาแล้วให้ไปทำบัตรเข้าห้องสอบ"
ตกลงผมและเพื่อนฟังไม่หมดครับ เขาให้คนที่ไม่ได้เอาบัตรประชาชนมาไปทำบัตรใหม่ 
 
ถึงเวลารอเข้าห้องสอบ เจอเด็กซิ่วหลายคนมาก พอเข้าไปในห้องสอบ คิดว่าจะเป็นแบบห้องเรียนตามโรงเรียน แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นห้องที่ใหญ่ราวกับ อิมแพคอารีนา (เว่อร์ไป)
แต่ก็ใหญ่มาก จุคนได้มากกว่า 50 คน แถมแอร์เย็นได้อีก พอดีบ้านไม่มีแอร์ วิชาแรกที่สอบคือ ความถนัดทั่วไป มีภาษาอังกฤษและภาษาไทย เมื่อได้เห็นข้อสอบภาษาอังกฤษนั้น
โอ้วคุณพระ ไม่เคยพบเห็นคำศัพท์เหล่านี้มาก่อน เป็นศัพท์เฉพาะทางด้านศิลปะโดยตรงอิมพอทมาจากชองเอริเซไรประมาณนั้น ก็ได้แต่ใช้วิธีออกสลากกินแบ่ง
ขนาด การใช้ is ยังมีให้เลือกมากมาย ส่วนวิชาภาษาไทยไม่ค่อยยาก จะเน้นการใช้ความคิดวิเคราะห์ ความรู้รอบตัว ต่างๆนาๆ อ่อลืมครับ
มีอีกวิชาหนึ่งความถนัดทางนิเทศศิลป์ ก็ใช้ความรู้รอบตัวอย่างเดียว สัตว์ประจำสถาบันคืออะไร ธนบัตรใบละ50บาทรุ่นใหม่มีกษัตริย์พระองค์ไหน แค้นๆ เราดันไม่เคยสังเกตุ ธงชาติพม่าเป็นอย่างไร บลาๆ เยอะ
ช่วงบ่ายสอบความถนัดภาคปฏิบัติ โอ้ แจกกระดาษลายสก๊อตแสนสวยมา แล้วจะทำอะไรก็ได้ พระเจ้าช่วย ไม่เคยเรียนมาก่อน มั่วสิวะ ขยำๆวาดๆ เอ่อก็สวยนี่หว่า 55 
แล้วมีอีกโจทย์ให้ออกแบบป้ายโฆษณาให้กำลังใจน้ำท่วม ก็เอิ่มมมม เกือบไม่เสร็จ ไม่สวยด้วย ละเลง จนกระดาษเปื่อย เห็นรุ่นพี่เด็กซิ่วข้างๆ และเพื่อนๆแถวนั้นทำสวยมาก T^T
กู๊ดบายลาดกระบัง แล้วในที่สุดหลังจากสอบมา1อาทิตย์ ก็ประกาศผล เอาซะเร็วเลยทำใจไม่ทันเลยทีเดียว ผมไม่ติดครับ ก็เสียใจแปปนึง แล้วก็ไปอ่านหนังสือแอดต่อ ผิดหวังจากการสอบครั้งนี้มากเพราะอยากเข้าตั้งแต่ ม.1 แล้วไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายของเราหนิ
โพสต์เมื่อ 05/05/2555 14:52 | 4
เดียวจะมาประกาศผล ผู้ได้รับรางวัล วันนี้ ค่ำๆ  นะครับ
abac